
'ประยุทธ์'สั่งร่นสูตรการเมือง6+4+6+4กรธ.คลอดก่อน5ตุลา
'ประยุทธ์'สั่งร่นสูตรการเมือง6+4+6+4กรธ.คลอดก่อน5ตุลา
15ก.ย.2558 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้อธิบายกรอบโรดแม็พระยะเวลาทำงานของรัฐบาลให้ที่ประชุมร่วม ครม.คสช.สนช.รับทราบ โดยเป็นการฉายสไลด์จำนวน 4 แผ่น โดยนายวิษณุระบุว่า ขณะนี้การดำเนินการยังคงอยู่ในโรดแมพระยะที่ 2 โดยจะสิ้นสุดลงจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ทั้งนี้ทุกอย่างเป็นไปตามหลักการข้อกฎหมาย ไม่ใช่ความตั้งใจของรัฐบาล ยืนยันว่ารัฐบาลตั้งใจแก้ไขปัญหาโดยเร็ว บนพื้นฐานของความเรียบร้อยปราศจากความขัดแย้ง แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) คสช.จะก็จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)จำนวน 21 คนตามกรอบระยะเวลาคือไม่เกินวันที่ 5 ตุลาคม ซึ่งพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ฝ่ายต่างๆเสนอรายชื่อเข้ามาเพื่อพิจาณาแล้ว คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันเวลาที่กำหนดไว้
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นายวิษณุยังกล่าวถึงสูตร 6+4+6+4 = 20 ด้วย ซึ่งหลายคนถามว่าทำไมถึงนาน แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ของง่าย และเมื่อร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน สปช.ระยะเวลาก็เพิ่มขึ้นมาแค่ 6 เดือนเท่านั้น โดยวันนี้นายกฯได้ให้นโยบายไปว่า 6+4+6+4 เป็นเพียงเพดานสูงสุด ถ้าสามารถทำให้ได้เร็วกว่านี้ก็เป็นสิ่งที่ดี โดยให้ทุกฝ่ายตั้งใจทำ และแน่นอนว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่าน สปช.เราจะไม่เอาทิ้ง แต่จะหยิบประเด็นที่เป็นประโยชน์มาใช้งาน นอกจากนี้ ครม.และ คสช.จะต้องทำงานควบคู่กันเพื่อดำเนินการแต่งตั้งสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.)ด้วย ในส่วนของ คสช.นั้นจะมุ่งเน้นรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาเราใช้อำนาจตามมาตรา 44 ไปแล้ว 27 ครั้ง สามารถตรวจสอบได้ว่า ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ แม้ว่าบ้างเรื่องจะขัดใจใครบางคนเข้า แต่ก็ทำให้ความขัดแย้งเบาลง
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการปฏิรูปประเทศนั้น จะมีการทำงานร่วมกันระหว่าง ครม. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สปท.และ สนช.โดยต้องดำเนินการปฏิรูปในทันที เพราะไม่สามารถส่งวาระการปฏิรูปทั้งหมดไปให้กับรัฐบาลชุดถัดไปได้เพราะเกรงว่าจะเกิดข้าครหาขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจะต้องดำเนินการปฏิรูปเพื่อเป็นตัวอย่าง ขณะเดียวกันการดำเนินการเรื่องต่างๆของรัฐบาลต้องไม่อยู่บนพื้นฐานของความขัดแย้ง หากเร่งรีบให้มีการเลือกตั้งเชื่อว่าสิ่งต่างๆที่เป็นปัญหาในอดีตจะกลับเข้ามาอีกอย่างแน่นอน ส่วนการสร้างความปรองดองนั้นจะต้องเป็นความสมัครใจของทุกฝ่าย โดยแต่ละฝ่ายต้องลดอัตตาของตัวเอง ซึ่งเมื่อมีการยอมรับความผิดแล้วก็จะเข้าสู่การอภัยโทษ อย่างไรก็ตามรัฐบาลต้องการขจัดความอยุติธรรม ต้องไม่มี 2 มาตรฐาน เพราะถือเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งในอดีต
พล.ต.สรรเสริญ ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุมถึง สปท.ว่า ต้องมาจากหลายส่วน 1.ข้าราชการทั้งที่อยู่ในตำแหน่งและเกษียณอายุไปแล้ว เพราะไม่ถูกต้องนัก หากจะบอกว่ามีเพียงนักการเมืองที่ยึดโดยงกับประชาชน เพราะข้าราชการก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำงานกับประชาชนมาโดยตลอด 2. นักกฎหมาย 3.นักวิชาการ โดยเป็นนักวิชาการที่เคยปฏิบัติงานและสามารถปฏิบัติงานได้ 4.ตัวแทนภาคส่วนต่าง ทั้งประชาชน ประชาสังคม เกษตร อุตสาหกรรม ฯลฯ 5.นักการเมือง พรรคการเมือง แม้บางคนอาจมองว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย แต่นายกฯเห็นว่านักการเมืองเป็นภาคส่วนหนึ่งที่มีความจำเป็น ดังนั้นต้องพิจารณาดู บางคนอาจจะมองว่าส่วนนี้ไม่น่าเข้ามามีส่วนได้เสีย แต่ท่านนายกเห็นว่าแต่เขาก็เป็นภาคส่วนหนึ่งในสังคม ก็ถือว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องมีนักการเมืองเข้ามาในส่วนนี้ด้วย 6.ด้านความมั่นคง จึงจะเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการเปิดรับทุกส่วนเข้ามามีส่วนร่วมและมั่งใจว่าจะสามารถทำให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างมีคุณภาพ บุคคลเหล่านี้จะต้องเข้าใจสถานการณ์ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีความขัดแย้งอย่างไร และสามารถมองออกว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร แม้ไม่ใช่ผู้ที่เห็นด้วยกับรัฐบาล แต่ต้องเข้าใจสถานการณ์และมีวิธีการก้าวข้ามความขัดแย้ง
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวโดยระบุอีกว่า นายกฯ กล่าวด้วยว่าประเทศหลายๆประเทศที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น จนกระทั่งความขัดแย้งนั้นลุกลามบานปลาย ส่วนใหญ่จะเกิดภายในประเทศจากคน 2 กลุ่ม หรืออาจจะหลายกลุ่ม โดยท้ายที่สุดก็ได้นำประเทศอื่นเข้ามาแก้ปัญหา และคนในประเทศก็เดือดร้อนจนต้องไปพึ่งประเทศอื่น แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น และคงไม่ใช่เรื่องของความสุข โดยถ้าเอามาเปรียบเทียบกับประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมานั้นเรากำลังจะเดินซ้ำรอยกับต่างประเทศ ซึ่งนายกอยากให้สังคมได้มองว่าไทยเราไม่ได้ต่างจากปัญหาของต่างประเทศ เพียงแค่เราโชคดีที่คนไทยมีความเข้มแข็ง และความรักสามัคคีอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ และมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวของหัวใจ นั้นคือองค์พระมหากษัตริย์ เราทุกคนต้องช่วยเหลือกันอย่าให้ประเทศไทยเราต้องเดินซ้ำรอยเหมือนกับประเทศอื่น และส่วนหนึ่งที่จะทำให้ปัญหาหมดไปคือพี่น้องประชาชน ซึ่งส่วนที่สำคัญที่สุดและอยู่ในใจพี่น้องประชาชน รวมทั้งสื่อมวลชน จะต้องช่วยกันและเข้าใจสถานการณ์สื่อสารในสังคมได้รับรู้ว่าใครที่ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศและใครที่ทำร้ายประเทศ อย่าได้เปิดโอกาสให้กับสิ่งที่ไม่ดีต่อประเทศ อย่าเพียงแค่เสนอโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องมันจะทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปได้ยากขึ้น จึงอยากฝากไว้ในอ้อมใจของสื่อมวลชน



