ข่าว

ดัชนีชี้วัดกระบวนการยุติธรรมไทย (Justice Index)

ดัชนีชี้วัดกระบวนการยุติธรรมไทย (Justice Index)

15 ก.ย. 2558

ชี้กระบวนการยุติธรรมไทยสอบผ่าน น่าห่วงเรื่องการเข้าถึงและหลักประกันสิทธิเสรีภาพ

ดัชนีชี้วัดกระบวนการยุติธรรม (Justice Index) เป็นความพยายามในการสะท้อนภาพความจริงของภาวะอาชญากรรมและการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชนในประเทศ โดยพยายามที่จะติดตามความเคลื่อนไหวและความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องเพื่อใช้ประโยชน์ในการประเมินและคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม และกำหนดนโยบายและมาตรการแก้ปัญหาที่สอดคล้องกับสถานการณ์

ในปี 2558 สำนักงานกิจการยุติธรรมร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตจัดทำดัชนีชี้วัดความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและการเข้าถึงความยุติธรรม (Justice Index) โดยทำการสำรวจสถานการณ์ด้านความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนขึ้น ซึ่งการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ดำเนินการตามมาตรฐานสากลอ้างอิงตามมาตรฐานของดัชนีชี้วัดความยุติธรรมนานาชาติของ World Justice Index และดัชนีชี้วัดหลักนิติธรรม (Rule of law Indicator) ของสหประชาชาติ

การเก็บข้อมูลดังกล่าวทำการสำรวจสอบถามความเห็นของตัวแทนของครัวเรือนจำนวน 4,257 คน จาก  21 จังหวัดทั่วประเทศ ตัวแทนผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานกระบวนการยุติธรรม 421 คน และรวบรวมประเมินรายงานสถานการณ์ด้านกระบวนการยุติธรรมจากหน่วยงานยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้วัดสถานการณ์กระบวนการยุติธรรม 8 ด้าน ได้แก่ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความหวาดกลัวภัยของประชาชน ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของกระบวนการยุติธรรม การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม หลักประกันสิทธิเสรีภาพและการอำนวยความยุติธรรม การปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด ความพึงพอใจต่องานในกระบวนการยุติธรรม และช่องทางกลไกระงับข้อพิพาทของประชาชน

ผลการสำรวจสถานการณ์ด้านความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน ประสิทธิภาพกระบวนการยุติธรรมและการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชนดังกล่าว ปรากฏข้อค้นพบสำคัญดังนี้

“ประชาชนจำนวนมากประสบเหตุอาชญากรรม คดีลักทรัพย์ในบ้านเรือนเป็นอันดับหนึ่ง”

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างประชาชนพบว่า ร้อยละ 8.6 ของครัวเรือนที่ทำการสำรวจระบุว่าในช่วงปี 2557 ที่ผ่านมาได้ประสบเหตุอาชญากรรมอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยกลุ่มครัวเรือนที่ประสบเหตุนี้ระบุว่าเป็นเรื่องคดีลักทรัพย์ในบ้านเรือนที่พักอาศัยมากเป็นอันดับหนึ่งถึงร้อยละ 38.7 ของผู้ประสบเหตุทั้งหมด ร้อยละ 12.0 ถูกขโมยทรัพย์หรือพยายามขโมยพาหนะ ร้อยละ 10.0 ถูกปล้น จี้ชิงทรัพย์ ร้อยละ 6.7 ถูกทำร้ายหรือพยายามทำร้ายร่างกาย  ร้อยละ 5.3 ถูกวิ่งราวทรัพย์ และอีกร้อยละ 27.3 เป็นเรื่องอื่นๆ เช่น  ถูกล้วงกระเป๋า  ถูกกรรโชกทรัพย์  แชร์ลูกโซ่  ถูกหลอกลวงให้เข้าใจผิดทางอินเตอร์เน็ต  เป็นต้น

โดยครัวเรือนภาคตะวันตกและตะวันออกตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมสูงสุดร้อยละ 11.1 และ 10.6 ตามลำดับ

“ความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมค่อนข้างต่ำ”

ดัชนีชี้วัดสะท้อนภาพเชิงบวกสถานการณ์ภัยอาชญากรรมรอบตัวในความรู้สึกของประชาชน แต่แสดงให้เห็นว่าประชาชนกำลังรู้สึกเป็นกังวลต่อสถานการณ์ภัยอาชญากรรมของประเทศ

จากการจัดเก็บข้อมูลดัชนีชี้วัดด้านต่างๆ ผลการประเมินค่าดัชนีระหว่าง 0.00(น้อยที่สุด) ถึง 1.00(มากที่สุด) พบดัชนีด้านความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมมีค่าสูงสุดที่ 0.67 ซึ่งสูงสุดในดัชนีทุกด้าน แสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความหวาดกลัวภัยอาชญากรรมรอบตัวค่อนข้างต่ำ โดยประชาชนรู้สึกว่าปัญหายาเสพติดและการพนันเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงสูงสุด

แต่เมื่อมองถึงการรับรู้ภัยอาชญากรรมในภาพรวมของประเทศกลับเป็นไปในทิศทางตรงข้าม โดยประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 75.1 กำลังรู้สึกว่าปัญหาอาชญากรรมของประเทศมีความรุนแรงมากขึ้น

อย่างไรก็ดีส่วนใหญ่แล้ว (ร้อยละ 71.6) ประชาชนยังรู้สึกว่าสถานการณ์อาชญากรรมในเขตชุมชนที่พักอาศัยของตนไม่ได้รุนแรงขึ้นตามสภาวะอาชญากรรมที่ตนรับรู้ในภาพรวมของประเทศ โดยให้ความเห็นว่าสภาพอาชญากรรมในเขตชุมชนที่พักอาศัยของตนไม่แตกต่างจากช่วงก่อนทำการสำรวจ 

 “บทบาทการอำนวยความยุติธรรมของตำรวจ ฝ่ายปกครอง และท้องถิ่น”

หน่วยงานที่ประชาชนมาขอรับบริการมากที่สุดได้แก่หน่วยงานตำรวจ (ร้อยละ 53.70) ฝ่ายปกครอง (ร้อยละ21.63) และหน่วยงานท้องถิ่น (ร้อยละ 18.14) ตามลำดับ โดยในส่วนงานบริการด้านกระบวนการยุติธรรมที่ประชาชนรู้สึกว่ามีปัญหาและมีความพึงพอใจในการให้บริการต่ำได้แก่ การจัดให้มีการไกล่เกลี่ยหรือเรียกร้องค่าเสียหาย การติดตามแจ้งความคืบหน้าของคดี และการสืบสวนติดตามทรัพย์สินกลับคืนให้ผู้เสียหาย 

“การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมน่าห่วง ขาดความเชื่อมั่นต่อหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน”

จากผลการประเมินพบว่าดัชนีชี้วัดด้านหลักประกันสิทธิเสรีภาพและการอำนวยความยุติธรรม กับด้านการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมมีค่าปานกลางค่อนไปทางต่ำที่ค่าดัชนี 0.46 และ 0.49 ตามลำดับซึ่งน้อยที่สุดในดัชนีทุกด้าน ที่น่าสนใจคือประเด็นที่มีคะแนนการประเมินต่ำที่สุด 3  เรื่อง ได้แก่ การไม่ทราบถึงช่องทางใช้บริการจากหน่วยงาน ความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี และไม่ทราบถึงช่องทางในการเข้าถึงกลไกในการเยียวยาความเสียหาย และยังมีข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับหลักประกันสิทธิเสรีภาพจากกรณีที่มักจะมีข่าวด้านการล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนอยู่เสมอ

“สถานการณ์ผู้กระทำผิดมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น”

การสำรวจสถานการณ์ด้านผู้กระทำผิดพบว่ากระบวนการยุติธรรมกำลังประสบปัญหาปริมาณผู้กระทำผิดที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยข้อมูลจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่ทำหน้าที่ดูแลผู้กระทำผิดพบว่าจำนวนผู้กระทำผิดในความดูแลกำลังเพิ่มสูงขึ้นในทุกหน่วยงาน และยังมีอัตราการกระทำผิดซ้ำเพิ่มสูงขึ้นมากเช่นเดียวกัน

"ปัญหาหลักของกระบวนการยุติธรรม"

จากการสำรวจมุมมองของประชาชนและผู้ปฏิบัติงานในกระบวนการยุติธรรม พบว่าปัญหาหลักของกระบวนการยุติธรรมคือปัญหาคอรัปชั่น การเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย บทลงโทษมีความรุนแรงไม่เพียงพอที่จะยับยั้งการเกิดอาชญากรรม ประชาชนไม่รู้กฎหมาย และการแทรกแซงของผู้มีอิทธิพล และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของประชาชน    

บทสรุป

การติดตามข้อมูลดัชนีชี้วัดอย่างต่อเนื่องจากอดีตสู่ปัจจุบันจะทำให้เห็นภาพความเคลื่อนไหวของอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรมที่ดีขึ้น ซึ่งการสำรวจดัชนีชี้วัดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินและการเข้าถึงกระบวนการยุติรรมของประชาชน (Justice Index) ในครั้งนี้ เป็นการสำรวจชี้วัดสถานการณ์กระบวนการยุติธรรมในรอบปี 2557 ซึ่งจะใช้เป็นข้อมูลฐานสำหรับการประเมินในปี 2558 และจะมีการรายงานผลของดัชนีชี้วัดกระบวนการยุติธรรมเปรียบเทียบในปี พ.ศ.2558 ให้ทราบต่อไป 

สำนักงานกิจการยุติธรรม
กระทรวงยุติธรรม