ข่าว

‘ประยุทธ์’เผยรายชื่อ‘กรธ.’ยังไม่เสร็จ

‘ประยุทธ์’เผยรายชื่อ‘กรธ.’ยังไม่เสร็จ

15 ก.ย. 2558

“ประยุทธ์” เผย รายชื่อกรธ.ยังไม่เสร็จ รอเสนอชื่อเข้ามาเป็นกลุ่มในที่ประชุมครม.คสช. ยังไม่ได้รับรายงานทางการมาเลย์จับผู้ต้องสงสัยโยงบึ้มกทม

 
          วันที่ 15 กันยายน  2558 เมื่อเวลา 08.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. ให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวภายหลังการนำครม.ปั่นจักรยานรอบทำเนียบรัฐบาลก่อนการประชุมร่วมครม. คสช. โดยกล่าวว่า มีวาระคือเป็นเรื่องการดูแลประชาชนและปัญหาเหตุติดขัดต่างๆ ที่ยังมีอยู่ และมีการแต่งตั้งบ้างเล็กน้อยที่ยังคั่งค้างอยู่จะได้จบเสียที
 
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึง ความคืบหน้าการสรรหาและแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า ยังไม่เสร็จ อยู่ระหว่างการทำ ซึ่งการประชุมร่วมครม. คสช. วันนี้ก็จะมีการพูดคุยกันด้วย ตนได้ให้แนวคิดไปแล้ว ให้ทุกคนเสนอชื่อกันเข้ามาดูซิว่ามีใครบ้างอย่างไร
 
          เมื่อถามว่าจะมีการพูดคุยในเรื่องความมั่นคงที่เกี่ยวข้องกับการเชิญตัวนักการเมืองมาปรับทัศนคติด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ซึ่งอย่าไปสนใจอะไรมากนัก ถ้าบอกไม่ให้ทำนี่นั่น แล้วมาทำ ก็ต้องมาคุยกัน และต้องดูว่าการพูดคุยนั้นทำให้เราเสียหายหรือเปล่า ซึ่งถ้าพูดให้ตนเสียหายมันก็ไม่ถูก ตนทำทุกอย่างในสิ่งที่เขาไม่เคยได้ทำ ก็เลยเป็นปัญหาหรือเปล่า ตนไม่แน่ใจ
 
          ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงวันนี้รายชื่อ กรธ.ได้กี่เปอร์เซนต์แล้ว หัวหน้า คสช.กล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ได้ห้าร้อยเปอเซนต์แล้วมั้ง เพราะมันเยอะนี่ ชื่อมันเยอะเหลือเกิน”
           
          เมื่อถามว่า แสดงว่าอาจมีการพิจารณาเฉพาะตัวประธาน กรธ.ก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปฏิเสธว่า  ไม่ใช่ ต้องให้มีการเสนอเข้ากันมาก่อน ตอนนี้ยังมีเวลา ทุกพวกทุกฝ่ายที่ให้คอนเซปต์ไปแล้วจะเอาใครมาบ้างแล้วเอาทั้งหมดมารวมกัน จากนั้นก็ค่อยมาแบ่ง และคัดเลือกเป็นกลุ่มที่ 1, 2, 3, 4, 5 ของแต่ละกลุ่มแล้วค่อยได้มาประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อพิจารณาร่วมกัน ตอนนี้ให้แต่ละกลุ่มส่งชื่อกันเข้ามาก่อน เมื่อได้มาทั้งหมดก็จะมาจัดลำดับและคัดเลือกกันออกมา ให้ทุกคนคิดแต่เพียงว่าทุกอย่างนั้นทำเพื่อประโยชน์ดีกว่า อย่าไปมองตัวบุคคลเลย วันนี้ตนคิดว่าเรามองที่ตัวบุคคลมากเกินไป และเรามองการเมืองมากเกินไป ประชาธิปไตยมากเกินไปหรือเปล่า ประชาธิปไตยจะใช้คำว่ามากหรือไม่มากก็ไม่เป็นไร แต่ปัญหาอยู่ที่ว่า แล้วประชาธิปไตยที่ว่านั้นทำให้ประชาชนที่ยากจนมีรายได้ดีขึ้นหรือเปล่า ดังนั้น เราจะทำอย่างไรก็ได้ ใครจะเข้ามาใครจะไป ก็แล้วแต่ ขอให้ทำให้ประเทศนี้มันดีขึ้นก็แล้วกัน ถ้าเข้ามาเป็น สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ(สปท.) จะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศนี้ก้าวหน้า พร้อมๆ กับการมีประชาธิปไตยที่แข็งแรง
 
          “ผมไม่ได้ปฏิเสธประชาธิปไตยอยู่แล้ว เพียงแต่อยากให้แข็งแรงกว่าเดิมได้นักการเมืองที่ดี แต่ไม่ดีผมก็ไม่ว่าใคร ดีหรือไม่ดีทุกคนรู้อยู่แล้ว ผมเพียงแต่ไม่อยากให้ได้เข้ามาด้วยนโยบายเพียง 1 2 3 แล้วมีคนที่ได้ประโยชน์เพียงกลุ่มที่เกี่ยวข้อง มันไม่ได้ ต้องเป็นรัฐบาลที่เข้ามาแล้วสามารถอำนวยความสะดวกให้ทุกคนในประเทศนี้ ให้เกิดความเท่าเทียมกัน ทำมากก็ต้องได้มาก ทำน้อยก็ต้องขับเคลื่อนให้ได้มากขึ้น เพราะถ้ามันเท่าเทียมกันหมดก็คงไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยแล้ว เพียงแต่รัฐบาลต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้สามารถคงสภาพความเป็นอยู่ที่ดี

          ค้าขายกับต่างประเทศ มีเพื่อนในเวทีโลก ธุรกิจขนาดเล็กก็ต้องพัฒนาให้เป็นระดับกลาง ขนาดกลางก็ควรเติบโตเป็นขนาดใหญ่ ทั้งหมดหมายถึงทุกคนต้องมีรายได้และนำไปสู่ ระบบของการเสียภาษี ซึ่งรัฐก็ต้องไปดูว่ารายได้การเก็บภาษีเป็นอย่างไร ครบถ้วนหรือยัง ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ไปรีดนาทาเร้นใครอยู่แล้วซึ่งทุกคนก็ต้องช่วยกันบอกและชี้แจงไม่ใช่ว่าคิดอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา สื่อก็ออกมาต้าน อะไรที่เป็นผลประโยชน์ตัวเองก็อย่าลืมบวกผลประโยชน์ของชาติเข้าไปด้วย สื่อเป็นผู้ชี้แจงสังคม ก็ต้องชี้แจงให้เกิดความเข้าใจว่าบ้านนี้เมืองนี้ไปด้วยคนใดคนหนึ่งไม่ได้ คนทั้งประเทศ 70 ล้านคนต้องไปด้วยกัน ในความหมาย stronger together เราจะเจริญเติบโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน ซึ่งรวมทั้งสื่อมวลชนด้วย”




นายกฯ ควง ครม.ปั่นจักรยาน “stronger together” รอบทำเนียบ
 
          นายกฯ นำคณะรัฐมนตรี(ครม.) ปั่นจักรยานรอบทำเนียบรัฐบาล ก่อนเข้าเป็นประธานการประชุมร่วม ครม. คสช. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเข้าร่วมกิจกรรม มีแต่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และพล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ร่วมปั่นจักรยานในครั้งนี้  โดยก่อนขึ้นปั่น ผู้สื่อข่าวถามว่า ครั้งนี้ปั่นจักรยานเพื่อโอกาสพิเศษอะไร นายกรัฐมนตรีตอบว่าปั่นเพื่อประเทศชาติ โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้นำรถจักรยานเสือภูเขา ยี่ห้อลุ๊ค 977 ปี 2016 มาขี่ ซึ่งเป็นคนละคันกับที่พล.อ.ประยุทธ์ นำมาร่วมขี่ในกิจกรรม “bike For mom ปั่นเพื่อแม่”
 
          ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ปั่นจักรยานรอบทำเนียบรัฐบาลจำนวน 8 รอบ และปั่นขึ้นไปหน้าตึกไทยคู่ฟ้าอีก 2 รอบเพื่อรอบรรดารัฐมนตรีที่ยังปั่นไม่ครบรอบ จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ และครม. ได้ถ่ายภาพร่วมกันบริเวณสนามหญ้าตึกไทยคู่ฟ้า พร้อมกับให้สัมภาษณ์ว่า เป็นการสร้างการออกกำลังกาย เพื่อออกกำลังกายให้ต่อเนื่อง เป็นตัวอย่างให้ประชาชนทุกคนได้สนใจ พระองค์ทรงมีพระราชปณิธานมาก็ทำต่อไป ใครได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น มากบ้างน้อยบ้างก็แล้วแต่ไม่ได้บังคับใครอยู่แล้ว รวมถึงเพื่อให้ครม. แข็งแรง จะทำงานให้พวกเธอได้ไง ไม่อย่างนั้นมัวแต่ทำงานแล้วไม่ได้ค่อยออกกำลังกายแล้วจะไม่สบาย คงไม่ใช่ขี่วันเดียวทุกท่านขี่อยู่ที่บ้านอยู่แล้ว และเห็นถึงผลดีของการออกกำลัง ฝากเชิญชวนประชาชนทุกคนด้วยเพื่อสนองพระราชปณิธาน ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิรา
ชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ได้ทรงริเริ่มให้มีการขี่จักรยาน “bike For mom ปั่นเพื่อแม่” เมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งก็ต้องทำอย่างต่อเนื่อง สำหรับเสื้อ our home our country stronger together เป็นคำที่ตนคิดไว้ และมีคนไปทำมา ซึ่งจะแจกจ่ายตามหน่วยงานราชการ ถือว่าเขาร่วมมือแม้ไม่ได้ขี่กับเรา แต่ก็เห็นความสำคัญในการออกกำลังกาย และเห็นชอบกับเราว่าวันนี้ประเทศชาติต้องเข้มแข็ง stronger together เราจะต้องเจริญเติมโตและแข็งแกร่งไปด้วยกัน
 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน ตนไปเป็นประธานงาน “มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ” ได้พูดคุยกับประชาชนผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร จำนวน 8,000 กว่าคน เพื่อที่จะทำให้เขาเข้มแข็งขึ้นเหมือนกัน ตนจึงบอกว่ามันจะต้อง stronger together ด้วยกันทั้งเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดย่อม เอสเอ็มอี เกษตรชุมชนต่าง ๆ ก็ต้องดูแลทั้งหมด วันนี้ปัญหาเรามีแต่เพียงว่า งบประมาณเราจำกัดในการหารายได้เข้าประเทศ ช่วงนี้เราก็ให้ไปเท่าที่สามารถทำได้โดยที่ไม่มีผลกระทบอย่างอื่น ถ้าเราช่วยกันทุกคนเข้มแข็งขึ้น รายได้มากขึ้นก็จะกลับไปสู่ประชาชนได้มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งการลงทุนต่าง ๆ ที่ติดขัดมานาน ฝากพวกเราบอกทุกคนด้วย บอกพี่น้องชาวเกษตรว่าตนนึกถึงทุกคน 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ประกอบอาชีพการเกษตรทุกคน ซึ่งรัฐมนตรีก็คิดกันทุกวันว่าจะทำอย่างไร 
 
          เมื่อวันที่ 14 กันยายน ก็มีคนมาพูดอยู่ว่า อยากได้ซัก 20 ล้านในกองทุนหนึ่ง ถ้าพูด 20 ล้านทั้งหมดมี 70,000 กว่าหมู่บ้านก็เท่ากับ 150,000 ล้านบาท ก็เลยต้องให้เท่านี้ไปก่อน กองทุนละ 1 ล้านไปก่อน เมื่อแข็งแรงขึ้นก็คอยดูแล แต่สิ่งที่ให้ไป ไม่ใช่เอาไปใช้จ่าย เอาไปสร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น เช่น ทำแหล่งน้ำของตัวเอง เปลี่ยนเป็นระบบน้ำหยดมากน้อยก็แล้วแต่เขาไม่บังคับ เพราะเป็นการบริหารกองทุนของประชาชนเอง เพราะฉะนั้นต้องเรียนรู้ว่า จะทำอย่างไรให้เงินทุกบาท ทุกสตางค์เกิดประโยชน์ เรื่องหนี้ต่างๆ ก็คอยทำไปซึ่งรัฐบาลก็หาทางช่วยแก้ไข ส่วนเรื่องการลดต้นทุนการผลิตก็ได้เร่งรัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทยไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ต้องเร่งให้เร็วขึ้น ทั้งเรื่องเมล็ดพันธุ์พืช ค่าปุ๋ย ค่าเช่าที่ดิน เรื่องความรู้เทคโนโลยี เครื่องจักร เครื่องไม้ เครื่องมือ ก็กำลังจัดหาอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรที่จะได้ไม่ต้องไปเช่าเครื่องมือ ฉะนั้นก็ต้องร่วมกลุ่มกันให้มากขึ้น เหมือนกับเอสเอ็มอีถ้าเล็ก ๆ ก็คงไม่ไหว เพราะมีเป็นล้าน ขอให้ร่วมกลุ่มในลักษณะเป็นเครือข่ายแล้วสนับสนุนซึ่งกันและกัน จะได้เป็นกลุ่มรัฐบาลก็จะช่วยเป็นกลุ่มจะได้ง่ายกว่า ตรงนี้ก็เป็นแนวคิดของรัฐบาล

 

‘ประยุทธ์’เผยรายชื่อ‘กรธ.’ยังไม่เสร็จ

 

‘ประยุทธ์’เผยรายชื่อ‘กรธ.’ยังไม่เสร็จ

 
 
“นายกฯ” มอบ รางวัล นักเรียนชนะประกวดวาดภาพ “ประเทศไทย คือบ้านของเรา เราจะก้าวไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง”
 
          โดยมีอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นำเยาวชนที่ชนะการประกวดวาดภาพหัวข้อ “ประเทศไทย คือบ้านของเรา เราจะก้าวไปด้วยกันอย่างเข้มแข็ง” เข้ารับรางวัลทุนการศึกษาที่บริเวณหน้าตึกบัญชาการ โดยนายฯ ได้ให้เด็กนักเรียนที่ชนะการวาดภาพ อธิบายความหมายแต่ละภาพแก่สื่อมวลชน ซึ่งนายกฯ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นความร่วมมือของกรมประชาสัมพันธ์ และสำนักนายกรัฐมนตรี ทำให้เด็กเยาวชนมีความคิด ที่จะพัฒนาประเทศชาติไปอย่างไร นำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยที่เข้มแข็งถาวรในวันข้างหน้าก็จำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งในจิตใจของคนไทยทั้งชาติ เรามีที่ยึดเหนี่ยวคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สำหรับรัฐบาล ก็จะต้องทำทุกอย่างให้คนไทยมีความสุข และวันนี้ถ้าเราสามารถสร้างให้เยาวชนทุกคน มีแนวคิดพัฒนาความร่วมมือคิดว่าประเทศไทยจะไปได้ แต่ถ้าเด็กรุ่นใหม่ไปในทำนองที่ขัดแย้งกันตลอดเวลา ซึ่งตนไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องคิดเหมือนกัน แต่เห็นต่างได้เพียงแต่ต้องดูว่าตรงไหนที่จะทำให้ประเทศชาติเดินต่อไปได้ แต่ถ้าสิ่งไหนประเทศชาติถอยหลังก็เอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งไปทำ
 
          “สิ่งที่เด็กวาดมาเป็นต้นไม้ประเทศชาติ ทุกคนต้องช่วยกันใส่น้ำพรวนดิน แต่วันนี้มีบางคนพยายามใส่ยาฆ่าแมลงพวกนี้ต้องจัดการ” นายกฯ กล่าว
 
         ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้เจ้าหน้าที่นำผลงานของนักเรียนทั้งหมดที่ส่งมาประกวดและเข้ารอบมาให้ตนเองเซ็นชื่อ พร้อมสั่งให้นำผลงานของเด็กๆ มาติดไว้ที่อาคารสำคัญในทำเนียบรัฐบาลตามความเหมาะสม เพราะไม่ต้องการให้ผลงานเหล่านี้ถูกทิ้งขว้าง
 
‘ประยุทธ์’เผยรายชื่อ‘กรธ.’ยังไม่เสร็จ
 
 
‘ประยุทธ์’เผยรายชื่อ‘กรธ.’ยังไม่เสร็จ
 
‘ประยุทธ์’เผยรายชื่อ‘กรธ.’ยังไม่เสร็จ
 
‘ประยุทธ์’เผยรายชื่อ‘กรธ.’ยังไม่เสร็จ
 
‘ประยุทธ์’เผยรายชื่อ‘กรธ.’ยังไม่เสร็จ



“ประยุทธ์” ยังไม่ได้รับรายงานทางการมาเลย์จับผู้ต้องสงสัยโยงบึ้มกทม
 
          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณีที่มาเลเซียจับผู้ต้องสงสัย 3 คนที่เกี่ยวข้องกับคดีระเบิดที่ราชประสงค์และท่าเรือสาทรว่า เบื้องต้นตนยังไม่ได้รับรายงาน มีเพียวข่าวตามสื่อและที่มาเลเซียออกมาเปิดเผยบ้าง อย่างไรก็ตามตนได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมเป็นผู้ตรวจสอบ แต่ขณะนี้การข่าวได้อะไรมาเพิ่มเติมมากขึ้น แต่แม้ว่าทางมาเลเซียจะจับกุมได้ เขาอาจจะไม่ส่งตัวมาให้ก็ได้ จึงจะต้องขอความร่วมมือซึ่งกันและกัน
 
          “ขออย่าเร่งรัดอะไรมาก เพราะวันนี้ก็ก้าวหน้าไปเรื่อยๆ ถ้าไปแตะมากๆ ก็จะรวนกันไปหมด เพราะฉะนั้นการสืบสวนต้องทำทุกอย่างให้สงบนิ่ง เจ้าหน้าที่ทำงานเงียบๆ ไป มันจึงจะได้ ถ้าโครมครามๆ ก็ไม่ได้ มันก็จะหลบกันหมด มันอันตรายนะ เดี๋ยวมันจะไม่ได้อะไร ก็จับใครไม่ได้สักคนเพราะว่ามันกลัว ตอนนี้ถ้าเราสืบไปเรื่อยๆ ความก้าวหน้าทางการข่าวก็มากขึ้น ก็จะสามารถจับกุมได้ ไม่ต้องกลัว” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว