ข่าว

หรือที่สุด'แป๊ะ'จะเขียนเอง

หรือที่สุด'แป๊ะ'จะเขียนเอง

15 ก.ย. 2558

หรือที่สุด'แป๊ะ'จะเขียนเอง : สำนักข่าวเนชั่น โดยมอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ

              ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 นั้น ระบุไว้ว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ว่าอย่างไรก็จะต้องนำไปสู่การทำประชามติของประชาชน โดยที่ไม่ต้องผ่านการกลั่นกรองของใคร หรือของสภาใดอีก

              อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญชั่วคราวนั้นบัญญัติไว้แต่เพียงในกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบในการทำประชามติเท่านั้น แต่ไม่ได้เขียนถึงกรณีที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้รับความเห็นชอบในชั้นประชามติแต่อย่างใด

              หลายคนตีความว่าหากไม่มีบัญญัติไว้ก็ต้องกลับไปใช้วิธีเดิม กล่าวคือหากร่างรัฐธรรมนูญตกไปก็ต้องตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ร่างใหม่ และนำมาทำประชามติใหม่ วนไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างรัฐธรรมนูญจะได้รับความเห็นชอบ

              ต่างจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2549 ที่บัญญัติไว้ตั้งแต่แรกว่าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบจากการทำประชามติ ให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งในอดีตมาปรับปรุง แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายได้เลย

              ซึ่งทำให้ถูกครหาในขณะนั้นว่า เหมือนเป็นการบังคับว่าหากไม่รับร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะนำรัฐธรรมนูญฉบับไหน แบบไหนมาใช้ก็ไม่รู้ ทำให้สุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติไปด้วยเสียง 14 ล้านเสียง

              แต่ครั้งนี้ คสช.ยังอุบเงียบว่าจะทำอย่างไร แม้จะมีการแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราวไปแล้วหนึ่งครั้งก็ตาม

              ก่อนหน้านี้มือกฎหมายของรัฐบาลอย่าง “วิษณุ เครืองาม” เคยออกมาบอกเมื่อครั้งแก้รัฐธรรมนูญใหม่ๆ ว่าคงจะไม่ปล่อยให้มีการทำประชามติหลายครั้ง และอาจใช้แนวทางเดียวกันคือนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งในอดีตมาปัดฝุ่นใช้ แปลว่า คสช.เล็งแนวทางเอาไว้แล้ว แต่ยังไม่เผยไต๋ออกมา เพื่อให้กระบวนการเดินไปข้างหน้า

              ทั้งนี้วันนี้มีความชัดเจนขึ้นเมื่อผู้มีอำนาจสูงสุดในขณะนี้อย่าง “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ออกมาระบุว่า มีความเป็นได้ว่า อาจจะเอารัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ฉบับ 2550 รวมไปถึงร่างของกรรมาธิการยกร่างฯ ที่เพิ่งตกไปมารวมกันเพื่อประกาศใช้เป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากร่างฉบับของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ

              “วันนี้ผมมาทำให้บ้านเมืองเรียบร้อยเดินหน้าได้ ผมก็มีสิทธิที่จะเอาฉบับของผมใส่เข้าไปด้วย” นี่คือคำประกาศกร้าวของนายกรัฐมนตรี

              นั่นหมายความว่าเขาก็จะสามารถหยิบเฉพาะในส่วนที่พอใจมาใช้ และตัดส่วนที่ไม่เห็นด้วยออก ที่สำคัญคือหากถึงขั้นนั้นแล้วก็ไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชน และนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ประกาศใช้ได้เลย ถ้าถึงขั้นนั้น อาจจะไม่ใช่แค่ “ลงเรือแป๊ะ” แต่เป็นฉบับ “แป๊ะเขียนเอง”

              อย่างไรก็ตาม กว่าจะถึงขั้นนั้นก็ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวอีกหนึ่งครั้ง ซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องรีบทำอะไรมากนัก เพราะยังเหลือเวลามากกว่า 6 เดือน กว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเขียนเสร็จ เพราะบางทีการอุบไต๋เอาไว้ ก็ย่อมเป็นประโยชน์ทางการเมือง มากกว่าหงายไพ่เล่นทั้งหมดในคราวเดียว

             และเราคงได้เห็นว่าถึงที่สุด “ประยุทธ์” จำเป็นจะต้องลงมาทำเองหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญที่ผ่านประชามติก็ย่อมมีความชอบธรรมมากกว่ารัฐธรรมนูญที่ไม่ผ่านอะไรมาเลย