
พัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์ เพื่อคนไทย
16 ก.ย. 2558
เล่าสู่กันฟัง : พัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์ เพื่อคนไทย : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
เรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญของทุกคน ยิ่งเศรษฐกิจผันผวนยิ่งต้องจับตาและให้ความสำคัญกับการพัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาชีวิตความเป็นอยู่คนไทยให้ดีขึ้น โดยสร้างภูมิต้านทานให้คนไทยเข้าใจกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เท่าที่ติดตามนโยบายความเคลื่อนไหวของภาครัฐที่ได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ผ่านการอัดฉีดเม็ดเงินไปในระบบทั้งกองทุนหมู่บ้าน และช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพื่อให้มีสภาพคล่องทางการเงิน หรือเงินทุนดีขึ้น เหล่านี้ที่ภาครัฐหนุน ถือเป็นแนวทางที่น่าจะมาถูกทางแล้ว
เม็ดเงินของภาครัฐที่สนับสนุน ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่าย ก็เป็นเหมือนกับโบนัส ที่หลายต่อหลายบริษัทมีให้แก่พนักงาน คำถามคือ ให้เงินไปนั้น ให้กันฟรีๆ เก็บไว้เฉย หรือเปล่า? คำตอบคือไม่ใช่เงินเก็บไว้เฉยๆ แน่นอน! เพราะเงินเหล่านี้เมื่อประชาชนได้ก็ต้องไปซื้อของสินค้าหรือบริการ นั่นคือวิธีหนึ่งที่กระตุ้นเศรษฐกิจและพยุงกำลังซื้อให้ฟื้นเร็วขึ้น และยิ่งนำเงินไปหนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่มีกว่า 2.2 ล้านราย ซึ่งประมาณ 99.5% ของธุรกิจเหล่านี้มีเงินทุนไม่เกิน 20 ล้านบาท แต่ถือเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งประเทศ การผลิตส่วนใหญ่ตลาดอยู่ในประเทศ การดึงความเชื่อมั่น สร้างให้เอสเอ็มอีมีธุรกิจที่เติบโตขึ้น ลืมตาอ้าปากได้ จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม นอกจากให้เงินหมุนเวียนแก่เอสเอ็มอีแล้ว หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันที่ให้องค์ความรู้เรื่องการพัฒนาธุรกิจ ต้องมาร่วมกันคิด ร่วมกันให้ความรู้เอสเอ็มอีเหล่านี้ เพื่อปรับกลยุทธ์การผลิต ไม่เน้นปริมาณ แต่เน้นที่คุณค่า...เน้นที่คุณภาพ สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยอย่างสร้างสรรค์ที่เห็นได้ชัด เช่น สินค้าโอท็อป, ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย, อาหารไทย เช่น ต้มยำกุ้ง ผัดไทย แม้กระทั่งอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ที่คนรุ่นใหม่ได้นำไปสร้างสรรค์พัฒนาจนมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ว่าเป็นผลิตภัณฑ์เมดอินไทยแลนด์
ถ้าดูจากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้แบ่งธุรกิจสร้างสรรค์ของไทยไว้ 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.มรดกทางวัฒนธรรม เช่น งานฝีมือ หัตถกรรม การท่องเที่ยว การแพทย์แผนไทย อาหาร ได้สร้างมูลค่ากว่า 131,000 ล้านบาท 2.ศิลปะ เช่น ศิลปะการแสดง ทัศนศิลป์ สร้างมูลค่า 53,000 ล้านบาท 3.สื่อสมัยใหม่ เช่น ภาพยนตร์ เพลง มีมูลค่า 89,000 ล้านบาท และ 4.งานสร้างสรรค์และออกแบบ เช่น แฟชั่น ซอฟต์แวร์ เป็นต้น สามารถสร้างเงินกว่า 390,000 ล้านบาท
เรื่องที่นำมาเล่าสู่กันฟังในสัปดาห์นี้เป็นทุนทางปัญญา หรือองค์ความรู้เดิม ที่เมื่อผู้ประกอบการมีทุนจากภาครัฐ ก็น่าจะนำไปพัฒนาด้วยความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะสร้างได้มากเท่าไรนั้น... ก็ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจไหน อยู่ในชุมชนใด จะงัดฝีมือมาโชว์บนเวทีตลาดได้ดีกว่ากัน นอกจากนี้ ถ้านำมาผนวกกับเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเข้าใจกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ และทำการตลาดออนไลน์ นำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้ ก็ยิ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุน และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ดี เหมือนการติดเครื่องยนต์เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจในระดับชุมชน และประเทศชาติ
---------------------
(เล่าสู่กันฟัง : พัฒนาธุรกิจสร้างสรรค์ เพื่อคนไทย : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



