ข่าว

'คนไม่ดี'ต้องใช้อำนาจ-ใบ้ก.ม.

'คนไม่ดี'ต้องใช้อำนาจ-ใบ้ก.ม.

14 ก.ย. 2558

'ประยุทธ์' อัดจำนำข้าวบิดเบือนราคาตลาด ใครวิ่งเต้น สปท.-กรธ. ขีดชื่อทิ้ง คิดไม่ดี-ปากเสีย ต้องใช้อำนาจ-ใบ้ ก.ม. มั่นใจทำดีกว่า รบ.ลต. พร้อมยำรวม รธน.40 - 50

 
                      14 ก.ย. 58  เมื่อเวลา 09.00 น.  ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2558 ของ สศช. เรื่อง "ทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564)" ซึ่งภายในงานนอกจากนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และเลขาฯ สศช. ยังมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ สศช.เชิญมาในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมงานด้วย
 
                      โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า สิ่งที่สะสมมาในอดีต ขอฝากรัฐบาลใหม่แก้ไขด้วย เราจะต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร ทั้งเรื่องกฎหมาย เตรียมคน เพราะสิ่งเหล่านี้จะนำพาประเทศตามรถไฟขบวนที่ 12 จะต้องวิ่งไปข้างหน้า ส่วนการทำงานด้านอื่นๆ การจำนำข้าว เกษตรกรที่เดือดร้อน คมนาคม บริหารจัดการ ถือว่าเดินหน้าไปมากพอสมควร เห็นเมื่อเช้ามีข่าวบ่นถึงตนอีกแล้วว่า ทำไมต้องทุบสะพานข้ามแยกเกษตร แล้วถามว่า เมื่อไหร่จะมีรถไฟฟ้าเสียที เอาใจยากนะคนไทย รถไฟก็อยากมี แต่ไม่อยากเดือดร้อน อย่างนี้ไม่ได้ ถือว่าไม่ได้ร่วมเป็นร่วมตายกับคนทั้งประเทศ วันหน้าหากมีการลงทุนเพื่ออนาคต ตนจะไม่ทุบสะพาน แต่ไปหาที่สร้างใหม่ตรงที่ไม่ต้องเดือดร้อนคน แต่ตนทำไม่ได้ เพราะมันสิ้นเปลือง ต้องใช้เวลานาน วุ่นวายไปหมด พอมาทำคนก็ด่า บอกว่าไม่มีประโยชน์ พวกไม่เห็นประโยชน์เพราะบ้านอยู่ที่อื่น แล้วก็ไม่ขึ้นรถสายนี้ แต่คนที่อยู่ในเส้นทางเขาดีใจ รอรถไฟฟ้า เมื่อไหร่จะขึ้นเสียที คนไทยมีความแตกต่างกันตรงนี้ ไม่เห็นประโยชน์ส่วนรวม ไม่นึกถึงคนอื่น ตรงนี้ต้องแก้เสียที ไม่เช่นนั้นต่อไปจะลำบาก
 
                      นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในส่วนของมาตรการส่งเสริมเศรษฐกิจที่บอกว่าไม่เข้มแข็ง ไม่มีขีดความสามารถเพียงพอ ไม่มีนวัตกรรม ทำให้รายได้การส่งออกลดลง ซึ่งวันนี้รัฐบาลเข้ามาดูทั้งหมด ทั้งการพัฒนาเครื่องจักรและเอสเอ็มอี ไม่ใช่ให้เงินไปลงทุนอย่างเดียว ต้องให้ความรู้ และค่อยจัดงบรัฐบาลให้ ในส่วนของมาตรการรายย่อย ระดับหมู่บ้านที่ทีมเศรษฐกิจคิดมา คือ มีกองทุนหมู่บ้านและตำบล ให้บริหารเองตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อย่าไปมองว่าทุจริตกันมากนัก ซึ่งวันนี้รัฐบาลจะลงไปดูแลและให้ใช้ประโยชน์สูงสุด ฉะนั้นต้องไปบอกพ่อแม่พี่น้องอย่าเอาเงินไปใช้อะไรสิ้นเปลือง เช่น ซื้อโทรศัพท์ ซื้อมอเตอร์ไซค์ จะเอาไปลงทุนให้เกิดประโยชน์แก่ไร่นาก็ดีกว่าอย่างอื่น ในส่วนของ 5 ล้านตำบล ตอนนี้ก็กระจายให้ไปแล้ว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ลงไปจัดระเบียบใหม่ ให้อำเภอละ 3 ล้านบาท ทุกอย่างเดินหน้าไปด้วยดี ในส่วนของเอสเอ็มอี รัฐบาลก็ได้เห็นชอบไปแล้ว ก็ทำกันต่อไป
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่อง กบข. วันนี้ต้องเพิ่มประสิทธิภาพทั้งหมด ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ตัวชี้วัด ทุกอย่างต้องมีตัวชี้วัด เราบอกว่า 20 ปีข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย อย่าไปพูดลอยๆ ต้องวาดภาพอนาคตของตัวเอง ขอให้เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ วันนี้จากการจัดลำดับประเทศเรายังไม่ดีมากนัก อยู่ในระดับ 30 ใน 60 ฉะนั้นเราต้องพัฒนาเรื่องนวัตกรรม อย่างเมื่อก่อนญี่ปุ่น สิงคโปร์ เคยมาดูงานประเทศไทย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงไปดูเกษตรกรเลี้ยงโคกระบือ เขามาเรียนที่บ้านเรา และวันนี้เขานำไปพัฒนาในประเทศเขาแล้วทำได้ดีกว่าเรา ตนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งนี้ประเทศไทยยังขาดการบูรณาการร่วมกัน ต้องขอฝากคุณอภิสิทธิ์ไปด้วย การบูรณาการงานแต่ละกระทรวงนั้นสำคัญ ที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องรัฐบาลผสม ที่พูดเพราะมีนักการเมืองอยู่ตรงนี้ มีใครอยู่อีกหรือไม่ เดี๋ยวจะหาว่าตนเข้าข้าง ซึ่งถ้ามีผู้แทน เดี๋ยวก็ไปบอกลูกพรรคกันเอง
 
                      นายกฯ กล่าวว่า ส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เรามีทั้งหมด 18 โครงการ งบประมาณ 1,765,000 ล้านล้านบาท ซึ่งเราจะดูไม่ให้เกินตัวเลขหนี้สาธารณะ เพราะไม่อยากสร้างภาระให้ใคร แต่มันก็เป็นหนี้ก่อให้เกิดรายได้ ไม่ได้เป็นหนี้ที่จม วันนี้ต้องยอมรับมีภาระเยอะ ถ้าพูดไปเดี๋ยวจะหาว่าผมขายไม่เก่ง ขาดทุนเยอะ มันคนละเรื่อง ใครขายได้ก็ขาย แล้วใครจะมาซื้อข้าวตนละ มีไหม มันขายไม่ได้หรอก จะขายราคาไหน ในเมื่อต้นทุนมีราคาแพง ขายถูกก็ไม่ได้ ขายแพงก็ไม่ได้ มอดก็กินไป แล้วถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป มันทำให้บิดเบือนทั้งโลก ตนไปต่างประเทศก็ยังมีคนถามว่าจะทำโครงการนี้อยู่หรือเปล่า เขาบอกราคาข้าวมันบิดเบือนไปทั้งหมด หลายประเทศเกือบไปทำแบบไทย เพราะประชาชนเรียกร้อง แต่เขาใจแข็งก็โชคดีไป แต่มันจบไปแล้ว วันนี้เราทำในสิ่งที่เป็นอุปสงค์ที่ถูกต้อง ไม่ใช่บิดเบือน อุปทานจะได้ผลิตมาไม่เกิน ไม่รู้จะทำได้ไม่ได้ ตนคิดแบบทหาร ถ้ามันทำได้จะสนับสนุนแต่ละเรื่องได้เลย สินค้าที่เราส่งออกไปต่างประเทศมีไม่กี่อย่าง เป็นก้อนใหญ่ๆ แต่ราคาต่ำ แต่เวลาซื้อจากต่างประเทศ กลับซื้อได้ของชิ้นเล็กราคาแพงกว่า
 
                      นายกฯ กล่าวว่า สำหรับรถไฟฟ้าความเร็วสูง 5 สาย แต่ติดปัญหาเรื่องสัญญาที่มีความยุ่งยาก เนื่องจากต้องมีการเคลียร์เส้นทาง ทำประชาพิจารณ์ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ อย่างคราวที่แล้วบริหารจัดการน้ำ 9 โมดูล ที่เวลาไปไหนตนก็ถูกท้วงว่าจะได้ทำหรือไม่ ตนตอบว่า จะทำได้ไหม มันทำไม่ได้ อย่างเรื่องรถไฟจีน ตนไม่ได้สักสลึง ไม่มีใครได้ แต่ทำให้เกิดความร่วมมือกัน วันนี้รัฐบาลต้องทำรถไฟความเร็วปานกลาง เพื่อให้คนมีรายได้ปานกลางและรายได้น้อยขึ้นได้ แต่วันหน้าก็ต้องมีรถไฟความเร็วสูง ซึ่งสิ่งที่ได้มาคือการค้าขายตามรางรถไฟ ตนมองว่า มีที่ตรงไหนก็ให้คนมีรายได้น้อยไปค้าขาย ส่วนรถไฟความเร็วสูงควรมีตู้พิเศษให้คนมีรายได้น้อย ทางอากาศมีการขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟสที่ 2 ซึ่งติดปัญหาสร้างทางวิ่งรันเวย์ 3 ไม่ได้ เนื่องจากมีการประท้วง เพราะเป็นมลพิษต่อทางหู ของเก่าก็จ่ายไปรอบแล้ว ตนก็เห็นใจ แต่ท่านมองถึงประเทศชาติ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมีสนามบินเลย ทำอะไรกันไม่ได้ ติดขัดหมด มันต้องมีคนได้ คนเสีย ตรงกลางไม่มี
 
                      ส่วนการแก้ปัญหาการจราจรทางอากาศ ที่จะต้องทำอย่างไรเพื่อให้มีรันเวย์ สำหรับการแก้ไขปัญหาการกํากับดูแลและพัฒนาการบินพลเรือนของประเทศไทย ตามที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ ได้เข้ามาทําการตรวจสอบการกํากับดูแลความปลอดภัยด้านการบินพลเรือน ที่เรามีมาตรฐานไม่ตรงกับเขา แต่มันต้องตรวจ รัฐบาลก็เอาทหารอากาศมาช่วย รวมถึงประเทศสิงคโปร์ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น เข้ามาช่วยรับรอง ไม่อย่างนั้นมันเพิ่มเที่ยวบินไม่ได้ รวมถึงจะมีการทำสนามบินอู่ตะเภา ให้เป็นสนามบินพาณิชย์แห่งที่ 3 น่าจะสำเร็จปีนี้ รวมถึงการสร้างแอร์พอร์ตลิงค์เชื่อมต่อไปถึงสนามบินดอนเมือง เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ผ่านมามีปัญหาเพราะไม่ยอมขึ้นทะเบียน เนื่องจากกลัวภาษี ซึ่งตนยังไม่ได้พูดถึงเลย แต่ขอให้ลงทะเบียนเพื่อคัดกรอง และรัฐบาลจะได้ช่วยเหลือสนับสนุนอย่างตรงจุดต่อไป ส่วนเรื่องภาษีให้เป็นเรื่องวันข้างหน้าที่จะต้องทำให้ดี โดยปี 58 - 59 จะต้องมีจ่ายภาษีให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ที่พูดแบบนี้อาจทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ แต่ตนพูดในสิ่งที่ถูกต้อง วันนี้มีคนเสียภาษีไม่ถึง 10 ล้านคน ประเทศก็ยังอยู่ได้ ถ้าหากมีการเสียภาษีมากกว่านี้ก็ต้องมีการพัฒนาไปได้มากกว่านี้ จึงฝากกระทรวงการคลังพิจารณาเรื่องนี้ต่อไปด้วย
 
                      นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำ ได้สั่งการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วางแผนเพราะในวันข้างหน้าน้ำจะมีน้อยเนื่องจากน้ำต้นทุนไม่มี ป่าก็เหี้ยนหนัก ขณะเดียวกันเกษตรกรก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยน อาจจะไปทำด้านการปศุสัตว์บ้าง เพราะสร้างรายได้ดี ต่างประเทศก็นิยม นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้าน 7,000 กว่าหมู่บ้านยังไม่มีประปาใช้ ต้องทำให้ได้ในปี 60 ต้องใช้เงินมหาศาล วันนี้ใช้วิธีการขุดบ่อบาดาล ส่วนเรื่องโกงเรื่องทุจริตตนไม่อยากให้เกิดอยู่แล้ว ต้องไปไล่ดูกัน พร้อมกันนี้ก็ได้ดูแม่น้ำระหว่างประเทศ เพื่อมาเพิ่มเติมน้ำต้นทุน แต่มันมีกฎหมายจึงต้องคุยร่วมกัน
 
                      ส่วนเรื่องรถไฟ เรายังเจรจากับจีนอยู่ เพราะปัญหาคือราคามันสูง แต่ก็กำลังคุยกันอยู่ตลอดเวลา มีคณะกรรมการ 3 คณะ คุยกันมา 6 รอบ แต่ถ้าจะเอาเร็วเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ไม่ใช่เงินของตน มันก็ไม่ได้ วันนี้พยายามจะให้เกิดบนความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ขอให้ใจเย็นๆ
 
                      นายกฯ กล่าวว่า ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่ภาคใต้ ที่มีการคัดค้านกันเป็นประเด็นมาตลอด คิดว่าต้องมีใครซักคนที่เคลื่อนไหวให้วุ่นวาย แต่ไม่ได้โทษเขานะ เชื่อว่าประชาชนนั้นบริสุทธิ์ แต่คนไทยทั้งประเทศต้องใช้ไฟราคาเดียวกัน ขอให้เข้าใจตรงนี้ อย่าเอาเรื่องเหล่านี้ไปต่อสู้กันทำให้เดินไปไม่ได้ ตนไม่ได้โทษใคร
   
 
 
ยันไม่สืบทอดอำนาจโชว์หน้าเว็บรัฐบาล
 
 
 
'คนไม่ดี'ต้องใช้อำนาจ-ใบ้ก.ม.
 
 
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้เว็บไซต์ทางการของทำเนียบรัฐบาล http://www.thaigov.go.th/ ได้นำภาพ พลเอกประยุทธ์ ที่ใส่ข้อความว่า "ผมไม่ได้ดีใจเลยนะ ที่เวลาเพิ่มมาอีกปีกว่า เพราะผมต้องทำงานหนักขึ้น ผมไม่มีได้เสีย ไม่มีผลประโยชน์ ผมไม่ได้ต้องการสืบทอดอำนาจ การที่ผมอยู่ได้เพราะประชาชนเชื่อมั่น ฝากความหวังไว้ที่ผม" ลงในหน้าแรกของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นข้อความที่เป็นคำพูดของพลเอกประยุทธ์เองที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 8 กันยายน ถึงกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ จนมีการตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการคว่ำเพื่อต่ออายุของรัฐบาล และ คสช.
 
                      ทั้งนี้ โดยปกติภาพที่ขึ้นบนหน้าเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล ส่วนมากเป็นภาพการปฏิบัติภารกิจของนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบในการอัพเดทข้อมูลในเว็บไซต์ คือ สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
 
 
 
วิ่งเต้นร่วมสภาขับเคลื่อนฯ - กรธ.จำนวนมาก
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก่อนวันที่ 22 พ.ค. 57 ทุกคนทราบดี ตนคงไม่ต้องพูดอะไรอีก เพราะทุกอย่างมันไปไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ก็ทราบดีว่า ทุกอย่างมันไปไม่ได้ "ท่านก็เหนื่อย ผมก็เหนื่อย อีกข้างก็เหนื่อย เหนื่อยกันไปทั้งหมด ผมก็ต้องเข้ามาดำเนินการ ก็ให้เวลาไปนานพอสมควรแล้ว ในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหา แต่แก้กันไม่ได้ ทำให้ประเทศเสียหาย ผมจำเป็นต้องเข้ามา เมื่อเข้ามาแล้วก็เห็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง ปัญหาในเรื่องงานต่างๆ ที่ทับซ้อนกัน วันนี้ประเทศไทยมีปัญหาที่เกี่ยวโยงกัน เริ่มจากนักการเมือง ซึ่งผมไม่ได้บอกว่านักการเมืองไม่ดี ร้อยละ 90 เป็นนักการเมืองที่ดี มีเยอะ แต่โดยระบบของการเมืองทำให้นักการเมืองต้องเป็นอย่างนั้น นอกจากนี้ก็เป็นส่วนของข้าราชการ ถ้าร่ำเรียนมา ต้องการทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชน โดยไม่มีใครมาก้าวล่วง ไม่มีอำนาจในทางบริหารมาก้าวล่วงในสิ่งที่ไม่ควรจะเข้ามา ปัญหาก็จะเบาลง รวมทั้งประชาชนจะต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ไม่ให้ใครมาบิดเบือน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการศึกษาและการทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น วันนี้เราต้องแก้ไขในทุกเรื่องทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม วันนี้เราเดินไป 3 โรดแม็พแล้ว ระยะที่ 1 ผ่านไป ระยะที่ 2 กำลังบริหารประเทศ และกำหนดนโยบายเดินไปข้างหน้า"
 
                      "ขอเรียนท่านอภิสิทธิ์เลยว่า ผมไม่ต้องการที่จะสืบทอดอำนาจอยู่แล้ว ขอให้บอกกับพวกเขาเลยว่า ผมไม่ต้องการ วันเดียวยังไม่อยากอยู่เลย วันนี้เมื่อมันมีปัญหาเยอะ พวกท่านก็ต้องช่วยผม นักการเมืองที่ดีต้องช่วยให้ผมทำอย่างไรให้สร้างรากฐานประเทศก่อน ที่ผ่านมาสร้างไม่ได้ เพราะการแข่งขันทางการเมืองสูง ประชาชนเลยต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองเป็นส่วนใหญ่ ไม่สนใจเรื่องอื่น สนใจแต่เรื่องการเมือง ดังนั้นทำอย่างไรจะทำให้การเมืองคือเรื่องการบริหารประเทศ ทำให้ทุกคนเข้าใจเดินหน้าไปให้ได้ โดยมีธรรมาภิบาล ไม่ใช่มาต้อสู้กัน โดยเอาประชาชนมาต่อสู้ ผมก็ไม่เห็นด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องมันผ่านไปแล้วอย่าให้มีขึ้นอีกก็แล้วกัน วันนี้เรากำหนดประเด็นการปฏิรูป 11 ด้าน สำหรับเรื่องรัฐธรรมนูญก็เหมือนเดิม ผมไม่ได้ต้องการให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่าน ผมไม่สนใจเพียงแต่ให้ไปทำ ไปคิดกันมา อย่าให้ผมต้องรับผิดชอบทุกเรื่อง ถ้าผมรับผิดชอบเองคงไม่ต้องตั้ง สปช. กรธ. ผมคงเขียนรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งหลายประเทศก็ทำกัน แต่ผมก็แต่งตั้งคนให้ไปร่างรัฐธรรมนูญมา แต่เมื่อร่างฯ เสร็จ ก็ไม่เห็นชอบก็กลับมาให้เป็นอำนาจของนายกฯ เป็นคนตั้ง โดยหัวหน้า คสช.เป็นผู้รับผิดชอบร่วมด้วย เรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับผมเท่าไหร่ ดังนั้นคราวหน้าถ้าใครไม่เข้ามาอยู่ใน สปช. ก็ห้ามไปพูดในทุกๆ ที่ มีอะไรก็ให้ไปพูดใน สปช. แล้ว กรธ.ก็จะเป็นผู้ทำ โดยรับฟังจากความคิดเห็นทุกฝ่าย ซึ่งวันนี้ไม่ต้องมาวิ่งเต้นกับผม ใครวิ่งเต้นเข้ามาก็จะขีดชื่อทิ้งก่อนเลย วันนี้เยอะมาก วันนี้ได้มี สปช.ที่เสนอเรื่องการปฏิรูป 37 ประเด็น และมี สนช.ทำงานต่อในเรื่องกฎหมาย อะไรที่ทำได้วันนี้ผมก็จะพิจารณาและทำ อยากให้เข้าใจกันเสียที ไม่ใช่บ่นว่าไม่ได้ทำอะไร เมื่อปฏิรูปเสร็จออกมา สนช.ก็จะเป็นผู้ออกกฎหมาย ไม่เช่นนั้นใครจะทำก็ต้องฝากรัฐบาลหน้าแล้วเขาจะทำไหม"
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การดำเนินการในระยะที่ 2 ของรัฐบาลในขณะนี้ หลังการนำปัญหาเดิมมาแก้ปัญหา เริ่มสิ่งใหม่ๆ ทำกฎหมาย 300 - 400 ฉบับ และเรื่องต่างๆ ที่ไม่สากล เราได้ทำทั้งหมด วางรากฐานประเทศ ทั้งนี้เรามีความอ่อนแอหลายด้าน โดยเฉพาะเศรษฐกิจ ทำให้เราไม่เข้มแข็งเพียงพอที่จะเผชิญต่อสถานการณ์โลกในตอนนี้ การดำเนินการตามโรดแม็พในระยะที่สาม ก็ขอให้รอหน่อย ตอนนี้มันเลื่อนไป 20 เดือน ถ้าเร็วขึ้นได้ก็เร็ว และ 20 เดือนนี้จริงๆ พวกตนไม่อยากได้เลย เพราะเป็นเวลาที่นานพอสมควร แต่มันเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ ตนไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้ เมื่อมันไม่ได้ก็ต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ใช่ตนไปสั่งให้ผ่านหรือไม่ผ่าน มันไม่ใช่ อย่าไปคิดว่าผ่านหรือไม่ผ่าน ให้คิดว่าสิ่งที่เราทำไว้และเริ่มในวันนี้ ใครจะมาทำต่อ เข้าใจไหม ไปคิดเอาเอง เป็นเรื่องของ คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่ากันไป ถ้าทำเร็วก็เร็วกว่า 20 เดือน ไม่รู้ว่าท่านอภิสิทธิ์จะเตรียมตัวทันหรือไม่ แต่ก็เชื่อว่าทุกคนพร้อมอยู่แล้ว ตนก็พร้อมที่จะให้ แต่ปัญหาคือมันยังไม่เรียบร้อย ไม่สงบ ในประเทศไทยตนไม่เข้าใจว่าทำไมคนแบบนี้มีเยอะ พูดจาแบบไม่รู้ฐานะความผิดความรับผิดชอบสำนึกตัวเอง ตนรู้ว่าตนมาแบบนี้ไม่ได้มาหวังอะไร แล้วมาด่าตนได้อย่างไร อย่างนี้ตนไม่ยอม เพราะตนไม่ใช่นักการเมือง
 
                      นายกฯ กล่าวว่า สำหรับการพัฒนาประเทศ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกพรรคการเมืองต้องร่วมมือกันเดินหน้าประเทศ วันนี้อย่าเพิ่งตีกัน ถ้าเราดีกันวันนี้ วันหน้าก็จะไม่ทะเลาะกัน กฎหมายคือกฎหมาย ขณะที่ปัญหาของเรา คือ การเป็นรัฐบาลผสม พรรคดูกันคนละกระทรวง วันนี้เราต้องทำงบประมาณร่วมกันทุกกระทรวง เรื่องน้ำมีกระทรวงไหนบ้าง ไม่ใช่ต่างคนต่างมี มันจะทำให้เสียหาย รัฐบาลต้องมีคณะกรรมการขับเคลื่อน ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องต่างๆ ฝากตรงนี้ไว้ด้วย เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนประเทศต่อไปในระยะเวลาหนึ่ง เพื่อให้ทุกระทรวงเดินหน้าไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ขอแค่ 5 ปีพอ ถ้าทุกระทรวงมีเป้าหมายแล้วนำงบประมาณมาบูรณาการร่วมกัน ก็จะไม่ซ้ำที่เดิม ส่วนเรื่องคะแนนเสียงตนเข้าใจแง่การเมือง แต่ต้องแก้เรื่องของการเมืองใหม่ ให้เหมือนการเมืองประเทศอื่นๆ ที่เขาได้คะแนนเสียงจากนโยบายของเขาที่ทำได้จริง กระจายไปทั่วประเทศ แต่ของเรามักทำซ้ำที่เดิมตามคะแนนนิยม วันนี้ก็ต้องไปแก้ทั้งคนเลือก และคนที่ถูกเลือก แม้เราจะพัฒนาการเมือง มาถึง 83 ปีมาแล้วก็ตาม และก็ยังอยู่ที่เดิมๆ เวลาตนไปต่างประเทศ ทุกประเทศจะบอกว่า มียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเดินหน้าประเทศ ส่วนที่เหลือเป็นการทำตามนโยบายพรรค มันต้องมี 2 ส่วน แต่ที่ผ่านมาเรามีแต่นโยบายพรรค
 
 
ต้องใช้อำนาจต้องใบ้กฎหมาย
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ตนไม่ได้เสนอให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) เพื่อไม่ให้มันไปไม่ได้ แต่ตนเห็น สปช.คิดมา เขาเริ่มต้นมาแล้วก็มาดูว่ามันไปได้หรือเปล่า ไม่ได้ต้องการไม่ให้ผ่านเพื่อจะมาอยู่ตรงนี้ เบื่อจะตายอยู่แล้ว แต่มันทิ้งไม่ได้ เพราะยังไม่พร้อม ถ้าพร้อมวันนี้แล้วพวกหนึ่งขี้นมาเป็นรัฐบาล อีกพวกหนึ่งจะเลิกไหม มันไม่เลิกทั้งคู่แล้วจะทำยังไง ฝากนักการเมืองไว้ด้วย ท่านอยากจะเลือกตั้ง ตนไม่มีปัญหา แต่หากมันเกิดเรื่องขึ้นมาอีกครั้ง คงไม่มีใครมาอยู่ตรงนี้อีกแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นไปขบวนรถไฟที่ 1 ใหม่ ตนพูดไม่ได้ให้ร้ายใคร ไม่มีใครเสียหายใช่ไหม
 
                      "ผมก็เคยทำงานกับอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาท่าน และท่านเป็นนายกฯ กับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมก็เป็นลูกน้อง เพราะเป็นระบบการบังคับบัญชา แต่เมื่อมีอะไรที่ไม่เรียบร้อยก็ต้องแก้กันเท่านั้นเอง กฎหมายก็ว่ากันไป"
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "คน ถือว่าสำคัญที่สุด คนกับความคิดของคน ถ้ามันคิดไม่ดี คนมันก็ไม่ดี ถ้าเป็นคนดี คนเก่ง แล้วคิดดีทุกอย่างก็ไปโลด อย่าสอนให้คนสุดโต่ง เพราะถ้าบ้านเมืองไหนไม่มีวินัยภายในชาติมันก็ไปไม่รอด สิ่งที่ทุกคนต้องการอย่างแรก คือ เสรีภาพ และประชาธิปไตย แล้วมันเป็นยังไง วันนี้มันเสพติดกับอำนาจ ต้องใช้อำนาจต้องใบ้กฎหมาย มันถึงกลัวกัน ทำไมไม่จิตสำนึกในคน ในตัวเองกันบ้างว่า ไอ้นี่ไม่ควรทำก็ไม่ควรทำ เพราะถ้าทำไปแล้วตำรวจก็มาจับ แล้วก็ไปทะเลาะกับตำรวจอีก เพราะฉะนั้นเราต้องลดแรงกดดันให้ได้ ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ การบังคับใช้กฎหมายและประชาชนถ้าประชาชนไม่ทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็เรียกและจับท่านไม่ได้ มันก็จะรักกัน กอดคอกัน ซึ่งเมืองนอกเป็นเช่นนี้ ไม่มาจับกุมกันเรื่องขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง แต่ประเทศไทยเป็นเรื่องได้ทุกเรื่อง เพราะสังคมเรายังไม่สมบูรณ์และแข็งแรงพอ ผมไม่โทษใครเราต้องสร้างสังคมให้ดีขึ้น ถ้าคนดี สังคมก็ดี คนที่มีความสำนึกความรับผิดชอบ รู้ว่าอะไรดีไม่ดี สิ่งเหล่านี้จะต้องบรรจุไว้ว่าคุณธรรมคืออะไร บางคนไม่รู้ว่าคุณธรรม ธรรมาภิบาลคืออะไร และผมก็ไม่เคยสั่งไปให้ท่องค่านิยม 12 ประการ ผมเพียงแค่เขียนให้ดูว่าทำได้หรือไม่ แต่นี่มาท่องเอาใจผม เขาก็มาด่าผมว่าโง่หรืออย่างไรที่สั่งเด็กให้มาท่อง เวลาที่นำมาโชว์ ผมอยากจะทุบหัวครูเหลือเกิน มาเอาใจผมทำไมเพราะเดี๋ยวคนก็มาด่าผม เพราะของจอมพล ป.ก็มีอยู่แล้ว เด็กเอ๋ยเด็กดี ผมก็เพียงแค่มาเต็มเหมือนกัน ก็ ป.เหมือนกันเป็น ป.ประยุทธ์ แต่ไม่ได้ไปเทียบกับท่านอยู่แล้ว ฉบับ 1 ฉบับ 2 ก็ทำทั้ง 2 อย่าง ไม่เห็นต้องมานั่งท่อง"
 
                      นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า เรื่องการทุจริตต่างๆ รัฐบาลนี้ไม่ได้เริ่มขึ้น แต่เกิดมาก่อนหน้านี้นานแล้ว แต่ไม่ถูกดำเนินคดี อยู่ในองค์กรตรวจสอบต่างๆ ซึ่งตนก็ให้รวบมาเข้าสู่กระบวนการเพื่อจะได้จบเสียที ไม่เช่นนั้นก็คาอยู่อย่างนั้น นอกจากนี้ยังดูเรื่องการทำผิดกฎหมายที่วันนี้ไม่รู้เป็นอย่างไรปากเสียกันเยอะ แล้วบอกว่าตนอารมณ์เสียบ่อยก็ชอบมายั่วอารมณ์ตน แทนที่จะคิดทำอะไรต้องมาเสียอารมณ์กับเรื่องพวกนี้ ตอนอยู่ทำดีกันหรือไม่ คนอย่างนี้ใครจะรับไปอยู่ด้วย มีประมาณ 10 - 20 คน ไม่ได้รังแกเขาเลย แต่ชอบมายุ่งกับตน ก็รู้อยู่วันนี้ตนมาทำอะไร
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้รัฐบาลทำโครงสร้างเรื่องการปฏิรูป และฝากให้รัฐบาลต่อไปทำ สิ่งไหนทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็คุยกัน อย่าไปกลัว ทำเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอีก นั่นแหละเขาเรียกว่าการแก้การรัฐประหาร ซึ่งก็ต้องมี คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ (คปป.) วันนี้ทุกคนบอกว่าจะไม่มีเรื่อง เอาอะไรมาประกันว่าไม่มีเรื่อง ทุกวันนี้ก็เห็นตัวอยู่แล้ว ใครจะเป็นรัฐบาลมันมีแค่นั้น จะเลิกกันได้หรือยัง ต้องกรีดเลือดสาบานกันก่อนไหม
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนท้ายว่า "ถ้าถึงเวลาก็ต้องมีการเลือกตั้ง ซึ่งเราจะดูการเลือกตั้งให้ปลอดภัย ขอให้ช่วยกันทำบ้านเมืองสงบในช่วงนี้ ไม่นานนักหรอก อย่าเสียเวลาไปกับประชาธิปไตยที่มาจากความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ ไม่มีธรรมาภิบาล อย่าเสียเวลาอีกเลย มองดูว่ารัฐธรรมนูญเราควรจะเป็นอย่างไรเพื่อคนไทยทุกคนและเพื่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และศักดิ์ศรีของประเทศในสายตาต่างชาติ เราต้องเติบโตเข้มแข็งไปด้วยกัน อย่าไปเอาใครเข้ามาทาบทับใช้อำนาจตรวจสอบ พวกนี้มันท่าทางจะบ้า ถ้าไทยตัดสินใจอะไรไม่ได้แล้วเอาใครเข้ามามันก็จะเหมือนบ้านอื่นเขา เหมือนผู้อพยพจากยุโรปไง รับไหมละ แบบนั้น มาจากทุกที่เขายังไม่รับเลย มาวันละ 40,000 คนไหวไหม วันนี้บ้านเราก็เป็นทางผ่าน คนไม่ดีก็มีก็มีค้ามนุษย์ ก็แก้จนจะหมดแล้วยังลากเขาเข้ามายุ่งกับเราอีก ขอร้องเถอะครับ สื่อทุกคนด้วย บางเรื่องไม่จำเป็นก็อย่ามาคุ้ยเขี่ยให้เป็นเรื่องราว"
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในเรื่องการเรียนการสอน ถึงวันนี้ก็ไม่เข้าใจว่า เข้าใจผิดหรืออย่างไร ตนอยากให้มีการเรียนการสอนที่สร้างการเรียนรู้ให้กับเด็กว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไรในวันข้างหน้า สังคมจะเป็นอย่างไรจะต้องมีการเรียนรู้ในเรื่องวินัย กฎหมาย หน้าที่พลเมืองต่างๆ ซึ่งตนไม่ได้บอกว่าให้ไปกำหนดวิชาหน้าที่พลเมือง เพียงแต่ให้มีการสอดแทรกเข้าไปอยู่ที่ครูว่าจะอธิบายอย่างไร เวลาเรียน 7 คาบต่อวัน ถ้าอัดแน่นไปด้วยวิชาการก็คงไม่ดีนัก ควรไปจัดกลุ่มวิชาในช่วงเวลาว่างไม่ควรให้อัดแน่นวิชาการทั้ง 7 คาบ โดยเป็นการเสริมเรื่องต่างๆ ที่เป็นการเรียนรู้เข้าไป ทั้งเรื่องวัฒนธรรม หน้าที่ กฎหมายหรือแม้แต่ปรัชญา สลับเปลี่ยนหมุนเวียนเพื่อให้เด็กเข้าใจและสร้างความเข้มแข็งให้กับเขา ซึ่งรวมทั้งเรื่องการออกกำลังกายเข้าไปด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะเห็นขี้โรคเหมือนในปัจจุบันเดินกลางแดดนิดเดียวก็เป็นลม เราจะปล่อยให้อนาคตของประเทศเป็นอย่างนี้หรือ ต้องให้เขาได้ออกกำลังกายด้วย
 
                      นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์วัน สต๊อป เซอร์วิส ให้บริการประชาชน ที่หลังจากนี้ข้าราชการต้องระวัง ต้องเร่งดำเนินการให้ทันตามกำหนดเวลา ไม่ใช่นั่งคุยกับแฟนอยู่ เพราะถ้าช้าอาจถูกฟ้องร้องได้ เรื่องจัดระเบียบสังคม อย่างจัดระเบียบชายหาด ตนถูกคนเกลียดโดยไม่รู้ตัว แค่ไปไล่ที่ชายหาดคนก็บอกนายกฯ สั่ง มันใช่ไหม ทุกคนทำตามกฎหมาย เพราะกฎหมายว่าอย่างนี้ แต่คนก็ยังทำผิดกฎหมายอยู่ ก็เลยต้องบอกว่านายกฯ ให้มาทำ ตนก็โดนด่าทุกวันว่า มาทำไม สร้างความเดือดร้อน โดนด่าไม่รู้ตัว รวมถึงยึดคืนพื้นที่สวนยางคืน ก็โดนด่า อะไรที่เลวๆ ที่มีปัญหานายกฯ สั่งหมด เรื่องดีๆ ไม่พูดถึงนายกฯเลย แต่ไม่เป็นไร ตนชินแล้ว
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนท้ายว่า วันนี้พูดเหนื่อยมาก เอกสาร 70 หน้า เดี๋ยวบ่ายพูดอีก ขอให้ทนๆ กันหน่อย และขอแซว นายอภิสิทธิ์ให้ทนๆ หน่อย อย่างไรก็เคยทำงานมาด้วยกัน และอีกหลายๆ คนก็เคยร่วมงาน
  
 
 
พร้อมหยิบ รธน.40 - 50 ยำรวม
 
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุว่า ในสัปดาห์นี้จะพูดคุยถึงการตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ว่า จะพูดคุยกันในสัปดาห์นี้ เพราะตนมีงานอย่างอื่นทำด้วย ไม่ได้ทำแต่การเมืองอย่างเดียว 
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ในสัดส่วนของสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) จะมีสัดส่วนของนักการเมืองเข้าไปหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า แล้วแต่ว่าเขาจะมาหรือไม่ แต่ในส่วนของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นั้น คงไม่ต้อง เอาคนที่เขาร่างมา และทางนี้ก็เสนอความคิดเห็นเข้าไป ซึ่งจะดีกว่า เพราะถ้าเอาเข้าไปแล้วเดี๋ยวจะร่างกันไม่ได้สักที
 
                      ส่วนกรณีที่มีอดีตปลัดกระทรวงเสนอที่จะเข้ามาร่วมด้วยโดยเสนอผ่านนั้น นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเสนอผ่านสื่อไม่รับเลย แต่หากใครจะเข้ามาก็รวบรวมรายชื่อมาแล้วจะนำมาคัดกรองอีกครั้งหนึ่ง โดยขณะนี้ยังไม่มีรายชื่อครบทั้ง 200 คน เพราะจะต้องดำเนินการจัดเป็นเป็นกลุ่มก่อนแล้วดูว่าครบพวกหรือไม่ว่ามีนักการเมือง , ข้าราชการหรือไม่ และ สปช.เก่าควรจะมีด้วยหรือไม่ เพราะทั้งหมดนี้ต้องทำงานต่อ ต้องเขียนแผนทำงานแผนงานโครงการ และแผนงบประมาณเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลหน้า สปท. ไม่ใช่ว่าจะไม่มีงานทำ เพราะ สปช.ชุดแรกเขาร่างแผนดำเนินการไว้แล้ว 36 วาระกับอีก 7 วาระพัฒนา ซึ่ง สปท.จะต้องนำแผนงานต่าง ๆ มาย่อยและจัดทำแผนโครงการอีกครั้งเพื่อจัดส่งรัฐบาลหน้า หรือถ้ามีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและการปรองดอง (คปป.) ก็ให้นำไปส่งรัฐบาลหน้าทำ
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า การร่างรัฐธรรมนูญจะนำเอากรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเข้ามาด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่รู้ ยังไม่ได้คิด แต่ตอนนี้ยังไม่มีคนเก่า คนเก่าเขาก็ทำไว้ดีแล้ว ซึ่งเป็นผลงานของ กมธ.และ สปช.ตนก็นำมาใช้ประโยชน์ ไม่ใช่ว่าทำแล้วใช้ไม่ได้ ใช้ได้ทั้งหมดเพียงแต่ว่าจะเอามาทำอย่างไรให้ราบรื่นและสามารถทำงานได้ ต้องขอบคุณทั้ง กมธ.และ สปช.ด้วย ท่านไม่มีอะไรบกพร่องเลย ทำเต็มที่แล้ว ในช่วงเวลาที่ผ่านมาท่ามกลางความขัดแย้งถือว่าทำได้ดีที่สุดแล้ว แต่ถ้าไปขยันขยายความขัดแย้งไปเรื่อยๆ ก็ไม่เสร็จสักอย่าง
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ภายในงานมีนายอภิสิทธิ์ มาร่วมงานด้วย ได้หารืออะไรกันหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่พูดคุยอะไรกันนอกรอบ และการที่พูดแหย่ไปบนเวที ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีไหนมา ตนก็แหย่หมด เพราะตนไม่ใช่ศัตรูเขา แต่ต้องการให้ฟังว่าตนคิดอะไร และคิดว่าท่านจะไม่รังเกียจ และเข้าใจ ถ้าเขาไม่ฟังจากปากตนก็จะไม่เข้าใจสักที ที่พูดบนเวทีมีอะไรเสียหายหรือไม่ และที่พูดไปอธิบายไปว่าบ้านเมืองต้องเดินหน้าไปอย่างไรเสียหายหรือไม่และก็ได้อธิบายถึงหน้าที่ คปป.และ สปท. ซึ่งรู้แล้วใช่หรือไม่ว่ามีอำนาจเหนือรัฐบาลหรือเปล่า ตนไม่เห็นว่าจะมี
 
                      ต่อข้อถามที่ว่า ที่พูดอธิบายเรื่อง คปป.เพราะต้องการบอกให้นายอภิสิทธิ์และนักการเมืองทราบใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่ตนต้องการพูดให้ทุกคนที่รับฟังในห้องได้คิด ไม่ใช่นักการเมืองอย่างเดียวเพราะประเทศนี้ไม่ได้มีแต่นักการเมือง ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ และนักการเมืองไม่เห็นด้วยกับการตั้ง คปป.นั้น ไม่เห็นด้วยก็เรื่องของท่าน แต่เมื่อได้รับฟังแล้วจะคิดได้หรือไม่ต้องไปถามเอาเอง
 
                      "ปัดโถ่ นักการเมืองมีตั้งเยอะแยะ ไม่ใช่มีแต่ท่านอภิสิทธิ์คนเดียวซะที่ไหน ผมก็พูดฝากไปทุกคนนั่นแหละ แต่เมื่องานนี้มาคนเดียวก็พูดกับท่านคนเดียว ถ้ามีใครมาอีกก็พูดอีก ฝากไปให้เข้าใจว่าในวันหน้าทำงานกันอย่างไร ถ้าไม่ได้ก็คือไม่ได้ ไม่ได้ก็สู้กันไปเหมือนเดิม"
&nb