
วีรชนแนะวัฒนาแจ้งความกรณีโดนดักทำร้าย
14 ก.ย. 2558
วีรชน รองโฆษกรบ. แนะ วัฒนาแจ้งความกรณีโดนดักทำร้าย เพราะมีแต่พูดผ่านสื่อมั่นใจทหารไม่สร้างประเด็น เชื่อสังคมดูพฤติกรรมออกว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร
วันที่ 14 กันยายน 2558 เมื่อเวลา 09.45 น. พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 97.0 เมกะเฮิร์ทถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทยระบุว่าถูกดักทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมาภายหลังจากไปเตะฟุตบอลย่านเมืองทองธานี โดยระบุถึงทหารยศสิบเอกอาจจะเกี่ยวข้องด้วยว่า ในเบื้องต้นเป็นการกล่าวหาที่จับตรงนู้นมาใส่ตรงนี้ว่า มีเหตุการณ์แบบนี้ คิดว่าคงต้องตรวจสอบถ้าเจ้าทุกข์เขาไม่สบายใจ แต่นายวัฒนาควรไปหาเจ้าหน้าที่แล้วเล่าให้เจ้าหน้าที่ฟังให้ข้อมูลว่าตัวเองมีเรื่องราวในชีวิตอย่างไรบ้าง ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง อย่างไรก็ตามตนคิดว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่คงไม่ไปทำอะไรที่เป็นการสร้างประเด็น และประเด็นนี้เจ้าหน้าที่ก็ไม่ใช่เป็นคนสร้าง เพราะคิดว่าในลักษณะเรื่องการทำให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยก็มีการดำเนินการมาโดยตลอด ไม่มีลักษณะของการทำที่เป็นไปตามข้อสงสัย
“คิดว่าตรงนี้ต้องดูให้รอบด้านในชีวิตของแต่ละคนมีเรื่องราวอะไรอยู่บ้าง คงไม่เป็นการฉลาดของเจ้าหน้าที่ถ้าไปทำอะไรที่ผิดกฎหมายเพราะว่าเราเป็นส่วนที่ดูแลกฎหมาย และวัตถุประสงค์ของการทำทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาก็เพื่อความสงบเรียบร้อย คงไม่ไปทำอะไรที่ทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ถ้าจะให้ชี้แจงคงชี้แจงเท่านี้” พลตรีวีรชน กล่าว
เมื่อผู้ดำเนินรายการถามว่า จะมีการตรวจสอบกับทหารยศสิบเอกที่นายวัฒนาระบุหรือไม่ พล.ต.วีรชน กล่าวว่า ทราบแต่ว่าเจ้าทุกข์บอกว่าไม่ได้ติดใจเอาความอะไรและไม่ได้มีการแจ้งความ ก็ไม่เห็นว่าจะต้องไปเดือดเนื้อร้อนใจหรือร้อนตัวอะไร เพราะถ้ามีความกังวลในความปลอดภัยตามที่รู้สึกคงต้องไปพบเจ้าหน้าที่ให้ดูแลเรื่องความปลอดภัย ส่วนเรื่องใครจะไปที่ไหนอะไรตรงไหนอย่างไรคิดว่าเป็นสิทธิของเจ้าตัว และเรื่องของการสอบถามเป็นเรื่องของหน่วยงาน แต่ทั้งนี้ถ้าไม่มีการแจ้งความก็ไม่ใช่ว่าจะจบกันไปแต่คงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปสอบถามว่าใครไปทำอะไรที่ไหนอย่างไร
“แต่ถ้ามีการไปแจ้งความในลักษณะที่มีหลักฐานชัดเจน มีข้อมูลชัดเจนอันนั้นก็อีกเรื่องนึง การที่มาตั้งข้อสงสัยผ่านสื่อในลักษณะนี้ถ้าเป็นผมคงไม่ทำในลักษณะนั้น แต่ว่าถ้าจะให้ตั้งข้อสังเกตก็ตั้งข้อสังเกตในส่วนของเราว่าฝ่ายที่ทำกติกาคงที่จะไม่พยายามสร้างประเด็นอะไรแบบนั้น”รองโฆษกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า ถ้าพูดตรงๆ ภาษาชาวบ้านก็คือเจ้าหน้าที่คงไม่ซื่อบื้อทำอะไรแบบนั้น พล.ต.วีรชน กล่าวว่า อันนั้นท่าน(ผู้ดำเนินรายการ)พูดเอง ส่วนที่นายวัฒนาแจกข่าวกับสื่อมวลชนแต่ไม่แจ้งความนั้นตนคงไม่ไปชี้ชัด แต่คิดว่าคนที่เขาติดตามข้อมูลและเห็นพฤติกรรมต่างๆ ก็คงจะตีความได้เองว่าลักษณะแบบนี้คือลักษณะของอะไร เมื่อถามย้ำว่า ถ้ามีการแจกข่าวแต่ไม่แจ้งความจะไม่มีการตรวจสอบใช่หรือไม่ รองโฆษกฯ กล่าวว่า คงไม่มีการหยิบออกมานั่งชี้แจงให้เห็นว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร เพราะไม่มีอะไรที่แสดงว่าเขาเป็นทุกข์ร้อนอะไร
เมื่อถามว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องทางกฎหมายแต่มีแรงกระเพื่อมทางการเมือง ดังนั้นควรจะออกมาเคลียร์หรือไม่ พล.ต.วีรชน กล่าวว่า เอาเป็นว่าเป็นเรื่องของหน่วยต้นสังกัดจะพิจารณา แต่ตนคิดว่าคนฟังข่าวคงจะมีคำตอบ และแม้ว่าทหารคนนั้นจะไปทำหรือไม่อย่างไรตนคงตอบว่าข้อมูลที่ออกมามีวัตถุประสงค์อะไรหรือถ้าเดือดเนื้อร้อนใจจริงเราต้องดำเนินการในลักษณะไหน ซึ่งถ้าเป็นเราจะไปขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหรือตำรวจให้ดำเนินการให้
“แต่กลายเป็นเหตุการณ์ในลักษณะที่ว่าพยายามจะพูดไปให้เป็นการเมือง ยกตัวอย่างเช่นต้องไปถามหัวหน้าคสช. ถามนายกฯ ผมคิดว่าตรงนี้ผู้ฟังที่รับฟังก็คงสามารถดูออกได้ว่ามีเจตนาอย่างไร” พล.ต.วีรชน กล่าว
เมื่อถามว่า ความเห็นส่วนตัวคิดว่านายวัฒนาถูกดักชกจริงหรือไม่ พล.ต.วีรชน กล่าวว่า ไม่อยากจะตอบแทน เพราะคนเรามีองค์ประกอบเรื่องราวชีวิตไม่เหมือนกัน ไม่สามารถบอกได้ว่าเรื่องราวของคนอื่นจริงหรือไม่จริง แต่โดยส่วนตัวของตนคิดว่าเราต้องรู้ว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร และคิดว่าเป็นเรื่องของเจ้าตัวที่จะตอบได้เองว่าถูกดักชกอย่างไร



