
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ผักตบชวา
15 ก.ย. 2558
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ผักตบชวา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
เคยอ่านผ่านตามาได้ใจความว่าผักตบชวาไม่ใช่พืชท้องถิ่นของไทย แต่ถูกนำมาจากเกาะชวาหรือประเทศอินโดนีเซีย เพราะเห็นว่ามีดอกสีม่วงสดใสสวยงาม จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กล้วยไม้น้ำ” เพราะรูปทรงของดอกออกเป็นช่อและมีสีม่วงคล้ายดอกกล้วยไม้ ส่วนคนทางแถบภาคกลางแถวจังหวัดชัยนาท, สิงห์บุรี เรียกผักตบชวาว่า “ผักปอด”
เริ่มต้นจากการเป็นพืชน้ำดอกสวยมีคุณค่านำเข้าจากต่างประเทศ แต่ในเมื่อเป็นพืชที่ตายยากแต่แพร่พันธุ์เร็วและเติบโตง่าย ทำให้ผักตบชวาแพร่กระจายไปทั่วทุกทิศทางที่น้ำไหลไปถึง และกลายเป็นวัชพืชที่ไร้คุณค่ามีแต่ผู้คนรังเกียจเดียดฉันท์ในปัจจุบันนี้
สี่สิบห้าสิบปีที่แล้วเมื่อวิถีชีวิตของผู้คนในชนบทยังเลี้ยงไก่เลี้ยงหมูตามบ้าน อาหารที่เอามาเลี้ยงหมูคือรำข้าวและปลายข้าวจากโรงสีที่อยู่ทั่วแทบทุกตำบล เอามาผสมกับกับหยวกกล้วยหั่นหรือลำต้นของผักตบชวาหั่นคลุกเคล้าให้หมูกินเป็นการลดต้นทุนค่าเลี้ยงดูจนหมูเติบโต ผักตบชวาจึงถูกควบคุมปริมาณไปในตัวทำไม่ให้แพร่กระจายมากเหมือนปัจจุบันนี้
ในอดีตผักตบชวาจะแพร่หลายให้เห็นมากในช่วงน้ำเหนือหลาก จะมีกอผักตบชวาลอยตามน้ำที่ไหลล่องมาในลำน้ำหลักเช่น เจ้าพระยา, ท่าจีน ฯลฯ นอกเหนือไปจากฤดูน้ำหลากแล้วก็แทบจะไม่เห็นผักตบชวาตามลำน้ำอีกเลยตลอดปี จะมีให้เห็นบ้างก็ตามแหล่งน้ำปิดเช่นหนองน้ำต่างๆ บ้างเล็กน้อยเท่านั้น ปัญหาที่เกิดจากผักตบชวาเช่นทำให้แหล่งน้ำตื้นเขิน หรือเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางตามลำน้ำจึงไม่เกิดขึ้น แถมผักตบชวายังช่วยทำให้น้ำในแหล่งปิดใส และเป็นอาหาร, เป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำเช่นปลาหลากหลายสายพันธุ์อีกด้วย
ผักตบชวาเริ่มส่อแววว่าจะเป็นปัญหาของประเทศเมื่อการสัญจรทางน้ำลดความสำคัญลง บวกกับวิถีชีวิตของผู้คนในชนบทที่เลิกจากการเลี้ยงหมูเพื่อขาย ผักตบชวาถูกเลิกนำไปใช้เป็นอาหารหมูอีกต่อไป จึงเริ่มเห็นผักตบชวาแตกหน่อออกกอชูช่อดอกใบแน่นแหล่งน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ
แม้ว่าจะมีชุมชนบางแห่ง เช่น หมู่บ้าน “บ้านหนอง” ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ชาวบ้านแถวนั้นเมื่อสี่สิบปีที่แล้วนำเอาผักตบชวามาตากแห้ง แล้วนำไปสานเป็นเปลญวนเป็นเสื่อออกเร่ขายและได้รับความนิยมมากก็ตาม แต่ก็ไม่ทันกับการแพร่กระจายและการเติบโตของผักตบชวาที่เกิดง่ายเติบโตง่ายแต่ตายยาก
ทุกวันนี้จึงมีข่าวเกิดขึ้นบ่อยๆ ว่าแม่น้ำสายหลักสำคัญๆ ทั้งหลาย ไม่สามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้อีกต่อไป เพราะผักตบชวาเติบโตจนแน่นขนัดไปทั้งลำน้ำ ผักตบชวาจึงกลายเป็นวัชพืชที่มีแต่ผู้คนรังเกียจ แต่ก็ไม่มีใครคิดหาหนทางที่จะควบคุมการเติบโตหรือกำจัดมันออกไปอย่างถาวร
แม้ว่าในแง่ของการเกษตรผักตบชวาจะเป็นวัชพืชที่ไร้ประโยชน์ แต่ในอดีตเคยเป็นพืชที่มีคนนำไปทำประโยชน์ด้วยเอาไปเลี้ยงสัตว์ และเอาไปแปรรูปทำสิ่งประดิษฐ์ แต่หน่วยงานที่มีหน้าที่ค้นคว้าวิจัยของรัฐซึ่งมีนักวิชาการผู้ทรงความรู้สุมกันอยู่มากมาย กลับไม่เคยคิดที่จะหาหนทางนำเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติจำนวนมหาศาลเช่นผักตบชวา ไปทำประโยชน์ในด้านอื่นๆ เพื่อให้เกิดคุณค่ามากขึ้น เพื่อเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณผักตบชวาจากแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ ลงไป ปัญหาหมักหมมและมีแววว่าจะมากขึ้นจากผักตบชวา จะได้หมดไปจากประเทศไทยเราเสียทีครับ
---------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : ผักตบชวา : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



