ข่าว

เปิดพิมพ์เขียวกระทรวงความมั่นคง

เปิดพิมพ์เขียวกระทรวงความมั่นคง

14 ก.ย. 2558

เปิดพิมพ์เขียวกระทรวงความมั่นคง

              เหตุการณ์ลอบวางระเบิดครั้งรุนแรงกลางกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 และ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยน้ำมือของกลุ่มคนร้ายชาวต่างชาติ สะท้อนปัญหาประสิทธิภาพของงานด้านตรวจคนเข้าเมือง การบูรณาการฐานข้อมูลความมั่นคง และงานด้านการข่าวอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้รัฐบาลมีแนวคิดจัดตั้ง “กระทรวงความมั่นคง” ขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม

              เมื่อไม่นานมานี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานคณะกรรมการบูรณาการฐานข้อมูลความมั่นคง เพื่อให้ข้อมูลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบทุกหน่วยเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบและมีความแม่นยำสูง

              ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรียังมีแนวคิดจัดตั้ง “กระทรวงความมั่นคง” ที่จะรวมเอาหน่วยงานด้านความมั่นคงมาอยู่ร่วมกัน เพื่อความเป็นเอกภาพ เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ทั้งนี้ อาจรวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองด้วย

              พร้อมกันนั้น นายกรัฐมนตรียั่งสั่งการให้หน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด รวมทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ จัดทำ “แผนยุทธศาสตร์ 20 ปี” ของงานด้านความมั่นคง เพื่อรองรับภัยคุกคามด้านต่างๆ โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดประชาคมอาเซียน ซึ่งจะทำให้การเคลื่อนย้ายคน แรงงาน และเงินผิดกฎหมาย สามารถทำได้ง่ายขึ้น สุ่มเสี่ยงต่อการขยายตัวของกลุ่มก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยการวางยุทธศาสตร์ให้รวมไปถึงภัยทางไซเบอร์ด้วย

              หนึ่งในแผนงานที่ทุกหน่วยเห็นพ้องต้องกันก็คือ อาจต้องมี “หน่วยงานกลาง” หรือ “กระทรวง” ที่ดูแลงานด้านความมั่นคงเป็นการเฉพาะอย่างบูรณาการ เนื่องจากปัญหาใหญ่ที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน คือ แต่ละหน่วยแยกทำงาน มีสายบังคับบัญชาและหลักการปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องดึงเอาภารกิจจากหลายหน่วยมารวมอยู่ที่หน่วยเดียว ขึ้นตรงกับสายบังคับบัญชาเดียวกัน คล้ายกระทรวงความมั่นคงภายในของสหรัฐอเมริกา หรือ Homeland Security

              แนวทางที่ต้องดำเนินการมี 3 ระดับ คือ

              1.ออกแบบหน่วยงานใหม่ที่สามารถรับมือกับภัยคุกคามใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

              2.โอนหน่วยงานที่มีภารกิจรักษาความปลอดภัยชายแดน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, หน่วยยามฝั่ง มาอยู่ที่หน่วยงานใหม่

              3.กำหนดภารกิจที่จำเป็นสำหรับหน่วยงานใหม่อย่างน้อย 5 ด้าน คือ งานข่าวกรอง, งานไซเบอร์, งานบังคับใช้กฎหมาย, งานตรวจเส้นทางการเงิน และงานตรวจสอบทางเทคนิคพิเศษ อาทิ การใช้โทรศัพท์ เป็นต้น พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติแบบบูรณาการ

              หน่วยงานใหม่นี้ ซึ่งอาจเรียกว่า “กระทรวงความมั่นคง” จะต้องมีศักยภาพควบคุมกล้องโทรทัศน์วงจรปิดทั่วประเทศ มีระบบมอนิเตอร์ 24 ชั่วโมง มีระบบเฝ้าตรวจสนามบิน รถไฟฟ้า และย่านชุมชนที่มีประสิทธิภาพ โดยต้องเชื่อมกับระบบของภาคเอกชนด้วย

              แนวคิดการตั้งกระทรวงความมั่นคง ได้รับการขยายความจาก นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 กันยายน 2558

              นายอนุสิษฐ บอกว่า โครงสร้างของประเทศในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะต้องมองไปถึงกระทรวงที่มาดูแลด้านความมั่นคง ในลักษณะคล้ายๆ โฮมแลนด์ ดีพาร์ตเมนต์

              ทั้งนี้ รัฐบาลควรจะมีที่ปรึกษาด้านความมั่นคง เช่น สมช. เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบาย ส่วนการบูรณาการและสั่งการนั้น ขณะนี้ยังกระจายกันอยู่ ทำให้มีแนวคิดจัดตั้งกระทรวงความมั่นคง ซึ่งหลายประเทศก็มีการจัดตั้งแล้ว เช่น เวียดนาม จีน โดยอาจยกระดับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หรือ กอ.รมน. ขึ้นมา หากงานยังทับซ้อนกันกับ กอ.รมน.

              ขณะที่งานอีกส่วนหนึ่งที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ การพัฒนางานด้านข่าวกรองให้มีขีดความสามารถสูงขึ้น เพื่อดูแลความมั่นคงปลอดภัยของประเทศ ซึ่ง สมช.มีข้อเสนอในการกำหนดยุทธศาสตร์เรื่องข่าวกรองแห่งชาติ และผ่านความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีในฐานะประธาน สมช.แล้ว คาดว่าจะมีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า