ข่าว

ค้นหอพักหญิงย่านดินแดงหาโยงบึ้ม

ค้นหอพักหญิงย่านดินแดงหาโยงบึ้ม

13 ก.ย. 2558

ค้นหอพักหญิงย่านดินแดงหาเชื่อมโยงเหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหม-ท่าเรือสาทร พร้อมคุมตัว นศ.เจ้าของห้องและเพื่อนแม่ที่มาอาศัยอยู่ด้วยไปสอบปากคำในค่ายทหาร

ค้นหอพักหญิงย่านดินแดงหาโยงบึ้ม คุมตัวนศ.เจ้าของห้องสอบค่ายทหาร


                ความคืบหน้าคดีคนร้ายวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม บริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 17 สิงหาคม เป็นเหตุให้ชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียชีวิต 20 คน และได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก และวางระเบิดใกล้ท่าเรือสาทร ต่อมาชุดสืบสวนจับกุมนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด หรือนายอาเดม คาราดัก ไม่ทราบสัญชาติ ขณะกบดานที่พูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ เลขที่ 134/5 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก พร้อมอุปกรณ์ประกอบระเบิดจำนวนมาก และหนังสือเดินทางประเทศตุรกีปลอมอีก 250 เล่ม หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังบูรพาจับกุมนายไมไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาที่ควบคุมตัวได้ที่ จ.สระแก้ว ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องอีกหลายราย

                ล่าสุด เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 13 กันยายน พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ ผบก.น.1 พล.ต.ต.รณกร ศุภสมุทร ผบก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (อีโอดี) พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานอีโอดี เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารเข้าตรวจค้นหอพักสตรีอู๊ด เลขที่ 102/16 แขวงและเขตดินแดง กทม. หลังจากเมื่อกลางดึกวันที่ 11 กันยายน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นแมนชั่นระหว่างซอยอ่อนนุช 44 และ 46 ท้องที่ สน.พระโขนง และพบว่าหอพักสตรีอู๊ดมีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหม และท่าเรือสาทร

                สำหรับหอพักดังกล่าวเป็นหอพักสตรีสูง 4 ชั้น มีห้องพักทั้งหมด 24 ห้อง โดยเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 104 พบกระเป๋าเดินทาง และคอมพิวเตอร์ ก่อนรวบรวมของกลางไปตรวจสอบเพื่อหาดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงว่าตรงกับผู้ที่อยู่ในขบวนการก่อเหตุหรือไม่

                รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับห้องเลขที่ 104 ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นนั้น มีนักศึกษาสาว 2 คน เช่าอาศัยอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 เดือน แม่ของ 1 ใน 2 นักศึกษาได้ฝากหญิงวัยกลางคนซึ่งอ้างว่าเป็นเพื่อนมาพักอาศัยด้วย ทั้งนี้จากแนวทางสืบสวนพบว่า มีชาย 3 คน นำของกลางมาฝากที่ห้องดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่า บุคคลทั้ง 3 คนน่าจะหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว และอยู่ระหว่างการติดตามตัว

                หลังจากเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่ทหารพบหญิงสาวที่เช่าห้องทั้ง 3 คน จึงควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง และจะติดต่อมารดาของนักศึกษาทั้ง 2 คน มาสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป อย่างไรก็ตามจากการตรวจค้นในห้องดังกล่าวพบเพียงของใช้บางส่วน ไม่ได้พบสารตั้งต้นหรือสารประกอบระเบิดแต่อย่างใด

                พล.ต.ท.ศรีวราห์ เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นหอพักดังกล่าวเนื่องจากมีข้อมูลจากฝ่ายสืบสวนว่า มีบุคคลที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดศาลท้าวมหาพรหมและท่าเรือสาทร จึงนำกำลังเข้าตรวจค้นพบว่าบุคคลที่เชื่อว่าเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดนั้น ไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่นี่ แต่เมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา ได้นำของใช้ส่วนตัวบางอย่างมาฝากไว้กับเจ้าของห้องพัก โดยทหารได้ควบคุมตัวหญิงสาวทั้ง 3 คนไปสอบปากคำ เพื่อเป็นข้อมูลสเก็ตช์ภาพบุคคลที่นำของมาฝากไว้

                “ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าบุคคลที่นำของมาฝากนั้น เคยถูกออกหมายจับในคดีดังกล่าวแล้วหรือไม่ แต่ยืนยันได้ว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่ น.ส.วรรณา สวนสันต์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามยืนยันว่า หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีการพาดพิงถึงบุคคลใดก็จะออกหมายจับทันที" พล.ต.ท.ศรีวราห์ระบุ
ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่า เพื่อนของแม่นักศึกษาที่เข้ามาพักอาศัยอยู่ด้วยนั้น มีความเชื่อมโยงกับชายเสื้อฟ้าที่ก่อเหตุวางระเบิดที่ท่าเรือสาทร โดยทำหน้าที่จัดหารถแท็กซี่ไปรับชายเสื้อสีฟ้าไปก่อเหตุที่ท่าเรือสาทร ทั้งยังเป็นผู้ไปเก็บของเครื่องใช้ให้นายอับดุล ทาวับ ชาวปากีสถาน อายุประมาณ 40 ปี ผู้ที่ทำธุรกรรมทางการเงิน โดยโอนเงินเข้าบัญชีของนายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สามี น.ส.วรรณา 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 157,646.08 บาท

                วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงขั้นตอนการส่งตัวนายอาเดม คาราดัก และนายไมไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีระเบิดศาลท้าวมหาพรหม และท่าเรือสาทร จากเรือนจำพิเศษมีนบุรี มาควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราว แขวงถนนนครไชยศรี หรือที่กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 ว่า ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ ทางต้นสังกัดเรือนจำชั่วคราวฯ จะต้องทำคำสั่งแต่งตั้งทหารขึ้นเป็นผู้ควบคุมพิเศษประมาณ 20 นาย พร้อมต้องส่งเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เข้าไปประจำการเรือนจำชั่วคราว แขวงถนน นครไชยศรี อีก 5 นาย รวมทั้งหมด 25 นาย เพื่อให้ทำงานร่วมกันในการควบคุมและดูแลผู้ต้องขัง โดยเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะต้องมีการแนะนำขั้นตอนและชี้แจงระเบียบในการปฏิบัติแก่ผู้ต้องขังให้ทหารทราบ

                “การควบคุมตัวผู้ต้องขังทั้ง 2 คน จะต้องแยกควบคุม ไม่ให้อยู่ด้วยกัน และการประกอบอาหารสำหรับผู้ต้องขังก็เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างหารือกับกรมราชทัณฑ์ว่าจะดำเนินการอย่างไร ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังทั้ง 2 คน ไปควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรีเมื่อใด เพราะต้องรอการประสานจากทางเรือนจำพิเศษมีนบุรี” นายอายุตม์ กล่าว