ข่าว

ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์

ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์

13 ก.ย. 2558

เรื่องเล่าข่าวดัง : ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                      การควบคุมตัว “อาเดม คาราดัก” หรือ “บิลาเติร์ก มูฮัมหมัด” ซึ่งอ้างตัวว่าเป็นชาวตุรกี ได้พร้อมกับวัสดุที่ใช้ในการประกอบระเบิด ซึ่งตำรวจและทหารค้นพบภายในห้องเช่าหอพักย่านหนองจอก ถือเป็นกุญแจดอกสำคัญที่นำไปสู่การคลี่คลายคดี จากเดิมที่ดูจะมืดมนก็กลับกลายเป็นมีความหวังขึ้นทันที
 
                      นายอาเดมถูกนำตัวไปควบคุมในค่ายทหารเพื่อสอบเค้นขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรทั้งหมด ซึ่งแม้การสอบสวนจะยากลำบากเพราะอุปสรรคด้านภาษา แต่หลังจากได้รับการสนับสนุน “ล่าม” จากกระทรวงการต่างประเทศอุปสรรคข้อนี้ก็คลี่คลายลง
 
                      การได้ตัวนายอาเดมนำมาสู่การขยายผลตรวจค้นหอพักย่านมีนบุรีอีก 2 จุด หลังจากมีข้อมูลว่า เครือข่ายชาวต่างชาติซึ่งเชื่อมโยงกับนายอาเดม เข้านอกออกในอยู่ที่นี่ และการตรวจค้นหอพักย่านมีนบุรีนี่เองทำให้ตำรวจชุดคลี่คลายคดีและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงพบความเชื่อมโยงกลุ่มผู้ต้องสงสัย ซึ่งมีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
 
 
ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์
 
 
                      คนแรกคือ น.ส.วรรณา หรือไมซาเลาะ สวนสันต์ ชาว ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งพบหลักฐานว่าเป็นผู้เช่าห้องพักให้ชาวต่างชาติกลุ่มต้องสงสัยพัวพันกับเหตุระเบิด ตำรวจขยายผลโดยการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์ของหญิงชาว จ.พังงา รายนี้ พบว่ามีการติดต่อกับอดีตผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์รายหนึ่งที่ จ.นราธิวาส จึงนำไปสู่การควบคุมหนุ่มชาว จ.นราธิวาส รายนี้ มาสอบสวนขยายผล ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความควบคุมของทหาร
 
                      เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบพบว่า น.ส.วรรณาเดินทางออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 ทางสนามบินภูเก็ต ซึ่งมีภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่นั่น พบเธอเดินทางออกนอกประเทศไปพร้อมกับสามีชาวตุรกี ชื่อ “เอ็มห์ระ ดาวูโตกลู” ซึ่งต่อมาตำรวจได้ออกหมายจับทั้ง 2 คน ในข้อหาครอบครองยุทธภัณฑ์
 
 
ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์
 
 
                      ผู้สื่อข่าวเครือเนชั่นมีโอกาสสัมภาษณ์ น.ส.วรรณา ทางโทรศัพท์ โดยเธอปฏิเสธว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด แต่ยอมรับว่าได้เปิดห้องเช่าที่ย่านมีนบุรีไว้ให้ชาวตุรกี ซึ่งเป็นเพื่อนของสามีพักอาศัย โดยเธออ้างว่าปัจจุบันอยู่ในประเทศตุรกีและพร้อมจะเดินทางกลับมาประเทศไทยหากได้รับการยืนยันด้านความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายการเดินทางจากทางการไทย แต่ก็หายเงียบไปจนถึงขณะนี้
 
                      ความพยายามในการคลี่คลายคดีของตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงยังคงดำเนินการต่อ และการขยายผลได้ข้อมูลที่ชัดขึ้น หลังจาก “อาเดม คาราดักค” เริ่มทยอยเปิดปาก ข้อมูลที่สำคัญคือเพื่อนที่อยู่ร่วมห้องกับเขา ซึ่งข้อมูลการสอบสวนทราบว่าหลบออกจากห้องพักแห่งนี้ไปก่อนที่ตำรวจและทหารจะเข้าตรวจค้นไม่นาน รวมทั้งรายละเอียดเข้าออกประเทศไทยของชายชาวต่างชาติรายนี้
 
                      “เขาบอกว่าเข้าออกไทยทางคลองลึกมาหลายครั้ง โดยจ่ายเงินครั้งละ 1.8 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการอำนวยความสะดวกในการเข้าประเทศไทย” แหล่งข่าวด้านความมั่นคงบอกถึงผลการสอบถามชายที่อ้างตัวเป็นชาวตุรกี รายนี้
ข้อมูลที่ได้นี้นำมาสู่การสั่งย้ายตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสระแก้วรวดเดียวถึง 5 นาย และหลังคำสั่งย้ายเพียงชั่วข้ามคืนก็เกิดการจับกุมชายที่อ้างตัวเป็นชาวตุรกีอีกราย แต่การตรวจสอบต่อมามีความชัดเจนว่า ชายรายนี้คือชาวอุยกูร์ มาจากซินเจียง ประเทศจีน “ไมไรลี ยูซูฟู”
 
 
ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์
 
 
                      “ไมไรลี ยูซูฟู” ถูกทหารกองกำลังบูรพาควบคุมตัวได้ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ในพื้นที่รอยต่อระหว่างไทยกับกัมพูชา ห่างจากด่าน ตม.คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ประมาณ 3 กิโลเมตร  ตามคำให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนของ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่สื่อมวลชนกัมพูชามีการนำเสนอว่า เจ้าหน้าที่ของกัมพูชาเป็นคนจับกุม “ไมไรลี ยูซูฟู” ได้ที่สนามบินในกัมพูชาระหว่างที่ชายผู้นี้จะเดินทางต่อไปยังเวียดนาม
 
                      เขาถูกควบคุมตัวเข้าค่ายทหาร เช่นเดียวกับ “อาเดม คาราดัก” ซึ่งการสอบสวนระหว่างอยู่ในค่ายทหารเป็นไปอย่างเข้มข้น ก่อนที่ทั้งสองจะถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย 
 
                      ซึ่งข้อมูลที่ตำรวจได้จากการสอบปากคำ “ไมไรลี ยูซูฟู” ยิ่งทำให้เห็นเค้าโครงของผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดมากขึ้น
 
                      “ไมไรลี ยููซูฟู" อ้างว่า เป็นผู้นำกระเป๋าเป้สีดำไปส่งมอบให้ชายเสื้อเหลือง โดยไปวางไว้ที่ใต้ม้านั่งริมคลองผดุงกรุงเกษม ย่านหัวลำโพง แต่อ้างว่า ไม่รู้ว่าภายในเป้มีระเบิดบรรจุอยู่
 
 
ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์
 
 
ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์
 
 
                      แต่หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์คือลายนิ้วมือแฝงที่พบบนขวดบรรจุสารประกอบระเบิดในห้องเช่าหนองจอกตรงกันกับผลตรวจลายนิ้วมือของ “ไมไรลี ยูซูฟู” ประกอบกับประวัติทางการศึกษาของชายผู้นี้ ซึ่งเป็นอดีตนักศึกษาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยซินเจียง เมดิคอล มีความรู้ในการใช้สารเคมี ผนวกกับหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่พบภาพขณะเขาเข้าไปซื้อสารเคมีในร้านแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี ทำให้เชื่อได้ว่า “ไมไรลี ยูซูฟู” ต้องเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยเขาน่าจะทำหน้าที่ประกอบระเบิด
 
                      ตำรวจได้ตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า “ไมไรลี ยูซูฟู” อาศัยอยู่ในไทยเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยเคยขายโทรศัพท์มือถืออยู่ในย่านรามคำแหงเป็นเวลานานกว่าครึ่งปี โดยมีความสนิทสนมกับ “อิซาน” หรือ “อาบูดูซาตาร์ อบูดูเราะห์มาน” ชายชาวอุยกูร์จากเมืองซินเจียง ประเทศจีน ที่มีประวัติเข้ามาลักลอบทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดทำวีซ่าอยู่ในย่านสาทร 
 
                      บุคคลผู้นี้เดินทางเข้าออกไทยและบังกลาเทศหลายครั้ง ซึ่งข้อมูลด้านการข่าวของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงพบว่า ชายผู้นี้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการนำพาชาวอุยกูร์ไปยังประเทศที่สาม โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านมาระยะหนึ่ง
 
                      นำมาสู่การขยายผลจากการสอบปากคำ “ไมไรลี ยูซูฟู” ที่ยอมรับต่อมาว่า ผู้ที่สั่งการและสนับสนุนเงินทุนการระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรครั้งนี้คือ “อิซาน” ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสั่งการทีมงานระเบิดผ่านโปรแกรมสนทนา “วอทส์แอพ” โดย “อิซาน” เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว
 
 
ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์
 
 
                      ตำรวจตรวจสอบพบว่า “อิซาน” เดินทางออกจากประเทศไทยไปแล้วจริงตามที่ “ไมไรลี ยูซูฟู” อ้าง โดยพบว่าภาพจากกล้องวงจรปิดสนามบินสุวรรณภูมิสามารถบันทึกภาพขณะ “อิซาน” ออกจากไทยไปด้วยเที่ยวบิน บีจี0089 เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม 2558 ปลายทางบังกลาเทศ โดยการออกไปครั้งนี้เป็นการเดินทางออกจากไทยก่อนเกิดเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เพียง 1 วัน
 
 
 
 
                      ติดตามต่อตอนหน้า
 
 
 
--------------------
 
 
 
--------------------
 
(เรื่องเล่าข่าวดัง : ปิดเมืองล่า (4) ทีมบึ้มราชประสงค์ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)