ข่าว

รู้จัก 'ทีเอทีพี ระเบิดเปอร์ออกไซด์' สงสัยบึ้มราชประสงค์ !

รู้จัก 'ทีเอทีพี ระเบิดเปอร์ออกไซด์' สงสัยบึ้มราชประสงค์ !

13 ก.ย. 2558

รู้จัก 'ทีเอทีพี ระเบิดเปอร์ออกไซด์' สงสัยบึ้มราชประสงค์ !

 
                      เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่จนถึงขณะนี้ทางการไทยยังไม่สรุปชนิดของวัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้ในเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม สี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม 2558 ว่าเป็นระเบิดชนิดใด นอกจากสรุปกว้างๆ ว่าเป็น “ระเบิดแสวงเครื่อง” หรือไออีดี (improvised explosive device) เท่านั้น
 
                      “ระเบิดแสวงเครื่อง” หมายถึงวัตถุระเบิดแบบมาตรฐานที่ไม่ได้ใช้ในทางการทหาร แต่เป็นระเบิดที่ผู้ใช้ผลิตขึ้นเองจากวัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ในท้องถิ่น ซึ่งแต่ละพื้นที่ขัดแย้งก็จะมีองค์ประกอบแตกต่างกันไป
 
 
รู้จัก 'ทีเอทีพี ระเบิดเปอร์ออกไซด์' สงสัยบึ้มราชประสงค์ !
 
 
                      เหตุระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์มีการคาดการณ์ตั้งแต่หลังเกิดเหตุว่า ดินระเบิดที่คนร้ายใช้น่าจะเป็น “ทีเอ็นที” หรือ “ซีโฟร์” โดยประกอบใส่ท่อเหล็ก (ไปป์) มีฝาเกลียวปิดหัวท้าย มี “บอล แบริ่ง” หรือลูกเหล็กเป็นสะเก็ดระเบิด และอาจจุดระเบิดด้วยระบบตั้งเวลา โดยเปรียบเทียบกับซากวัตถุระเบิดที่พบจากเหตุการณ์ระเบิดที่ท่าเรือสาทรในวันถัดมา
แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่มีการสรุปว่า ดินระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดใด โดยอ้างเหตุผลว่าต้องรอผลตรวจจากห้องแล็บ ทว่ากระทั่งปัจจุบันก็ยังไม่มีการสรุปออกมาให้ชัดเจน
 
                      เมื่อพิจารณาจากข้อมูลคำให้การของ นายไมไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา และทางการไทยเชื่อว่าเขาเป็นมือประกอบระเบิด เพราะเป็นคนไปเลือกซื้อ “สารเคมี” จากร้านเคมีภัณฑ์จำนวน 4 ชนิด ทำให้นักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับ “สารตั้งต้น” ที่ใช้ประกอบระเบิด เสนอทฤษฎีใหม่ว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้ปฏิบัติการที่สี่แยกราชประสงค์ อาจไม่ได้มี “ดินระเบิด” ประเภททีเอ็นที หรือซีโฟร์ เป็นส่วนประกอบ
 
                      แต่อาจเป็นระเบิดที่เกิดจากการทำปฏิกิริยาทางเคมีของ “สารเคมี” ล้วนๆ ที่รู้จักกันในนาม “ระเบิดเปอร์ออกไซด์” หรือ (Triacetone Triperoxide, Peroxyacetone)
 
 
 
รู้จักระเบิดเปอร์ออกไซด์
 
 
 
รู้จัก 'ทีเอทีพี ระเบิดเปอร์ออกไซด์' สงสัยบึ้มราชประสงค์ !
 
วีรชัย พุทธวงศ์
 
 
                      รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ นักวิชาการสาขาเคมีอินทรีย์ ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ระเบิดเปอร์ออกไซด์เป็นระเบิดแรงดันสูง (high explosive) มีรูปแบบการระเบิดและอานุภาพการทำลายล้างคล้าย “ทีเอ็นอี”
 
                      ระเบิดเปอร์ออกไซด์มาจากการผสมและทำปฏิกิริยากันของสารเคมี 4 ชนิดที่หาซื้อได้ในชีวิตประจำวัน (สงวนชื่อสารเคมี) ประกอบด้วย สารเคมีในน้ำยาล้างเล็บ, สารเคมีในน้ำยาล้างแผล, สารเคมีที่ใช้ในการล้างผัก และกรดเกลือ
 
                      สารเหล่านี้จะถูกนำมาผสมกันและแช่เย็นให้ตกผลึก จากนั้นนำไปตากแห้งแล้วอัดใส่ท่อเหล็ก ปิดฝาเกลียวทั้งสองข้าง และต่อกับระบบจุดระเบิด ก็สามารถใช้เป็นระเบิดที่มีอานุภาพการทำลายล้างสูงได้
 
 
 
“สารตั้งต้น” ไม่ใช่ “ยุทธภัณฑ์”
 
 
                      “ความน่ากลัวของระเบิดชนิดนี้คือ สารเคมีที่นำมาใช้ประกอบเป็นระเบิด ไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นยุทธภัณฑ์ (ตามพระราชบัญญัติยุทธภัณฑ์ พ.ศ.2530) จึงสามารถหาซื้อได้อย่างเสรี และซื้อปริมาณเท่าใดก็ได้ ไม่เหมือนระเบิดแถวสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ใช้ “ปุ๋ยยูเรีย” หรือสารจำพวกแอมโมเนียมไนเตรท ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนเป็นยุทธภัณฑ์ หากซื้อปริมาณมากๆ ก็จะผิดสังเกต และถูกตรวจสอบได้ง่าย”
 
                      “ตามข่าวที่ปรากฏทางสื่อ นายไมไรลี ยูซูฟู เป็นผู้ไปหาซื้อสารเคมี 4 ชนิดนี้ โดยเขาเป็นนักเคมี เรียนจบมาทางนี้ จึงน่าจะประกอบระเบิดชนิดนี้ได้ ผมสันนิษฐานว่าสารเคมีที่ใช้น่าจะมีน้ำหนักหลายกิโลกรัม ก่อนจะทำให้ตกผลึกเป็นผงสีขาว น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม จากนั้นก็นำไปอัดใส่ท่อเหล็ก ทำเป็นระเบิดไปวางที่ราชประสงค์” รศ.ดร.วีรชัย ระบุ
 
 
 
ไขปมไปป์เหล็ก-เผาไหม้สมบูรณ์
 
 
                      นักวิชาการด้านเคมีผู้นี้ให้ข้อมูลต่อว่า ระเบิดเปอร์ออกไซด์ถ้าผสมสารเคมีด้วยความเข้มข้นที่พอเหมาะ จะเผาไหม้สมบูรณ์มาก การระเบิดจะมีลูกไฟพุ่งออกมาด้วย ระเบิดแล้วทุกอย่างหายไปหมด หาหลักฐานยาก และสาเหตุที่คนร้ายใช้ท่อเหล็ก (ไปป์บอมบ์) ไม่ใช่ท่อพลาสติก เพราะหนึ่งในสารประกอบระเบิดมีฤทธิ์เป็นกรด อาจกัดท่อพลาสติกจนละลาย สารประกอบระเบิดรั่วไหลได้
 
                      สำหรับวิธีจุดระเบิดของระเบิดเปอร์ออกไซด์ รศ.ดร.วีรชัย บอกว่า สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การกระแทกแรงๆ ก็ทำให้เกิดการจุดระเบิด หรือใช้ปืนยิง รวมทั้งตั้งเวลา แล้วใช้ฝักแคหน่วงเวลา ซึ่งส่วนตัวเชื่อว่าระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์น่าจะใช้ระบบตั้งเวลา และหน่วงเวลาด้วยฝักแค แต่เป็นฝักแคขนาดสั้น หน่วงเวลาเพียงชั่วครู่ สะท้อนว่ามือระเบิดใจถึงมาก
 
                      “ระเบิดลูกที่ 2 ที่ท่าเรือสาทร ผมคิดว่าเป็นการทำเผื่อลูกแรกพลาด แต่เมื่อลูกแรกสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง จึงนำไปทิ้งแม่น้ำ เพราะอายุของสารที่ตกผลึกแล้วนำมาทำเป็นระเบิดนั้น มีอายุเพียง 10 วัน เมื่อประกอบแล้วจึงต้องรีบใช้ แต่แม้จะนำไปทิ้งน้ำ ระเบิดเปอร์ออกไซด์ก็สามารถระเบิดจากในน้ำได้ อานุภาพแรงกว่าทีเอ็นที 2 เท่า”
 
 
 
เคยถูกใช้โจมตีลอนดอน
 
 
                      รศ.ดร.วีรชัย บอกด้วยว่า ระเบิดเปอร์ออกไซด์นิยมใช้ในหมู่ผู้ก่อการร้ายในตะวันออกกลาง เคยถูกใช้ในอิสราเอล รวมถึงการก่อการร้ายครั้งใหญ่ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2548 โดยผู้ก่อการร้าย 4 คนใช้เปอร์ออกไซด์เป็น “ระเบิดพลีชีพ” ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 52 คน บาดเจ็บกว่า 700 คน
 
                      “ที่ผ่านมาทั่วโลกได้เตือนให้เฝ้าระวังระเบิดชนิดนี้ แต่เจ้าหน้าที่ไทยอาจไม่คุ้นชิน เพราะบ้านเรามักใช้ทีเอ็นที หรือซีโฟร์ ซึ่งเป็นระเบิดที่ใช้ทางการทหารเป็นหลัก ส่วนการก่อเหตุรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ใช้สารเคมีอีกกลุ่มหนึ่ง”
 
                      “ประกอบกับเครื่องตรวจหาสารประกอบระเบิดเปอร์ออกไซด์ บ้านเรายังไม่ได้นำมาใช้ จึงอาจตรวจหาได้ยาก ซ้ำยังเป็นสารที่ระเหยง่าย ผมเห็นภาพกรุงเทพมหานครล้างถนนหลังวันเกิดเหตุเพียง 1-2 วัน อย่างนี้ไอระเหยของสารย่อมหายไปหมด ยิ่งทำให้ตรวจหาไม่เจอ” เขาไขปมที่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ทางการยังสรุปไม่ได้ว่าเหตุระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นชนิดใด
 
 
 
หลบหลีกเครื่องตรวจระเบิด
 
 
                      ข้อมูลและข้อสังเกตของ รศ.ดร.วีรชัย สอดคล้องกับงานวิจัยเรื่อง “ทีเอทีพี ระเบิดของผู้ก่อการร้าย” ที่ศึกษาโดยกองวิชาเคมี ส่วนการศึกษา โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
 
                      เนื้อหาของงานวิจัยได้อธิบายถึงโครงสร้างทางเคมีของระเบิดชนิดนี้ และระบุว่าเป็นระเบิดที่สามารถทำเองได้ด้วยวัตถุดิบที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่มีผลร้ายแรง เพราะมีความไวสูงมาก ซ้ำยังมีจุดเด่นตรงที่เครื่องตรวจวัตถุระเบิดส่วนใหญ่ไม่สามารถตรวจจับได้อีกด้วย ต้องใช้เครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดจำพวกเปอร์ออกไซด์เท่านั้น รวมทั้งเพิ่มมาตรการควบคุมสารเคมีที่นำขึ้นเครื่องบิน
 
                      งานวิจัยยังเสนอให้ภาครัฐควบคุมการใช้งานของ “สารตั้งต้น” ที่นำมาผลิตระเบิดทีเอทีพี เพราะหาซื้อได้ง่าย เป็นสารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยสารเหล่านี้ถ้ามีความเข้มข้นต่ำ ก็ถูกใช้เป็นน้ำยาล้างเล็บ น้ำยาล้างแผล น้ำยาบ้วนปาก และน้ำยากัดสีผมนั่นเอง