
บิ๊กตู่ชวนนักการเมืองร่วมร่างรธน.
ประยุทธ์ ระบุรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่ามองเรื่องประชาธิปไตยอย่างเดียว หวังนักการเมืองเข้ามามีส่วนร่วม ชี้วันนี้นักการทหารต้องเข้ามาเป็นนักการเมืองโดยความจำเป็น
11ก.ย.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ถึงกรณีที่ร่างรัฐะรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติว่า อยากให้ทุกคนมองในหลายมุม ไม่ว่าจะในเรื่องของประชาธิปไตย เป็นหรือไม่เป็น หรือเรื่องของการสืบทอดอำนาจอย่างเดียว ทำนองนี้ ช่วยตนคิดแล้วกันว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติ และประชาชนนั้นได้ประโยชน์ ประเทศชาติมีความสงบสุข สันติ ปลอดภัย ประชาชนไม่ถูกนำกลับเข้าไปสู่ความขัดแย้ง และการปฏิรูปประเทศขับเคลื่อนต่อไปให้ได้ โดยรัฐบาลที่เราไว้วางใจ มาจากการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ตนคิดว่าอันนี้เป็นประเด็นสำคัญว่าเราจะทำได้หรือไม่ ทุกคนถ้าช่วยกันอะไรก็ผ่านได้หมด
พล.อ.ประยุทธ กล่าวต่อว่า เราต้องหาวิธีการอีกอย่างว่าจะทำอย่างไร รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ไม่ได้หมายความว่าผมไม่ไว้ใจเขา เพราะทุกท่านก็มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาในการเลือกตั้งทุกคน เว้นแต่ผู้ที่มีความผิด เราทำอย่างไรรัฐบาลหน้าจะดูทั้งในเรื่องของผลประโยชน์ชาติ ดูในเรื่องของการดูแลพี่น้องประชาชนที่มีรายได้แตกต่างกัน การลดความเหลื่อมล้ำ การให้ความเป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมายที่สมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ไม่เดือดร้อน ถ้าทุกคนเข้ามาแล้ว มีความรับผิดชอบแล้ว ก็ไม่มีปัญหาว่าจะเดินไปอย่างไร จะร่างกันอย่างไร ตนคงไปเกี่ยวข้องไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า อยากให้ทุกคนช่วยคิดกันว่ารัฐธรรมนูญฉบับต่อไปที่จะร่างขึ้นมาใหม่นี้ อย่าไปมองในเรื่องของประชาธิปไตยอย่างเดียว อย่าไปมองเรื่องการสืบทอดอำนาจของตน ไม่ต้องกลัว ตนพร้อมที่จะสละทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าหากว่าเราได้รัฐบาลที่รับผิดชอบ รัฐบาลที่ไม่ทำความผิดพลาดอีก นักการเมืองดี ๆ มีมาก 90 กว่าเปอร์เซ็นต์ ที่ไม่ดีก็มีอยู่บ้าง บางคนบางพรรค ทำให้พรรคเสียหายด้วย เพราะฉะนั้นก็ทำให้ทุกอย่างแย่ไปกว่าเดิม เว้นนี้เป็นโอกาสเดียวของประชาชน ของพวกเราที่จะทำให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าไปได้ด้วยดีในอนาคต ตนก็ไม่ได้อยู่กับท่านแล้ว คงช่วยท่านแก้ไขอะไรไม่ได้อีก เพราะฉะนั้น ถ้าท่านเป็นกังวลในเรื่องเหล่านี้ ท่านก็ต้องมาร่วมมือในการศึกษา ทำความเข้าใจในเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น
"ขอเชิญชวนว่าจะทำอย่างไร พรรคการเมือง นักการเมืองไม่ว่าจะพรรคใดก็ตาม ผมอยากให้เข้ามามีส่วนอย่างน้อยในเรื่องของการปฏิรูป ในสภาขับเคลื่อนที่เรากำลังจะตั้งขึ้นมาใหม่ ผมก็เชิญมาทั้งหมดใครที่เกี่ยวข้องเข้ามา แต่ถ้าไม่เข้ามาแล้วพูดจาเสียหายตยก็รับไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นเข้ามาเถอะครับ จะได้ต่อเนื่องกันไป คณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญเขาก็ทำหน้าที่ของเขาไป และสร้างความใจเป็นระยะ ๆ ไป ที่ผ่านมาเห็นเขาก็ทำ แต่เพียงแต่ว่าจะฟังกันหรือไม่เท่านั้นเอง วันนี้เราต้องทำทั้งสร้างประชาธิปไตยใหม่ที่เป็นสากลและแก้ปัญหาประเทศชาติไปได้ด้วย อันนี้สำคัญที่สุด และเดินหน้าเรื่องการปรองดอง ผ่านกระบวนการกฎหมายและยุติธรรมก่อน และการปฏิรูปใน11 เรื่อง 37 วาระ ที่ร่างกันไว้แล้ว ภายใต้กฎหมายที่จะต้องอำนวยความสะดวกในการทำงานดังกล่าวทั้งหมด
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เรื่องการสร้างความขัดแย้งก็เช่นเดียวกัน ดูว่าครั้งที่แล้วมีปัญหาตรงไหน ถ้าบอกว่ามีปัญหาเฉพาะว่ามีการประท้วงแล้วทหาร ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ไม่ไปช่วยปราบปรามการประท้วง ถ้าไม่มีเรื่องอย่างอื่นเข้ามา เช่น เรื่องการใช้อาวุธสงคราม การใช้ระเบิด ใช้อะไรต่าง ๆ มากับประชาชนที่ประท้วง และครั้งนี้ทหาร ตำรวจ เขาไม่ได้เกี่ยวข้องในการที่จะใช้กำลังดังกล่าว วันนี้ก็ติดคุกไปหลายราย สังคมก็ดูเอาเองก็แล้วกัน ผมไม่ได้ไปกล่าวอ้างว่าใครทั้งสิ้น
“วันนี้เราเป็นนักการทหาร เข้ามาเป็นนักการเมืองโดยความจำเป็น และส่วนใหญ่ก็เป็นข้าราชการ เพราะฉะนั้นเรามุ่งหวังที่จะแก้ปัญหาที่เราต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้นมาโดยตลอดชีวิตของพวกเรา ว่าทำอย่างไรเราจะไม่ถูกก้าวล่วงในการทำงานของให้เราทำหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจภายใต้กฎหมาย ไม่เลือกปฏิบัติเจ้าหน้าที่ก็มีความสุข อันนี้ก็อยากจะฝากไว้ด้วย สำหรับผู้ที่เป็นนักการเมือง ผู้ที่จะเข้ามาในการใช้อำนาจต่อไป ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ในการมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปและปรองดอง) คปป.หรือไม่มี คปป.เป็นคำตอบอยู่ในตัวอยู่แล้ว ผมพูดมาตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้านักการเมืองทุกคนทำได้ ทำจริง และถ้าไม่ทำจะเป็นอย่างไร ก็ไม่จำเป็นต้องมีอะไรทั้งสิ้น”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า พราะฉะนั้นอาจจะต้องเป็นคำสัญญากันของนักการเมืองต่อไปหรือไม่ ในเรื่องของการเลือกตั้ง ก่อนการเลือกตั้ง การหาเสียงต่าง ๆ เหล่านี้ ตนไม่อยากให้ทุกคน แม้กระทั่งตนก็ไม่เคยคิดว่าประชาชนฉลาดน้อยกว่าผม เขาฉลาดในสิ่งที่เขาถนัด สิ่งที่เขาทำอาชีพมาตลอดชีวิต ตนสู้ไม่ได้หรอก ไปปลูกข้าวแข่งใครก็ไม่เป็น ไปหากินอย่างอื่นก็ไม่ได้ เป็นทหารมาตลอดชีวิต อย่าคิดว่าเขาฉลาดน้อยกว่าเรา เพียงแต่ว่าทำอย่างไรเขาจะฉลาดกว่าเรา เพราะฉะนั้นต้องให้ความรู้เขา ให้ความเป็นธรรมเขา ดูแลเขาอย่างทั่วถึงเป็นธรรม ไม่ชักจูงเขาให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิด ใช้งบประมาณในทางที่สร้างความขัดแย้ง ไม่ทั่วถึง เหล่านี้เป็นปัญหาทั้งสิ้น ทำให้เกิดการต่อต้านการประท้วงรัฐบาล ทุกรัฐบาลไม่ใช่รัฐบาลที่แล้ว มีมาทุกรัฐบาลก็เกิดการประท้วงยาวนาน และก็มีการใช้อาวุธสงคราม ใช้ระเบิดต่าง ๆ มาและทราบดีอยู่แล้ว ไม่อยากพูดให้เสียหายต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปี2553ก็เกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว ก็ใครเป็นรัฐบาล ใครไม่ได้เป็นรัฐบาล แล้วการต่อต้านรัฐบาล การต่อต้านการประชุมระดับอาเซียน การใช้อาวุธก็ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ผมว่าคงไม่ใช่ทั้งหมด มีคนบางคนที่อยู่ในกลุ่มบางกลุ่มที่ชอบใช้ความรุนแรง คิดว่าความรุนแรงแก้ปัญหาได้ ให้คนกลัว ให้คนไม่ประท้วงอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นอย่าให้มีอีกเลย ใช้กฎหมายมาแยกแยะออกก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้น ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ก็เป็นเครื่องมือตลอดเวลา ถูกทำให้เสียหาย ที่เข้ามาจริง ๆ แล้วไม่อยากทำอะไรเลย ที่จะต้องไปลงโทษเจ้าหน้าที่ มีการย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการอีกมากมาย เมื่อตอนเข้ามาวันที่22 พฤษภาคม และตนก็สอบสวน สอบถามทำไมถึงทำแบบนี้ เขาบอกว่าฝ่ายรัฐก็มีคนสั่งไปให้เขาทำแบบนั้น แบบนี้ ผมก็บอกว่า สอบสวนกันก็แล้วกัน เท่าที่ผ่านมาถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้อง ไม่มีการใช้อำนาจในทางที่ผิดเรื่องเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นหรอก
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า วันนี้ตนไม่ทำเลย ในการใช้อำนาจของพื่อตนเอง ไม่เคยมี เพื่อให้รัฐบาลอยู่ได้ไม่มี ตนใช้แต่เพียงว่าความตั้งใจของตน เจตนารมณ์อันบริสุทธิ์ ในการที่จะทำให้พี่น้องประชาชนเข้าใจ และอดทนรอเวลาที่จะดีขึ้น ๆ อย่างยั่งยืน สังคมช่วยกันพิจารณา ในแง่มุมนี้ วันนี้เราติดกับดักตัวเองมามากมายหลายอย่าง ในเรื่องของการเดินหน้าประเทศไทย ทั้งจากกับดักของตัวเอง กับดักเศรษฐกิจ กับดักของความมั่นคงต่าง ๆ กับดักทั้งสิ้น เราต้องหลุดพ้นให้ได้ ถ้าหลุดพ้นได้เราก็จะเป็นประเทศที่มีรายได้มาก เป็นประเทศที่มีความมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน
“ใครก็ตามที่ถูกกล่าวหา ถูกกล่าวอ้างว่ามีความผิดก็เข้ามากระบวนการยุติธรรม ผมว่าศาลต่าง ๆ เขาก็ดูอยู่แล้ว ถ้าร่วมมือต่าง ๆ ก็มีความเมตตากัน แต่ถ้าสู้กันแบบมวยวัดไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งหนักเข้าไปเรื่อย ๆ ทุกวัน ผมก็เห็นใจเจ้าหน้าที่ ศาลฯ เดือดร้อนไปหมด เจ้าหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องของการตรวจสอบการทุจริตก็มีปัญหาหมดถูกระเบิด ถูกยิงอะไรต่าง ๆ ที่ผ่านมา ผมว่าไม่ถูกต้อง เราอย่าไปร่วมมือกับคนเหล่านี้ ในการใช้ความรุนแรง รักคนแต่อย่ารักในทางที่ผิด จะชื่นชมก็อย่าไปทำให้คนอื่นเดือดร้อน แล้วก็เตรียมการในการที่จะเลือกตั้งครั้งหน้าให้ดีแล้วเพราะฉะนั้นวันนี้ใครจะผิดจะถูกอยู่ที่พยานบุคคล วัตถุพยานทั้งสิ้น ใครจะกล่าวหาอย่างไรก็ตาม ถ้าพิสูจน์แล้วไม่ผิดก็คือไม่ผิด ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลฝ่ายค้าน ข้าราชการประชาชนต่อไปนี้ก็ต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของตนเอง ว่าที่ผ่านมานั้นเรามีส่วนร่วมอยู่ตรงไหน อันไหนแล้วควรจะไปช่วยกันขจัดความขัดแย้ง อันไหนที่เราจะช่วยให้สังคมสงบเรียบร้อย ถ้าเราไปทะเลาะกันเอง เป็นเครื่องมือของแต่ละฝ่าย ๆ ก็เดือดร้อนอยู่แบบนี้ ไม่มีใครเขาแก้ให้ท่านได้อยู่แล้ว ท่านต้องแก้ด้วยคนทั้ง70ล้านคน แก้เอง ผมก็เพียง1ใน70ล้านเท่านั้นเอง”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของต่างประเทศ ตนและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลเข้าใจดีถึงพันธะผูกพันต่าง ๆ ใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวด ในการสร้างความเข้าใจ ให้มีเหตุมีผล ให้เขายอมรับในหลักการและความจำเป็นต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่คราวนี้สิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งหรือคนที่กระทำความผิดอยู่ แล้วหลบหนีไป ก็พยายามไปให้ข้อมูลที่บิดเบือนอยู่กับต่างประเทศ ต่างชาติก็ไม่มีวันเข้าใจเรา ถึงจะพูดอย่างไรก็ตาม ก็ยาก ผมทราบว่าในการรายงานเหตุการณ์ในประเทศไทย ผ่านช่องทางหลาย ๆ ช่องทางไป ส่วนใหญ่เอาเรื่องไม่ดีไปทั้งนั้น เรื่องดี ๆ ไม่เอาไปเลย ตนก็ไม่เข้าใจ เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น กำลังให้กระทรวงการต่างประเทศไปตรวจสอบในเรื่องเหล่านี้ ตนไม่อยากให้สร้างความขัดแย้งกันอีกต่อไป เพราะวันนี้เราเข้ามาดูแลมิตรประเทศ ดูการลงทุน ให้ความเป็นธรรม ขจัดการทุจริตทุกเรื่อง ผมไม่ได้ไปทำร้ายอะไรเขาเลย ทุกประเทศ ผมก็ติดอยู่อย่างเดียวคือการเข้ามาของผมเท่านั้นเอง อย่างอื่นผมคิดว่าผมทำได้มากพอสมควร เขาก็ยอมรับผมในมิติเหล่านี้
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า เพราะฉะนั้น การที่คนเหล่านี้หลบหนีอยู่ต่างประเทศ และใช้ช่องทางการติดต่อสื่อสารทางSocial Media การสัมภาษณ์ทางคลิปต่าง ๆ และก็ป้ายความผิดต่าง ๆ ให้ข้าราชการ ให้รัฐบาลปัจจุบัน ให้ประชาชนเหล่านี้ น่าจะพอได้แล้ว เพราะต่อสู้ไป ตนคิดว่าไม่ได้ต่อสู้กับตนแต่ ต่อสู้กับกฎหมาย หรือไม่ก็มาต่อสู้ทางกฎหมาย เพราะฉะนั้นคนไทยทั้งประเทศ ในเมื่อเราทุกคนบอกว่าเรารักชาติ รักแผ่นดิน ก็ต้องกรุณาพิจารณาด้วย ว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องเหล่านี้ สนับสนุนการหมิ่นสถาบัน ไม่มีการห้ามปราม สนับสนุนการใช้ความรุนแรง ไม่เข้าไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ควรจะเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินต่อไปอีกหรือไม่ ในอนาคตทุกคนต้องช่วยกันคิด เป็นเรื่องของท่านที่จะกำหนดอนาคตของประเทศเอง เพราะว่าท่านจะต้องเป็นผู้รับผลจากการกระทำของรัฐบาลที่จะต้องเลือกตั้งเข้ามา หากได้รัฐบาลที่ไม่มีธรรมาภิบาล ก็ไม่มีใครมาแก้ปัญหาให้ท่านอีกแล้ว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เรื่องการใช้อำนาจตามมาตรา44นั้น จะใช้ในทางสร้างสรรค์เพื่อปฏิรูป ขับเคลื่อนประเทศ แก้ปัญหาที่ซับซ้อนให้ได้ภายในเวลาจำกัด บางปัญหานั้นก็ไม่อยากให้เอาไปกล่าวอ้างถึงสถาบันอีก ก็จำเป็นต้องใช้ เพราะฉะนั้นถึงผมจะใช้ไปแล้วก็ยังไม่หยุดยั้ง ก็ยังคงสนับสนุนให้มีบุคคลต่าง ๆ ในต่างประเทศ ใช้การให้ข่าวบิดเบือนทำร้ายสถาบันอยู่ตลอดเวลา ทั้งวาจา ทั้งสื่อ Social โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จากต่างประเทศ ซึ่งเป็นกฎหมายของเราไปไม่ถึงตรงโน้น เราไม่สามารถไปปิดกั้นได้ ในการดำเนินงานของบริษัทต่าง ๆ เหล่านั้นได้ในการส่งข้อมูลต่าง ๆ เหล่านั้นเข้ามา เราก็มาทำในบ้านเรา บ้านเราก็ถูกว่าจะต้องไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ เหล่านี้ เราไม่เคยคิดอยากจะละเมิดใครเลย แต่ถ้าใครก็ตามมีพฤติกรรมเหล่านี้ ก็จำเป็นต้องมีกฎหมาย ผมคิดอย่างนี้ ช่วยกันคิดแล้วกันว่าจะต้องไปทำอย่างไร
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ตนพูดวันนี้หลายเรื่อง อาจจะมองแล้วเข้าใจยาก ท่านต้องเปิดตัวเอง เปิดใจตัวเองให้กว้างขึ้น และฟังตนพูด แต่ถ้าท่านฟังสื่อ สื่อเขาจะเสนอทั้งสองข้างได้เสมอกัน ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี Social Media ก็ทับเข้ามาอีก ประชาชนก็สับสน เพราะฉะนั้นท่านลองจับประเด็นว่าตนทำอะไร เขาทำอะไร Social Media ใครทำอะไร อาจจะทำเหมือนกัน ตนอาจจะทำน้อยกว่า เพราะตนระมัดระวังในเรื่องของงบประมาณ เรื่องของความเสียหาย ผมระวังที่สุดเลย แต่ถ้าถูกโจมตีอยู่บ่อย ๆ เข้า เวลามาตำหนิโครงการของผม ก็ผมไม่ได้ทำอย่างที่คุณว่า ผมก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ผมก็จำเป็นต้องแถลงชี้แจง ผมไม่ได้ไปชี้นำศาลอะไร อยู่ที่พฤติกรรมท่านทั้งสิ้น และไม่อยากให้ต่อสู้กันแบบนี้ต่อไป ประชาชนก็เกลียดชัง สร้างความเกลียดชัง ถ้าเกลียดชังผม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมไปทำอะไรท่านไม่ได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเกลียดชังคนอื่น ๆ คนภายในประเทศด้วยกัน ผมว่าไม่ดี อนาคตประเทศไม่มีเลย
“เพราะฉะนั้น ผมไม่เคยว่านักการเมืองทั้งหมด ผมว่านักการเมืองบางคน หรือบางคนที่ไปผสม อยู่ในพรรคต่าง ๆ ผมคิดว่าเราต้องแยกคนเหล่านี้ออก เพราะไม่อย่างนั้นก็ขัดแย้งกันอยู่แบบนี้ ท่านติดตามก็แล้วกัน ควรเป็นใครผมไม่กล่าว เดี๋ยวหาว่าผมไปชี้นำอีก วันหน้าผมอยากให้มีนักการเมืองหน้าใหม่เข้ามามาก ๆ แล้วก็ต้องเข้ามาทำงานอย่างแท้จริง และสานต่อสิ่งที่ผมทำไว้บ้าง ถ้าไม่ทั้งหมดก็ทำไว้บ้าง เพราะว่าวางไว้มาก แต่ก็ไม่ไปทาบทับการบริหารราชการแผ่นดินของท่าน จะใช้จ่ายงบประมาณอะไรของท่านก็ว่ากันไป แต่ท่านทำงานตามแผนนี้บ้าง ก็ไปได้หมดประเทศ เคารพในสิทธิ ในหน้าที่ของแต่ละคน ๆ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว



