ข่าว

จ่อหมายจับ‘อิซาน’บงการบึ้ม1-2วันนี้

จ่อหมายจับ‘อิซาน’บงการบึ้ม1-2วันนี้

11 ก.ย. 2558

จ่อหมายจับ‘อิซาน’บงการบึ้ม1-2วันนี้ ขณะที่ปปง.เปิดเส้นทางเงินโอนจาก2ประเทศ เกี่ยวข้อง 11 ราย ส่งหลักฐานชงตร.ออกหมายจับเพิ่ม

            เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 ก.ย. รายงานข่าวแจ้งว่า ความคืบหน้าการออกหมายจับนายอิซาน หรือนายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน อายุ 27 ปี บุคคลที่นายไมไรลี่ ยูซูฟู ให้การซัดทอดว่าเป็นผู้บงการในเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ และที่ท่าเรือสาทรนั้น คาดว่าจะออกหมายจับได้ภายใน 1-2 วันนี้ เป็นการออกหมายจับตามภาพกล้องวงจรปิดที่ธนาคารกรุงเทพ ซอยรามคำแหง 22 และภาพสเก๊ตซ์จากคำให้การของพยานที่ระบุว่า นายอิซาน พักอยู่ที่ไมมูณา กาเด้นโฮม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดมีนบุรี โดยเบื้องต้นแจ้งข้อหา ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย

            ทั้งนี้ ผลตรวจพิสูจน์ระเบิดจากอีโอดี ระบุว่า ระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหม และท่าเรือสาทร เป็นระเบิดชนิดแรงดันสูงแบบเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทางเคมีจากกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ถึงจะบอกได้ชัดเจนว่า เป็นระเบิดชนิดทีเอ็นทีหรือซีโฟร์ เพราะสารตั้งต้นของระเบิดทั้งสองชนิดเหมือนกัน จึงต้องมาตรวจสอบหาสารเคมีอื่นๆ ว่าเป็นชนิดเดียวกับที่ตรวจพบในห้องนายอาเดม คาราดัก หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด และนายไมไรลี ยูซูฟู ที่อพาร์ทเม้นท์หรือไม่

            มีรายงานด้วยว่า นายยูซุฟู ไม่ได้เรียนจบเทคนิคการแพทย์ หรือวิศวกรรมเคมี ตามที่สื่อเคยเสนอข่าวแต่อย่างใด แต่เคยเรียนแพทย์ศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยในประเทศจีน จนถึงปี 5 จากนั้นได้ออกจากมหาวิทยาลัยไปทั้งที่เหลืออีกเพียง 1 ปี ก็จะจบออกมาเป็นหมอแล้ว โดยไม่มีใครทราบว่าหายตัวไปไหน จนกระทั่งมาถูกจับกุมตัวในคดีระเบิด

            สำหรับการตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการวางระเบิด ชุดสืบสวนพบหลักฐานน่าเชื่อว่า กลุ่มนี้อาจเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทย จึงได้ส่งรายชื่อผู้ต้องสงสัยตีเป็นหนังสือลับส่งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ตรวจสอบว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับขบวนการนี้หรือไม่

 

โฆษกตร.ยันออกหมายจับจันทร์นี้

             พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตำรวจมีข้อมูล เบาะแส รวมทั้งพยานหลักฐานว่าชายต้องสงสัยใส่เสื้อเหลืองและฟ้า ก่อเหตุที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร หลบหนีไปยังแนวชายแดนภาคใต้ของไทย โดยมีทั้งพยานหลักฐานและบุคคลที่เชื่อมั่นได้ว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งสองยังหลบหนีไปไม่ไกลจากแนวชายแดน และมั่นใจว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ประสานไปยังต่างประเทศ ตรวจสอบตามข้อมูลที่ได้มาว่ามีผู้ต้องสงสัยหลบหนีไปยังต่างประเทศ

             ส่วนการติดตามตัวนายอีซาน ที่มีการระบุว่า มีการเดินทางออกนอกประเทศไปตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. โดยมีปลายทางคือประเทศบังกลาเทศ นั้น โฆษก ตร.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน แต่ทั้งนี้จะต้องมีการตรวจสอบว่าข่าวดังกล่าวเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ได้มีการประสานไปยังสถานทูตบังคลาเทศประจำประเทศไทย เข้าหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ทราบรายละเอียดความชัดเจนดังกล่าว ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่าจะขอความร่วมมือ และประสานกับทางการจีน ในการติดตามตัวนายอิซาน หลังถูกระบุว่ามีการเดินทางจากประเทศบังคลาเทศไปยังประเทศจีนนั้น นายกรัฐมนตรีอาจจะมีข้อมูลมากกว่าทางตำรวจ

             พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวอีกว่า ภายในวันจันทร์นี้จะมีความชัดเจน ทั้งในเรื่องของขบวนการ ตัวบุคคล ผู้เกี่ยวข้องว่า ใครทำหน้าที่อะไรบ้าง รวมทั้งการแจ้งข้อหาเพิ่ม รวมทั้งการออกหมายจับนายอิซาน ก็คาดว่าจะออกได้ในวันจันทร์นี้ สำหรับที่กระทรวงยุติธรรมมีคำสั่งให้ย้ายตัวนายเมียไรลี ยูซุฟู และนายเอเด็ม คาราดัก มาไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 ส่วนจะมีการนำตัวขึ้นศาลทหารหรือไม่ จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลว่าเข้าข่ายหรือไม่


ทูตบังคลาเทศระบุขอวีซ่าท่องเที่ยวจากทูตในไทย

             พล.ต.ท.ประวุฒิ   เปิดเผยภายหลังจาก นส.ไซดา มูนา ทาสนีม (Miss Saida Muna Tasneem) เอกอัคราชฑูตบังคลาเทศ ประจำประเทศไทย เข้าหารือกรณีนายอิซาน ที่หลบหนีไปประเทศบังคลาเทศ เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า ทางเอกอัคราชทูตยอมรับว่าชายต้องสงสัยเดินทางเข้าประเทศจริง โดยพักอยู่นาน 14 วัน โดยออกเดินทางจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 16 ส.ค. และได้ออกจากประเทศบังคลาเทศในวันที่ 30 ส.ค. ซึ่งทางการไทยประสานไปยังทางการบังคลาเทศ เมื่อวันที่ 2 กันยายน ทำให้ทางการบังคลาเทศไม่สามารถตรวจสอบได้

             ทั้งนี้ นายอิซาน ได้วีซ่าที่ออกจากสถานทูตบังคลาเทศประจำประเทศไทย ที่ออกให้เป็นแบบนักท่องเที่ยว ส่วนการที่นายอิซาน จะไปพักหรือไปยังที่ใดในประเทศ นายอิซาน ไม่ได้ไปตามที่ได้แจ้งไว้ ซึ่งทางการบังคลาเทศจะตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดในช่วงที่นายอิซาน ไปพักอยู่ในประเทศบังคลาเทศ ว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง และจะรายงานให้ทางการไทยทราบต่อไป

             โฆษก ตร.กล่าวด้วยว่า ส่วนกำหนดการที่ระบุว่าจะเดินทางต่อไปยังประเทศจีน ผ่านทางกรุงนิวเดลีนั้น ขณะนี้ตรวจสอบแล้ว ไม่พบข้อมูลว่ามีการไปยังปลายทางดังกล่าว สำหรับการเดินทางไปยังประเทศบังคลาเทศ ตรวจสอบพบว่านายอิซาน เดินทางไปบังคลาเทศเป็นครั้งแรก ส่วนจะมีการเดินทางต่อไปยังประเทศอินเดียหรือไม่ ทางการไทยก็จะต้องมีการประสานกับทางอินเดีย เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด

 

ปปง.เปิดเส้นทางเงินพบต้นทางโอนจาก2ปท.

            พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการ ปปง. แถลงถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหากรณีระเบิดแยกราชประสงค์ ว่า ผลการตรวจวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมทางการเงินกับผู้เกี่ยวข้องกรณีดังกล่าว ทั้งข้อมูลจากสถาบันการเงินและผู้ประกอบการที่ให้บริการเกี่ยวกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เบื้องต้นพบบัญชีเงินฝากของผู้เกี่ยวข้อง 3 คน คือ 1.น.ส.วรรณา สวนสันต์ 2.นายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู สามี น.ส.วรรณา ชาวตุรกี และ 3.นายไมไรลี ยูซูฟู โดยข้อมูลที่พบแยกเป็น 1.น.ส.วรรณา เปิดบัญชี 8 บัญชี คือธนาคารกรุงไทย 3 บัญชี ธนาคารกรุงเทพ 3 บัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์และธนาคารกสิกรไทย อย่างละ 1 บัญชี 2.นายยูซูฟู เปิดบัญชีธนาคารกรุงเทพ 1 บัญชี และ 3.นายเอ็มระห์ เปิดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ 1 บัญชี
 

เงินโอนใช้ซื้ออุปกรณ์ประกอบบึ้ม

            จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของนายเอ็มระห์ พบว่า มีการรับโอนเงินและทำธุรกรรมดังนี้ 1.วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 รับโอนเงินผ่านผู้ให้บริการโอนเงินจากบุคคลที่อยู่ในต่างประเทศ จำนวน 156,106.10 บาท 2.วันที่ 17 มีนาคม 2558 รับโอนเงินจากบุคคลที่อยู่ต่างประเทศ จำนวน 157,646.08 บาท 3.วันที่ 7 เมษายน 2558 มีการนำเงินเข้าบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบิ๊กซีหัวหมาก ของนายเอ็มระห์ จำนวน 410,000 บาท 4.มีการทยอยถอนเงินออกเป็นระยะ กระทั่งวันที่ 2 กรกฎาคม 2558 เหลือเงินในบัญชีเพียง 395.45 บาท และ 5.วันที่ 27 สิงหาคม 2558 มีการนำเงินเข้าบัญชีอีก 14,495 บาท ส่งผลให้มีเงินเหลือในบัญชี จำนวน 14,854.45 บาท

            พ.ต.อ.สีหนาท ระบุว่า สำหรับเงินทั้งหมดคาดว่าเป็นเงินที่โอนมาเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อเคมีภัณฑ์เพื่อนำไปซื้ออุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้มีราคาไม่แพงทำให้จำนวนเงินที่โอนมามีไม่มาก แต่ ปปง.มีหลักฐานที่เชื่อว่าบุคคลกลุ่มนี้นำเงินไปซื้ออุปกรณ์ในที่ใดบ้างชัดเจน โดยการทำธุรกรรมครั้งนี้มีทั้งที่ผ่านสถาบันการเงินและการโอนโดยไม่ผ่านระบบบัญชี
 

เกี่ยวข้อง11คน-ปัดตอบโอนจากไหน

            “สำหรับข้อมูลการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด ได้ส่งมอบให้ตำรวจทั้งหมดแล้ว ส่วนจะมีผลต่อการออกหมายจับเพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของตำรวจ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลทางการเงินที่เหลืออยู่ซึ่งมีจำนวนน้อย ทำให้ไม่จำเป็นต้องยึดหรืออายัดแต่ต้องตรวจสอบความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงทางการเมืองของทั้งขบวนการ” พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวและว่า ทั้งนี้จำนวนเงินที่โอนครั้งละประมาณหนึ่งแสนกว่าบาทพบว่ามีบุคคลที่โอนมาจากต่างประเทศทั้งหมด 7 คน และมีบุคคลที่รับการโอนเข้าในประเทศไทย 4 คน โดยพบต้นทางจากสองประเทศ แต่รายละเอียดต่างๆ ปปง.ไม่ขอเปิดเผยรายชื่อเพราะอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยืนยันว่ารู้ชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว

            ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้นทางการโอนของเงินในต่างประเทศมาจากประเทศจีนและตุรกีใช่หรือไม่ พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวว่า คงไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะจะกระทบกับการสอบสวนคดีของตำรวจ โดยที่ตรวจสอบกลุ่มนี้ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่ถูกออกหมายจับแล้ว ยกเว้นนายเอ็มระห์ที่พบว่าเป็นผู้รับโอนเงินจากต่างประเทศ โดยเบื้องต้นกลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายมูลฐานความผิดตามกฎหมายปปง.เรื่องการก่อการร้าย แต่เนื่องจากคดีดังกล่าว ปปง.ทำงานร่วมกับตำรวจจึงต้องมีการหารือกันอีกครั้ง หากพบว่ามีการสนับสนุนเงินเพื่อก่อการร้ายจริงจะต้องถูกประกาศให้เป็นบุคคลที่ถูก
กำหนดห้ามทำธุรกรรมในประเทศไทย

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแถลงข่าว พ.ต.อ.สีหนาท ได้นำแผนผังบุคคลในการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเกี่ยวข้องกับการโอนเงินหมุนเวียนให้ขบวนการดังกล่าวพบมีจำนวน 11 คน เป็นชาวต่างชาติทั้งหมด แบ่งเป็นผู้โอนจากต่างประเทศ 7 คน และเป็นผู้รับโอนในประเทศไทย 4 คน โดยเป็นการโอนเงินจากปลายทาง 2 ประเทศ แต่ในแผนผังไม่ได้ระบุว่ามาจากต้นทางประเทศใด