ข่าว

‘ตุ๊กกี้ ชิงร้อย’ฟ้องมือมืดโพสต์ไอจีด่า

‘ตุ๊กกี้ ชิงร้อย’ฟ้องมือมืดโพสต์ไอจีด่า

11 ก.ย. 2558

‘ตุ๊กกี้ ชิงร้อย’ฟ้องมือมืดโพสต์ไอจีด่า สุดทนเป็นปีวอนหยุดเหตุกระทบคราอบครัวพ่อเครียดจนป่วย เจ้าของไอจีตัวจริงโผล่ยันถูกแฮ็กด่าดาราดังอื้อ

             11ก.ย.2558 ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 กันยายน น.ส.สุดารัตน์ บุตรพรม หรือ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยชิงล้าน” อายุ 36 ปี ได้เดินทางมาพร้อมด้วยผู้จัดการส่วนตัว นายปกภพ ปานทองเสม ทนายความส่วนตัว และนายปภาวรินทร์ หรือ โอม เนียมสกุล อายุ 26 ปี ผู้เสียหายที่โดนนำรูปไปแอบอ้าง เข้าพบ ร.ต.ท.สมบัติ สมบัติโยธา พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท. กรณีมีบัญชีผู้ใช้อินสตาแกรมได้โพสต์ข้อความกล่าวหา และสร้างความเสียหายทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และส่งผลกระทบต่อครอบครัว โดยก่อนเข้าแจ้งความได้เข้าพบ พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผบก.ปอท. เพื่อพูดคุยชี้แจงกรณีที่โดนแอบอ้าง เพื่อให้ติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

             น.ส.สุดารัตน์ กล่าวว่า ตนได้ติดตามผู้ใช้อินสตาแกรมนี้มาเป็นระยะเวลานาน 1 ปี โดยตลอดเวลาที่ติดตามอินตราแกรมดังกล่าว พบว่ามีการโพสต์ข้อความที่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียของตนอย่างมาก อาทิ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อยขายตัว ,ตุ๊กกี้ ใช้เส้นสายในการเรียนจบ” ซึ่งข้อความดังกล่าวไม่เป็นความจริง จึงพยายามสืบหาบุคคลดัวกล่าวว่าเป็นใคร ต่อมาตนได้ติดต่อไปยังเจ้าของรูปทราบชื่อ“โอม” ซึ่งจากการพูดคุยทำให้ทราบว่า "โอม" ถูกนำรูปไปแอบอ้างโพสต์ข้อความกล่าวหาบุคคลต่างๆ ตนจึงแนะนำให้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าตำรวจ ซึ่งได้มีการแจ้งความไปในช่วงเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา

             “จากการติดตามพบว่า คนที่ใช้อินสตราแกรมที่โพสต์ข้อความกล่าวหาได้เปลี่ยนชื่อมาประมาณ 6-7 ครั้ง แต่ยังคงใช้คำว่า “พริตตี้นานา” ไว้ โดยเชื่อว่าพริตตี้นานาไม่มีตัวตนเนื่องจากรูปในอินตราแกรม 1,000 กว่ารูป เป็นรูปของโอม ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าไม่รู้จักพริตตี้นานาเป็นการส่วนตัว และไม่ได้สงสัยใครเป็นพิเศษ” น.ส.สุดารัตน์ กล่าวและว่า

             การเดินทางมาแจ้งความครั้งนี้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของตนเองในฐานะนักแสดงตลก และไม่อยากให้บริษัทที่เป็นต้นสังกัดเสื่อมเสียชื่อเสียง ที่ตนตัดสินใจเข้าแจ้งความ เพราะเชื่อว่าขณะนี้ พ.ร.บ.เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีความแข็งแรงมากขึ้นที่จะนำตัวผู้ที่กระทำความผิดมาลงโทษได้ ซึ่งตนได้นำหลักฐานเป็นเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ตั้งแต่ปลายปี 2557 จำนวนกว่า 60 หน้า และของน้องโอมอีก 30 หน้า มามอบให้เจ้าหน้าที่ด้วย

             “การที่มีการแชร์ข้อความดังกล่าวออกไปส่งผลกระทบถึงคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อที่กำลังป่วย จึงวอนให้ทางตำรวจตามหาตัวคนที่แอบอ้างเพื่อขอให้หยุดการกระทำดังกล่าว ที่ผ่านมาเหมือนต่อสู้กับลมๆ แล้งๆ ซึ่งทางตำรวจบอกว่าติดตามคนโพสต์ได้ไม่ยาก จึงสบายใจขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาให้คนที่แอบอ้างต้องมารับโทษทางกฏหมาย เพียงต้องการสอบถามว่า ไปทำอะไรให้ไม่พอใจ หากเคยทำไว้ก็ขอโทษ และไม่อยากให้มาเกลียดชังกัน เพราะก็เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ”ตุ๊กกี้“ ตอนแรกคิดว่าเขาต้องการเพียงให้ยอดไลค์เยอะแล้วเปลี่ยนชื่อไปขายของ แต่ครั้งนี้เริ่มเป็นการทำลายกัน วันนี้จึงมาเพื่อปกป้องตัวเอง” น.ส.สุดารัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

             ด้านนายปภาวรินทร์ หรือโอม กล่าวว่า จากกรณีที่คนเอารูปของตนที่ได้โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กและแอพพลิเคชั่นไปสร้างบัญชีผู้ใช้อินตราแกรมปลอมขึ้นมา และมีการโพสต์ข้อความที่สร้างความเสียให้กับดารามาแล้วหลายคนรวมถึงตุ๊กกี้ จนทำให้ตนโดนคนเข้ามาต่อว่าในเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจในพื้นที่มาแล้ว แต่ยังมีการต่อว่ามาอีกเรื่อยๆ ตนกลัวว่าจะได้รับอันตราย เพราะมีผู้ชายหลายคนได้เข้ามาพูดคุยกับตน บอกว่ามีคนนำภาพของตนไปแอบบอ้าง จึงตัดสินใจมาแจ้งความกับทาง ปอท. และขอยืนยันว่าไม่ได้มีอาชีพพริตตี้อย่างที่ถูกกล่าวอ้าง ตนเป็นเพียงนักเต้นอิสระและเปิดร้านเสริมสวยเท่านั้น

             เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดในข้อหา นำเข้าสู่ระบบความพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และข้อหาหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป