
สุดยอดความท้าทาย
เด็กมาร์คได้เป็นบุคคลแห่งประวัติศาสตร์การเมืองไทยไปแล้ว เป็นผู้นำรัฐบาลคนเดียวซึ่งถูกรุมล้อมหวิดถูกสังหาร 2 ครั้งโดยมวลชนเสื้อแดง ซึ่งอ้างว่าเป็นกลุ่มประชาธิปไตย แต่กระหายความรุนแรง เป็นพวกกล้าฆ่าคนกลางถนน และในกระทรวงมหาดไทย
แต่ความท้าทายล่าสุด คือ ต้องคุมคดีสะสางการลอบสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล ให้สำเร็จ หลังจากทีมตำรวจนำโดย พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ ประสบความสำเร็จเบื้องต้น เปิดโปงเครือข่ายผู้ต้องสงสัยว่าจะเกี่ยวข้องในการวางแผนจนถึงการลอบฆ่า
วิธีปกป้องตัวเองดีที่สุด คือ การตีฆ้องร้องป่าวให้ประชาชนได้รับรู้ว่ามีใครบ้าง ถึงจะเปิดเผยชื่อไม่ได้ กลัวถูกฟ้องร้อง เพียงแย้มพราย สร้างเครือข่ายซุบซิบนี้ก็พอ เพราะสังคมนิยมนินทากาเล ปากคนเป่าข่าวร้ายๆ ได้เร็วกว่าไข้หวัดใหญ่พันธุ์สายใหม่ซะอีก
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการตำรวจ ทหาร ให้สัมภาษณ์ในท่าทีปฏิเสธ ออกตัว อ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีสอบสวนให้เต็มที่ และพร้อมจะส่งตัวเจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหาให้ตำรวจสอบสวนด้วย
ท่าทีเช่นนั้นเสี่ยงต่อการถูกมองว่าเป็นการร้อนตัว กินปูนร้อนท้อง หรืออาการพิรุธชัดเจน เพราะไม่ว่าจะนิ่งเงียบเฉย หรือปฏิเสธ ย่อมไม่พ้นจากข้อสงสัย ถ้าต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจจริง น่าจะลาออก เปิดทางให้เห็นความโปร่งใส พ้นต่อคำนินทา
นั่นเป็นเพราะคุณธานีออกมาบ่นเชิงโวยวายว่าที่ผ่านมามีอุปสรรคเกิดจากหนอนบ่อนไส้ในสำนักงานตำรวจ ขัดขวางการสอบสวน คาบข่าวความเคลื่อนไหวไปบอกผู้เกี่ยวข้อง ทำให้รู้ความคืบหน้าและตัวบุคคลในกลุ่มผู้ต้องสงสัย
ทำให้เด็กมาร์คแสดงความกล้าหาญเพิ่ม โดยสั่งการให้นายตำรวจมีฝีมือในการสอบสวนการสื่อสารได้ทำหน้าที่ช่วยคุณธานีเหมือนเดิม และความเคลื่อนไหวด้านนี้เองทำให้สังคมเริ่มรู้ว่าใครเป็นใคร และมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในระดับไหน มีอิทธิพลเพียงใด
เมื่อมีเสียงซุบซิบดังๆ ในหน้าสังคมข่าว และปากคน ว่าตัวการระดับเป้งๆ เป็นใคร มีบทบาทอย่างไร ทำให้เกิดเสียงซี้ดซ้าดในกลุ่มเฝ้าติดตามคดีว่าจะลงเอยอย่างไร
เป็นกฐินสามัคคีอย่างที่ร่ำลือจริงๆ เมื่อรายชื่อผู้เกี่ยวข้องถูกเปิดโปง โยงใยนักการเมืองจากพรรคใหญ่ๆ ซึ่งล้วนสมประโยชน์หาก “เสี่ยสนธิ” ไม่รอด จะทำให้แผนสร้างการเมืองใหม่อาจต้องสะดุด เพราะขาดตัวจักรกลหลักในการขับเคลื่อน
เด็กมาร์คให้สัมภาษณ์วันก่อนว่ารู้ว่าใครเกี่ยวข้อง ฟังแล้วทำให้รู้สึกเสียวแทน เพราะการบริหารงานจากนี้ไปน่าจะเผชิญการขัดขวาง เตะตัดขา ถ้าไม่โดนวางยา
งานนี้เป็นการพิสูจน์ความกล้าหาญของเด็กมาร์คจริงๆ ถ้าตัวการและผู้มีส่วนร่วมทั้งหมดถูกดำเนินคดี พร้อมหลักฐานมัดแน่น จะสร้างปรากฏการณ์และประวัติศาสตร์ใหม่อีกระดับ ว่าใหญ่แค่ไหนก็ไม่รอดคุก ถ้ากล้ามีส่วนร่วมในการสั่งฆ่าคนกลางเมือง
ถ้าเป็นจริงตามที่มีหลักฐาน สังคมไทยคงช็อก ไม่เชื่อว่าเครือข่ายอาชญากร ผู้สมรู้ร่วมคิดล้วนแต่เป็นผู้มีตำแหน่งใหญ่โตในวงการราชการ การเมือง สังคมระดับแนวหน้า
คำถามก็คือว่าเด็กมาร์คจะทนต่อการเสียดทานได้นานแค่ไหน นอกจากต้องเสี่ยงภัย มีทั้งหนอนบ่อนไส้ หอกข้างแคร่ พวกซ่อนดาบไว้ในรอยยิ้มทั้งนั้นนิ! อิอิอิ!!!



