ข่าว

ขัดแย้งกันเห็นต่างได้แต่ต้องร่วมมือ

ขัดแย้งกันเห็นต่างได้แต่ต้องร่วมมือ

10 ก.ย. 2558

‘บิ๊กป้อม’ปลุกวปอ.พาปท.พ้นวิกฤติ ชี้ขัดแย้งกันเห็นต่างได้แต่ต้องร่วมมือ

           10ก.ย.2558 ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในพิธีปิดหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นที่ 57 ว่าขอทุกคนได้นำสิ่งต่างที่ได้รับจากการศึกษาในหลักสูตรนี้ไปใช้ทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งด้านการเมืองด้วย จากการที่ได้อยู่ร่วมกัน 1 ปีนั้น สิ่งที่ได้รับคือ ความรักความสามัคคีในรุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรานั้นจะได้นำสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติในหลายเรื่อง ปัจจุบันประเทศชาติอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้ และในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนแล้ว ประเทศเรายังมีความล้าหลัง ไม่มีความสามัคคี แต่กลับมีแต่ความขัดแย้ง ตนคิดว่าไม่สามารถเดินไปข้างหน้า หวังว่าทุกท่านที่มีความรู้ความสามารถไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ต้องช่วยกันนำพาประเทศ เพราะไม่มีใครช่วยเราได้ นอกจากพวกเราที่ต้องช่วยกัน เพื่อให้ประเทศของเราเดินไปข้างประเทศ ในอดีต 10 ประเทศในอาเซียน เราเป็นผู้นำเกือบทุกเรื่อง แต่ปัจจุบันประเทศที่มีพลเมืองและประชากรน้อยแค่ไม่กี่ล้านกลับสามารถเป็นผู้นำในอาเซียนเพราะความร่วมมือร่วมใจที่จะทำงานร่วมกันสร้างสรรค์ในทุกเรื่อง

           พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในปัจจุบันรัฐบาลพยายามที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เชื่อมต่อกับประเทศในอาเซียนให้ได้ แต่ก็จะมีปัญหาในทุกเรื่อง ทั้งปัญหาการจัดซื้อจัดหา ความร่วมมือ ซึ่งจะทำให้ไม่สามารถเดินต่อไปได้ โดยเฉพาะข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย ที่ทำให้เราไม่ส่ามารถเปลี่ยนผ่านในหลายๆ เรื่องได้ รัฐบาลยืนยันว่าเราพยายามทุกเรื่อง ทั้งเรื่องความมั่นคง เศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น ที่ผ่านมารัฐบาลได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา จนไทยได้เลื่อนอันดับดีขึ้นเรื่อยๆ เราหวังอย่างยิ่งว่าพวกท่านเป็นกำลังที่สำคัญในช่วงท้ายของการรับราชการในตำแหน่งที่สำคัญ ในการที่จะนำพาประเทศไปให้ได้ เพราะเราต้องการความร่วมมือทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ รวมถึงภาคเอกชน ต้องคิดถึงว่าเราทำทุกวันนี้คือการทำให้กับประเทศชาติ และประชาชน

           “ถ้าเปลี่ยนผ่านไปไม่ได้ อนาคตประเทศ เราจะเป็นประเทศที่ล้าหลังที่สุดในอาเซียน ผมยืนยันอย่างนั้น เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจกัน เราต้องแก้ไขให้ได้ คิดต่างได้ แต่ต้องร่วมมือกันให้ได้ เพราะความคิดต่างเป็นเรื่องธรรมดา จะให้คนคิดเหมือนกันให้ได้ ผมขอฝากไว้กันทุกคนในประเทศนี้ต้องช่วยกันเพื่อนำพาประเทศนี้ไปให้ได้ ถ้าไม่ผ่านในห้วง2ปีข้างหน้านั้น ท่านจะเห็นอนาคตของประเทศชัดเจน โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า ไม่ใช่ประเทศไทยประเทศเดียว ทั่วโลกก็ลำบากเหมือนกันทั้งนั้น ถ้าเราไม่ช่วย หรือ พัฒนากันอย่างแท้จริง ไม่สามัคคีกัน ปัญหาต่างๆ เราจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ จึงอยากฝากทุกท่านที่ถือว่าเป็นเพชรน้ำเอกของทุกสาขาอาชีพไว้ด้วยในการร่วมมือครั้งนี้ ” พล.อ.ประวิตร