
เลื่อนอ่านฎีกาจ้างฆ่า'ต้านโรงไฟฟ้า'
10 ก.ย. 2558
ศาลเลื่อนอ่านฎีกา ตระกูลหินแก้ว จ้างวานฆ่า 'เจริญ วัดอักษร' แกนนำต้านสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก นัดอีกครั้ง 13 ต.ค.นี้
10 ก.ย. 58 เมื่อเวลา 09.30 น. ห้องพิจารณา 703 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีจ้างวานฆ่านายเจริญ วัดอักษร แกนนำกลุ่มคัดค้านการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าบ่อนอก หมายเลขดำ ด.2945/2547 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายเสน่ห์ เหล็กล้วน (เสียชีวิตแล้วในเรือนจำ) , นายประจวบ หินแก้ว (เสียชีวิตแล้วในเรือนจำ) , นายธนู หินแก้ว อาชีพ ทนายความ อายุ 53 ปี , นายมาโนช หินแก้ว อดีต ส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ อายุ 49 ปี , และนายเจือ หินแก้ว อดีตกำนัน ต.บ่อบอก อายุ 78 ปี ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1 - 5 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันจ้างวานฆ่าผู้อื่น และ พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ. 2490
ตามฟ้องอัยการโจทก์ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 47 ระบุว่า ระหว่างต้นปี 2547 - 21 มิ.ย. 47 จำเลยที่ 3 - 5 ร่วมกันจ้างวานให้จำเลยที่ 1 - 2 ฆ่านายเจริญ วัดอักษร อายุ 37 ปี ประธานกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ แกนนำคัดค้านโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก ซึ่งจำเลยที่ 1 - 2 ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงนายเจริญ รวม 9 นัด จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย ที่ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนายเจริญ ลงจากรถทัวร์โดยสารสายกรุงเทพ-บางสะพาน หลังจากเดินทางไปให้ปากคำกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องของการบุกรุกที่ดินสาธารณะคลองชายธงในเขต อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วจำเลยทั้งสองพากันหลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวจำเลยได้ เหตุเกิดที่ บริเวณสี่แยกบ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ
โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 51 ว่านายธนู หินแก้ว จำเลยที่ 3 มีความผิดฐาน ผู้ใช้ฆ่าผู้อื่น ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) ให้ประหารชีวิต ส่วนนายมาโนช และนายเจือ จำเลยที่ 4 - 5 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานนำสืบไม่ชัดเจนไม่มีน้ำหนักเพียงพอ
ขณะที่ศาลอุทธรณ์ มีคำตัดสิน เมื่อวันที่ 15 มี.ค. 56 พิพากษายืนยกฟ้อง นายมาโนช และนายเจือ จำเลยที่ 4 - 5 โดยพิพากษากลับให้ยกฟ้องนายธนู หินแก้ว จำเลยที่ 3 จากเดิมที่ถูกศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิตฐานจ้างวาน เนื่องจากพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่เพียงพอให้เอาผิดจำเลยได้ โดยระหว่างฎีกา จำเลยที่ 3 - 5 ได้รับการปล่อยตัว ส่วนนายเสน่ห์ และนายประจวบ จำเลยที่ 1 - 2 กลุ่มมือปืนที่ถูกคุมขังในเรือนจำได้เสียชีวิตเมื่อเดือน ส.ค. 2549 ระหว่างการพิจารณาคดีศาลชั้นต้น
ขณะที่เมื่อถึงเวลานัดวันนี้ (10 ก.ย.) มีเพียงนายมาโนช อดีต ส.จ.ประจวบคีรีขันธ์ จำเลยที่ 4 เดินทางมาศาล ส่วนนายธนู จำเลยที่ 3 และนายเจือ อดีตกำนัน ต.บ่อบอก จำเลยที่ 5 ไม่ได้เดินทางมาศาล แต่นายเจือ จำเลยที่ 5 มอบอำนาจให้ทนายความ นำใบรับรองแพทย์ยื่นต่อศาลเพื่อขอให้เลื่อนนัดการอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน เนื่องจากจำเลยที่ 5 มีอาการป่วย ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
ทั้งนี้ศาลพิจารณาแล้ว เห็นว่านายเจือ จำเลยที่ 5 ไม่มาศาล แต่มอบอำนาจให้ทนายความนำใบรับรองแพทย์ยื่นต่อศาลแจ้งเหตุ ดังนั้นเพื่อเหตุแห่งความยุติธรรม จึงให้เลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา ออกไปก่อน ส่วนนายธนู จำเลยที่ 3 ทราบหมายโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุ ศาลจึงมีคำสั่งให้ออกหมายจับติดตามตัวเพื่อมาฟังคำพิพากษา โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 13 ต.ค.นี้ เวลา 09.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (10 ก.ย.) ภรรยาของนายเจริญ ได้เดินทางมาพร้อมกับชาวบ้าน เครือข่ายคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอกกว่า 20 คน เต็มห้องพิจารณาคดีเพื่อจะร่วมฟังคำพิพากษาฎีกาด้วย
โดยภรรยาของนายเจริญ กล่าวว่า ศาลฎีกา ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการยุติธรรมที่จะพิสูจน์เรื่องราวว่าจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ แม้ว่ามือปืนทั้งสองคนจะเสียชีวิตไปแล้ว
--------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



