
ผบ.ตร.ยังไม่ฟันธงอิซานตัวการใหญ่
10 ก.ย. 2558
ผบ.ตร. ยังไม่ฟังธง อิซาน ตัวการใหญ่บึ้มราชประสงค์ เร่งประสานล่าตัว เผยส่งบันทึกลับด่วนถึง นายกฯ สับ ตม.รับส่วย จ่อเด้งล็อตใหญ่
10 ก.ย.58 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการวางระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ว่า ในส่วนของการดำเนินการประสานไปยังประเทศบังคลาเทศจากที่มีกระแสข่าวว่า นายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรือ อิซาน หลบหนีไปนั้น เจ้าหน้าที่ก็กำลังดำเนินการอยู่ แต่ในเบื้องต้น ยังไม่อยากให้สรุปว่าตัวนายอิซานเป็นบุคคลว่าจ้างรายใหญ่ที่สุดของขบวนการก่อเหตุครั้งนี้
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่สำนักข่าวบีบีซีอ้างอิงถึงข้อมูลข่าวสารของโกลด์บอล ไทม์ สื่อของประเทศจีนที่ระบุว่า นายไมไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาในคดีการวางระเบิดแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรเป็นผู้ร่วมขบวนการในกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในซินเจียงของประเทศจีนนั้น ยังอยู่ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ รวมถึงการตรวจสอบหนังสือเดินทางของนายอาเดม การาดัก กับ นายยูซูฟู ก็ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์ทราบให้แน่ชัดเช่นกันว่าชื่อสกุลและสัญชาติที่แท้จริงเป็นเช่นไร
พล.ต.อ.สมยศ ยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดได้ให้การถึงขั้นตอนการหลบหนีเข้าประเทศไทยหลายครั้ง ว่า สำหรับการเข้าเมืองไทยในแต่ล่ะครั้งนั้น ทางผู้ต้องหาก็ต้องเตรียมเงินเข้ามาเพื่อผ่านแดน โดยในแต่ล่ะครั้งต้องจ่ายให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองกว่า 600 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตนจะทำเรื่องส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อรับทราบในเรื่องตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) รับสินบน เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และได้รับการร้องเรียนมากจากผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว และประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเรียกรับผลประโยชน์ ในการทำธุรกรรม การอยู่ต่อในประเทศ รวมทั้งการเดินทางเข้าออกประเทศ และได้รับการร้องเรียนมานานแล้ว
“บริษัทเหล่านี้ เป็นบริษัทกลุ่มเพื่อนผมเอง ผมจึงให้เพื่อนไปแจ้งความ แต่บางคนก็ไม่กล้าแจ้งความเกรงว่าจะถูกกลั่นแกล้ง และไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง บางคนบางกลุ่มอาศัยช่องทางในการดำเนินการเกี่ยวกับการทำบริการอย่างรวดเร็วสำหรับคนที่ยอมค่าใช้จ่าย และคนใช้บริการจาก ตม. ตามปกติก็จะได้รับการบริการที่ล่าช้า ซึ่งผมมองว่าการแก้ไขปัญหานี้ ควรแก้ไขปัญหาทั้งผู้ให้และผู้รับ ต้องลงโทษทั้งสองฝ่าย ปัญหานี้จึงจะได้หมดไป โดยส่วนใหญ่แล้ว ตม. เป็นตำรวจที่มีนายตำรวจระดับสูงฝากมา เป็นอย่างนี้มานานแล้ว อาจจะมีส่วนนำผลประโยชน์ส่งผู้บังคับบัญชา วันนี้ผมกล้าเปิดเผย เพราะผมเคยอยู่หน่วยงานนี้มาก่อน และยืนยันว่าผมไม่เคยรับผลประโยชน์ ผมกล้าพูดว่าผมทำหนังสือย้ายตัวเองจาก ตม. ซึ่งเป็นคนเดียวที่ขอย้ายตัวเอง สลับกับ พ.ต.อ.ขันชัย เพื่อให้ผมมาอยู่จเรตำรวจในเวลานั้น ในเมื่อรู้ว่าหน่วยงานนี้เปรียบเสมือนบ่อขี้ ผมก็ต้องออกมาจากตรงนั้น เพราะมิเช่นนั้นก็จะเหม็นขี้ไปด้วย จนผู้บังคับบัญชาในเวลานั้นจ้องเรียกถาม ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือมีปัญหาอะไร” พล.ต.อ.สมยศ กล่าวยืนยัน
พล.ต.อ.สมยศ ยังระบุว่า ได้ทำบันทึกลับด่วน เกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องของตำรวจ ตม. ที่ได้รับการร้องเรียนจากภาคเอกชนประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยว เสนอให้นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว เพื่อพิจารณาหาแนวทางแก้ไข เนื่องจากการหาประโยชน์ดังกล่าว เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง มีการจ่ายส่วยให้เจ้าหน้าที่ นำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ซึ่งวันนี้ที่ตนมาเปิดโปงคนไม่ดีใน ตม. ประชาชนชอบหรือไม่ ถ้าประชาชนไม่ชอบ ตนก็จะหยุด และไม่ขอพูดถึงเรื่องนี้อีก คนส่วนใหญ่อาจจะมองคนไม่ดี ที่มาทุบหม้อข้าวหน่วยงานตนเอง แต่ตนมองว่าประเทศชาติจะเสียหาย และไม่มีนักธุรกิจมาลงทุนในประเทศ โดยตนจะฝากให้สื่อช่วยจับตาการโยกย้ายตำเเหน่งของ ตม. ว่า ยังมีบุคคลหาประโยชน์ในส่วนนี้หรือไม่ ซึ่งใครไม่ดี ก็จับตาดู ตีแผ่มัน ตนยืนยันว่าตนไม่กังวลใจ
ผบ.ตร.กล่าวด้วยว่า เรื่องการจะสั่งโยกย้ายผู้ใต้บังคับบัญชานั้น ซึ่งผู้บังคับบัญชาที่ผ่านมาไม่กล้าจะโยกย้ายเนื่องจากมีผลประโยชน์ร่วมกัน ขณะเดียวกันสำหรับการตรวจสอบสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) หลังจากนี้ตนได้สั่งการให้ พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ จเรตำรวจ ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในสังกัด สตม. กับกรณีดังกล่าว และให้รายงานผล ให้ทราบในวันที่ 23 ก.ย.นี้ ส่วนกรณีที่ พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผบช.สตม. บกพร่องต่อหน้าที่นั้น ตนได้มีการสั่งการให้เร่งแก้ไข แต่ก็ไม่มีแก้ไข มิเช่นก็คงไม่เป็นเช่นนี้
ผู้สื่อได้สอบถามว่าจะเสนอให้ใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหานี้หรือไม่ ผบ.ตร. ตอบว่า ไม่ถึงขนาดนั้น ท่านนายกฯน่าจะมีหน่วยงานในทางลับที่มีศักยภาพเข้าไปตรวจสอบ หลังจากนี้อยากให้นักข่าวเข้ามาสอบถาม ท่านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ บ่อยๆ และไม่อยากให้ทิ้งประเด็นนี้ เเม้ว่าจะหมดยุคของตนเเล้วก็ตาม ส่วนในเรื่องการค้ามนุษย์ และ โรฮิงญา ตนได้ให้ตรวจสอบ เนื่องจาก ตนได้นำเรียนท่านนายกฯ เกี่ยวกับปัญหานี้ เพราะปัญหาเรื่องโรฮิงญา ส่งผลกระทบต่อเทียร์3 และ ไอยูยู เนื่องจากต่างชาตโจมตีว่า กฎหมายไทยไม่เเข็งเเรง และเจ้าหน้าที่รัฐไม่เคยถูกลงโทษ โดยรัฐบาลที่ผ่านมาไม่เคยแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพราะเกรงจะกระทบต่อฐานเสียง ซึ่งหลังจากนี้จะมีคำสั่งย้ายเจ้าหนาที่่ใน สตม. มาปฏิบัติการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ในเร็วๆนี้



