
วิษณุเผยไม่เลือกคนเห็นแย้งนั่งกรธ.
10 ก.ย. 2558
วิษณุเผยไม่เลือกคนเห็นแย้งนั่ง กรธ. ส่วนปธ.หากได้นัก กม.ยิ่งดีเพื่อคุมเกมแถมไม่ต้องเสียเวลาเปิดข้อกม.เมื่อที่ประชุมค้านโยนคุณสมบัตินายกฯตั้ง21 อรหันต์กรธ
วันที่ 10 กันยายน 2558 เวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพิจารณาเลือกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า คงต้องพิจารณาคุณสมบัติตามที่นายกรัฐมนตรีระบุ ที่รู้เรื่องกฎหมาย เป็นนักกฎหมาย ส่วนจะหายากหรือไม่นั้น ไม่ทราบ คงไม่ต้องพิจารณาเลือกคนที่ถูกใจ คสช.เคยพูดไปแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องเห็นเหมือนกับ คสช. แต่ก็คงไม่เลือกคนที่เห็นขัดแย้ง
เมื่อถามว่า สัดส่วนผู้ที่มาทำหน้าที่มีชื่อของเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาปรากฏด้วย นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องนี้ตอบยาก เนื่องจากเลขาฯกฤษฎีกาเป็นคณะกรรมการชุด กมธ.ยกร่างฯ เก่า จึงขึ้นอยู่กับว่าสัดส่วนจะให้มีบุคคลที่มาจาก กมธ.ยกร่างฯเก่าหรือไม่ ส่วนที่มีข่าวว่าประธาน สนช.ระบุว่าควรมีสัดส่วนของ สนช.เข้ามา 2 ที่นั่งนั้น ตนได้พบและพูดคุยกันแล้ว นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ระบุว่าไม่ได้ขอ แต่บอกว่าน่าจะมี ซึ่งไม่ควรมากเกินไป เพียง 1-2 คนน่าจะพอ แต่จะไม่มีเลยก็ไม่ว่า แต่ครั้งที่ผ่านมาที่มีสัดส่วน สนช. เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า ต้องมีสัดส่วนเข้ามา 5 คน ตอนนี้ยังตอบไม่ถูก ได้แต่นั่งเดากันไป
เมื่อถามว่า บุคคลที่จะเป็นประธาน กรธ.จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มีที่ไหนเขียนว่าต้องเป็น แต่ถ้าได้ก็ดี เพราะประธานคือคนที่คุมเกม แต่จะมาหยุดเกมเพื่อขอเปิดดูกฎหมายก่อนก็คงไม่ได้ เหมือนสมาชิกขอคัดค้านแล้วประธานบอกว่าขอเวลาเปิดดูกฎหมายก่อนคงไม่ได้ หากได้คนที่เข้าใจกฎหมายก็จะทำให้การจัดการประชุมเป็นไปได้ง่ายขึ้น แต่ในอดีตไม่ใช่นักนิติศาสตร์แต่เป็นนักรัฐศาสตร์เข้ามาทำหน้าที่ก็มีมาแล้ว บุคคลที่มีชื่อในข่าวว่าจะมาเป็นประธาน กรธ.ที่เอ่ยมานั้น เช่น นายลิขิต ธีระเวคิน นักวิชาการรัฐศาสตร์และราชบัณฑิต นั้นทำไหวทั้งนั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าคสช.จะตั้งเข้ามาหรือไม่ แล้วเขาจะยอมเป็นด้วยหรือเปล่า พอไปถามดูนายลิขิตอาจจะไม่อยากเป็นก็ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับรายชื่อ กรธ. นายกฯระบุเองว่าน่าจะแล้วเสร็จก่อนจะเดินทางไปประชุมสหประชาชาติในวันที่ 23 กันยายนนี้ โดยนายกฯไม่จำเป็นต้องมาหารือเรื่องรายชื่อกับตน หากจะถามมาก็เป็นหน้าที่ที่ต้องตอบ ซึ่งนายกฯเองก็รู้จักคนมาก เวลาเอ่ยชื่อเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการก็จะรู้จักว่าเคยเป็นอะไรมาก่อน
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยว่านักการเมืองจะเข้ามาทำหน้าที่ กรธ.ได้หรือไม่ ก็ย้ำไปหลายครั้งแล้วว่ามีการเขียนล็อคว่าต้องไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองย้อนหลัง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง แต่ถ้าจะ 4 ปีย้อนหลังก็เป็นได้ แต่จะหาได้หรือไม่ พวกที่ออกมาพูดกันอยู่ขณะนี้ก็ติดเรื่องคุณสมบัติที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองย้อนหลัง 3 ปี
“วิษณุ” เผย หาก ปรองดองได้ อาจร่นโรดแม็พ 6-4-6-4 ให้เร็วขึ้น ชี้ หากร่างรธน.ใหม่ ไม่ผ่านประชามติ อาจต้องแก้รธน.ชั่วคราว เพื่อหาทางออก
เมื่อถามว่านายกฯ ระบุว่ากรธ.ต้องเข้าใจเจตนารมณ์ของคสช. เจตนารมณ์ตรงนี้คืออะไร นายวิษณุ กล่าวว่า เจตนารมณ์คือ 1.ต้องการให้มีการบริหารราชการแผ่นดิน 2.มีการปฏิรูป และ 3.มีการปรองดองเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ นายกฯพูดหลายครั้ง ซึ่งจะผูกกับโรดแม็พการทำงาน 6-4-6-4 ที่ระยะเวลาจะสั้นลงมาได้หากมีการปรองดอง มีความสงบเรียบร้อยในระดับหนึ่ง จนหาเสียงเลือกตั้งได้ จากระยะเวลา 20 เดือนอาจจะเหลือ 15 เดือนหรือ 10 เดือนก็เป็นได้
“ผมถึงบอกว่าเหมือนสุภาษิตฝรั่ง หญ้าแห้งเวลาแดดออกให้นำไปตาก เพราะเวลาหนาวหิมะตกไม่มีหญ้าให้วัวกิน ตอนนี้แดดออกก็เอาหญ้าไปตาก เมื่อฟ้าครึ้มก็เก็บเข้ามา เปรียบเทียบให้เห็นว่า ถ้าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ก็ให้เร่งจัดการเลือกตั้ง ถ้ายังตะลุมบอน ตีกัน มีระเบิดที่นู่นที่นี่ ยังไม่สามัคคีกัน จะให้เลือกตั้งเพื่อที่จะเข้ามาจัดการล้างแค้นกัน อย่างนั้นก็ยากที่จะไปเร่งรัด” นายวิษณุ กล่าว
เมื่อถามว่าวิธีแก้ คือให้เกิดความเป็นธรรม ความยุติธรรมเกิดขึ้น จะทำให้สังคมรู้สึกดีขึ้น นายวิษณุ กล่าวว่า ครม.ได้พูดคุยกันในเรื่องนี้ ว่า การบริหารราชการแผ่นดินมี 3 หน้าที่ คือ บริหาร ปฏิรูป และปรองดอง ซึ่งวิธีในการจัดการปรองดองคือสิ่งใดที่เยียวยาได้ต้องเยียวยา สิ่งใดที่ให้อภัยได้ก็ควรจะทำ โดยอยู่บนพื้นฐานของการรับผิดเกิดขึ้น หากยังเถียงว่าไม่ผิด จะให้อีกฝ่ายอภัยคงยาก เพราะจะมีคนต่อต้านและคัดค้าน และการทำให้ทุกอย่างมีมาตรฐานเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน อย่ามีสองมาตรฐาน หรือหลายมาตรฐาน มีความลำเอียงและเลือกปฏิบัติ และให้สร้างการรับรู้และความเข้าใจ รวมถึงการพัฒนาไม่ให้เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำ ก็จะเกิดความรู้สึกที่จะปรองดอง โดยครม.ในฐานะผู้กำหนดนโยบายต้องเป็นคนผลักดันในระดับสูง ขณะที่ระบบราชการต้องไปผลักดันในระดับผู้ปฏิบัติ ด้านสนช.จะต้องเข้ามาช่วยหากจะมีการออกกฎหมายและสภาขับเคลื่อนฯต้องช่วยในการทำความเข้าใจกับประชาชน
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับปัญหาคอร์รัปชั่นไม่ถือว่าอยู่ในส่วนการปรองดอง เพราะอยู่ในส่วนของการปฏิรูป กับการบริหารประเทศ แต่หากคอร์รัปชั่นทำให้เกิดสองมาตรฐาน เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขในส่วนของความปรองดอง ซึ่งการที่รัฐบาลออกกฎหมาย พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ จะช่วยลดปัญหาเรื่องเหล่านี้ไปได้บางส่วน ลดเรื่องการจ่ายเงินใต้โต๊ะบนโต๊ะลงไป
เมื่อถามว่า ได้มีการหารือกันหรือไม่ว่าหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ไม่ผ่านประชามติ แล้วจะทำอย่างไรต่อไป นายวิษณุ กล่าวว่า ยังอีกระยะยาว หากมีความจำเป็นคงต้องแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว ต้องดูอีกซักระยะในครม.ก็พูดกันว่าถ้าไม่ผ่านแล้วจะทำอย่างไร จะยกร่างฯใหม่ปีละ 3 พันล้านบาท กลางปีและปลายปีรวมกัน ประเทศคงล่มจมพอดี กับกระดาษไม่กี่หน้า
นายวิษณุ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)จะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ถึง 5 คน ได้แก่ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. นายวิชา มหาคุณ นายวิชัย วิวิตเสวี นายประสาท พงษ์ศิวาภัย และนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช.ในช่วงเดือนกันยายนและเดือนตุลาคมนี้ว่า จะต้องมีการดำเนินการสรรหากรรมการ ป.ป.ช.เข้ามาใหม่แทนผู้ที่จะครบวาระ
อย่างไรก็ตาม ในกฎหมายของ ป.ป.ช.ระบุว่าในระหว่างการสรรหานั้น ยังให้ทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีกรรมการ ป.ป.ช.ใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้น จึงไม่ได้เดือดร้อนอะไร ยังมีคนทำหน้าที่ ส่วนกรรมการสรรหานั้นก็เป็นไปตามคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 13/2558 โดยกรรมการสรรหา จำนวน 5 คน ประกอบด้วย 1.ประธานศาลฎีกา 2.ประธานศาลรัฐธรรมนูญ 3.ประธานศาลปกครองสูงสุด 4.ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ 5.รองนายกรัฐมนตรีที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย แต่วันนี้เหลือเพียง 4 คน เพราะไม่มีประธานศาลปกครองสูงสุด จึงยังเป็นปัญหาอยู่ว่าผู้ที่ทำหน้าที่รักษาการจะเข้าร่วมสรรหาได้หรือไม่ ทั้งนี้ จะต้องมีการสรรหากรรมการ ป.ป.ช.ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่พ้นตำแหน่ง ซึ่งจะได้มีการประกาศรับสมัครต่อไป
โดยแหล่งข่าวแจ้งว่า กำหนดการสรรหากรรมการป.ป.ช.มาแทนที่ทั้ง 5 คน ซึ่งใกล้ครบวาระนั้น มีการเรียกประชุมกรรมการสรรหากรรมการป.ป.ช.ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ และจะเปิดรับสมัครผู้เข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการป.ป.ช.ชุดใหม่วันแรกในวันที่ 23 กันยายนนี้



