
ก่อแก้วแนะไม่ควรโทษใครร่างรธน.โดนคว่ำ
ก่อแก้วแนะไม่ควรโทษใครร่างรธน.โดนคว่ำ เสนอกรธ.ชุดใหม่ไม่ควรมีคนเก่า พรเพชรชี้ต้องศึกษาประวัติศาสตร์แล้วร่างให้ดีกว่าเดิม
9ก.ย.2558 นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุนักการเมืองมีส่วนที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญถูกควํ่าว่า ต้องยอมรับว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกควํ่าไปนั้นมีปัญหาจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คปป. ซึ่งเป็นเนื้อหาก็รับไม่ได้จริงๆ ดังนั้นคงจะโทษใครไม่ได้ แต่ต้องรวบรวมประเด็นที่เขาคัดค้านมาเป็นบทเรียนในการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“จริงๆ แล้วไม่ควรเอาร่างรัฐธรรมนูญที่ถูกควํ่าไปมาเป็นแนวทางในการร่างใหม่อีก เพราะเป็นฉบับที่น่าเกลียดและทุกฝ่ายส่งเสียงคัดค้านกัน ควรจะเอาฉบับที่คนยอมรับกันมาเป็นแนวทางในการร่างจะดีกว่า ทำให้ถูกต้อง ขณะที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.)ชุดใหม่ก็ไม่ควรเอาคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) ชุดเดิมมาเป็นอีก ให้นักกฎหมายใหม่ๆ มาเสนอแนวคิดดูบ้าง สังคมอาจจะยอมรับได้มากกว่า และทำให้ได้ทิศทางของรัฐธรรมนูญที่ดีขึ้นกว่าเดิม” นายก่อแก้ว กล่าว
พรเพชรชี้ต้องศึกษาประวัติศาสตร์แล้วร่างให้ดีกว่าเดิม
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า จะต้องมีทั้งนักกฎหมายและไม่ใช่นักกฎหมาย แต่ไม่ควรมีนักการเมืองเข้ามาร่วมเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการชุดนี้ โดยหลักการทำกฎหมายต้องทำให้ดีขึ้นกว่าของเดิม แต่ต้องมีการศึกษาประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะข้อดีและข้อเสียของกฎหมายมาประกอบการพิจารณา แต่ไม่ได้เป็นการลอกของเก่าทั้งหมดหรือจะจินตนาการเองไม่ได้ ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าจะต้องมีสนช.เข้าไปเป็น กรธ.อย่างน้อย 1–2 คน เพื่อจะได้สอดคล้องกับการทำงานของนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ที่ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความคิดเห็นเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)จะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก ตนไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย
“ส่วนที่บอกว่าผมมีรายชื่อเป็น 1 ใน 21 กรธ.ชุดใหม่นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะผมเป็นประธานสนช.อยู่แล้วจะไปทำอะไรได้อีก “นายพรเพชร กล่าว
เมื่อถามว่า นักกฎหมายจะกล้าเข้าไปเป็น กรธ.หรือไม่ เพราะเห็นบทเรียนการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญช่วงที่ผ่านมา นายพรเพชร กล่าวว่า คิดว่านักกฎหมายคงเข้าใจ เพราะเป็นเรื่องปกติที่มีมุมมองไม่ตรงกันในเรื่องของกฎหมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับคสช.ที่จะตัดสินว่าจะเลือกใครเข้ามาทำหน้าที่
ถวิลวดีเชื่อร่าง20เดือนไม่พอและต้องมีกลไกที่เป็นยอมรับมากกว่านี้
นางถวิลวดี บุรีกุล อดีตคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กมธ.) กล่าวว่า ส่วนตัวไม่มีสิทธิไปวิพากษ์วิจารณ์อนาคตของคณะกรรมการชุดนี้ได้ เพราะเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ามารับหน้าที่ โดยยืนยันว่าที่ผ่านมากมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว
ทั้งนี้นางถวิลวดี ได้กล่าวว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็คงเป็นการสานต่อในประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อไป อย่างเช่นเรื่องของสิทธิและการมีส่วนร่วมของประชาชน เรื่องของการปฏิรูปต่างๆ เรื่องของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจระดับรากฐาน เป็นต้น ซึ่งเรื่องดีๆหลายอย่างในร่างรัฐธรรมนูญ ทางกรธ. จะไม่มองข้ามอย่างแน่นอน ในส่วนเรื่องที่มีการวิจาณ์กันมากอย่างที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) นั้นก็เป็นสิทธิ กรธ. จะปรับปรุงแก้ไข หรือออกแบบใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาการที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ออกแบบ ส.ว. ให้เป็นเช่นนี้ เพื่อต้องการให้เกิดเป็นพหุสภา มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมกันในสภาสรรหา กรธ. จะพิจาณาให้มีที่มาจากการสรรหาทั้งหมด ก็เป็นเรื่องของ กรธ. ในอนาคตอีกที
ในส่วนเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ทาง กรธ. จะให้มีอยู่ หรือแก้ไขอย่างไร ไม่อาจทราบได้ เพราะเป็นสิทธิของ กรธ. แต่ที่แน่นอนก็คือจะต้องมีกลไกที่ทำให้มั่นใจได้ว่าการปฏิรูปจะเดินหน้าและทำให้เกิดความปรองดองในสังคมได้ โดยอาจจะมีการเปลี่ยนกลไกไปเป็นอย่างอื่น เปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนเป็นในรูปแบบอื่น ซึ่งถ้าหากไม่มีกลไกนี้ จะมีใครรับประกันได้ว่าการปฏิรูปยังเดินหน้าต่อ และประเทศจะมีสันติสุข
“แม้ว่าในอนาคต 20 เดือนข้างหน้า จะมีสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ แต่ก็คงไม่เพียงพอต่อกระบวนการดังกล่าว เพราะบางส่วนก็ต้องมีการสานต่อนช่วงระยะเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาล คสช. ไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง โดย คปป. เป็นกลไกดังกล่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ปฏิเสธในเรื่องนี้ แต่ด้วยระยะเวลาที่ยืดออกไป อาจจะทำให้มีการตกผลึกและได้กลไกที่เหมาะสม และเป็นที่ยอมรับมากกว่านี้ก็ได้”
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากอนาคตประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเกิดอะไรขึ้น นางถวิลวดีกล่าวว่า ถึงเวลานั้นทาง กรธ. คงมีกระบวนการทำความเข้าใจกับประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่าลืมว่าเมื่อร่างเสร็จแล้วจะถูกส่งไปยังมือของประชาชนทันที ไม่ผ่านสภาใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้หากไม่ผ่านในขั้นตอนการทำประชามติจริงๆ ก็อาจจะต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 เพื่อให้มีการพิจารณานำรัฐธรรมนูญฉบับเก่ามาปรับปรุงและประกาศใช้เลยก็ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้วประเทศไทยจะต้องกลับเข้าสู่วิถีความเป็นประชาธิไตย การจะตั้งคณะกรรมร่างรัฐนูญอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้นเป็นไปไม่ได้ อย่างไรก็ตามก็ต้องขอให้กำลังใจกับ กรธ. ชุดใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นี้ต่อไป



