ข่าว

ตร.คุมตัว‘ยูซูฟู’ทำแผนบึ้มราชประสงค์

ตร.คุมตัว‘ยูซูฟู’ทำแผนบึ้มราชประสงค์

09 ก.ย. 2558

“ประวุฒิ”พร้อมด้วย“ศรีวราห์”และกำลังตร.หน่วยอรินทราชคุมตัว“ไมไรลี ยูซุฟู”ผู้ต้องหาคดีบึ้มป่วนกรุงฯทำแผนแยกราชประสงค์ก่อนจะนำตัวฝากขังผัดแรกที่ศาลจังหวัดมีนบุรี

 
          วันที่ 9 กันายน 2558 เมื่อเวลา 05.20 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราช26 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี และเจ้าหน้าที่ทหาร ได้คุมตัวนายไมไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ข้อหา “ร่วมกันมีซึ่งยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเหตุวางระเบิดสี่แยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ออกจาก สน.มีนบุรี เพื่อไปทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพเป็นวันที่สอง 
 
          ต่อมาเมื่อเวลา 06.00 น.  พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.3 เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราชและทหารกว่า 100 นาย ได้ควบคุมตัว นายยูซูฟู ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีสถานที่หลักทั้งหมด 4 แห่ง ชี้จุดทำแผนตามเส้นทางทั้งหมดรวม 12 จุด ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกสำนักข่าว ให้เว้นระยะห่างจากผู้ต้องหา 15-20 เมตร สถานที่แรกบริเวณห้างเซ็นทรัลเวิลด์ 
 
          เจ้าหน้าที่เริ่มนำนายยูซูฟู เริ่มชี้จุดที่หน้าวัดปทุมวนาราม ซึ่งเป็นจุดที่นายยูซูฟูโดยสารรถสามตุ๊กตุ๊กมาจากบริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง  จากนั้นลงจากรถตุ๊กตุ๊กเดินเท้าต่อเลียบทางประตูหลังห้างเซน(Zen) กระทั่งถึงประตูหน้าห้างเซน เพื่อชี้จุดวางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ ทั้งนี้ในระหว่างนำตัวนายยูซูฟูไปชี้จุดประกอบคำรับสารภาพเกิดเหตุวุ่นวาย เนื่องจากมีผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศ ไม่แสดงบัตรผู้สื่อข่าวในการเข้าทำข่าว ทำให้ตำรวจต้องนำตัวไปค้นตัวบริเวณด้านนอกการชี้จุดทำแผน จากนั้นก็เกิดปากเสียงกับเจ้าหน้าที่เล็กน้อย แต่เมื่อค้นตัวผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวแล้วพบบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าว เจ้าหน้าที่จึงตักเตือนและบอกให้แสดงบัตรระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้ง 
 
          ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนายยูซูฟูมาที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณลานน้ำพุ ซึ่งเป็นจุดที่นายยูซูฟูมายืนรอเพื่อถ่ายภาพระหว่างเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุระเบิด แต่นายยูซูฟูอ้างว่าไม่ได้ถ่ายภาพ เนื่องจากตอม่อรางรถไฟฟ้าบีทีเอสบังอยู่ จากนั้นจุดต่อมานายยูซูฟูได้เดินมาบริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ อยู่ตรงข้ามห้างบิ๊กซี ราชดำริ เพื่อเรียกแท็กซี่ไปลงห้างประตูน้ำเซ็นเตอร์ 
 
          สำหรับสถานที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพแห่งที่สอง เป็นห้างประตูน้ำเซ็นเตอร์ เจ้าหน้าที่นำตัวนายยูซูฟูมาชี้จุดบริเวณด้านหน้าห้างประตูน้ำเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นจุดที่นายยูซูฟูเรียกรถแท็กซี่เดินทางไปรามคำแหงเพื่อไปต่อรถเมล์กลับย่านมีนบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็คุมตัวนายยูซูฟูไปทำแผนต่อสถานที่แห่งที่สาม คือสถานีรถไฟหัวลำโพง ก่อนจะนำตัวไปชี้จุดบริเวณสะพานข้ามคลองผดุงกรุงเกษมข้างสถานีรถไฟหัวลำโพง ช่วงบริเวณสะพานหนึ่งซึ่งเป็นจุดที่ชายเสื้อเหลืองมายืนรอนายยูซูฟู จากนั้นก็มาชี้จุดต่อที่บริเวณม้านั่งระหว่างสะพานหนึ่งกับสะพานสองข้างสถานีรถไฟหัวลำโพง โดยเป็นจุดที่นายยูซูฟูวางสับเปลี่ยนกระเป๋าให้ชายเสื้อเหลือง หลังจากนั้นนายยูซูฟูและชายเสื้อเหลืองก็แยกย้ายกันหน้าสะพานที่สองข้างสถานีรถไฟหัวลำโพง ก่อนที่นายยูซูฟูจะนั่งรถตุ๊กตุ๊กเดินทางไปลงที่วัดปทุมวนาราม 
 
          พล.ต.ท.ประวุฒิ เปิดเผยหลังนำตัวนายยูซูฟูมาชี้จุดที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพงว่า ในจุดนี้เป็นจุดที่นายยูซูฟู ให้การระบุว่าเป็นจุดที่นายยูซูฟูกับชายเสื้อเหลืองนัดพบกัน เพื่อสลับกระเป๋าเป้ที่คาดว่าบรรจุระเบิด โดยนายยูซูฟูให้การว่าในกระเป๋าใบที่นำมาให้ชายเสื้อเหลืองนั้นมีน้ำหนักประมาณ 3-4 กิโลกรัม ซึ่งนำมาจากย่านหนองจอก จึงคาดว่าน่าจะมีระเบิดอยู่ภายใน ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกัน โดยชายเสื้อเหลืองแยกไปขึ้นรถตุ๊กตุ๊กเดินทางต่อไปที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ขณะที่นายยูซูฟูก็แยกไปขึ้นรถตุ๊กตุ๊กอีกคันเพื่อไปลงที่วัดปทุมวนาราม จากนั้นค่อยเดินเท้าต่อไปยังหน้าห้างเซนทรัลเวิล์ด เนื่องจากได้รับคำสั่งให้ถ่ายรูปหลังเกิดระเบิด แต่นายยูซูฟูอ้างว่ามีตอม่อรางรถไฟฟ้าบีทีเอสบังจึงไม่สามารถถ่ายรูปได้ ก่อนจะเดินทางไปยังประตูน้ำ ซึ่งคำรับสารภาพนั้นมีความสอดคล้องกับพยานหลักฐาน 
“ทั้งนี้ผู้ต้องหายังไม่ได้รับสารภาพถึงขั้นว่าเป็นผู้ประกอบระเบิดแต่อย่างใด ส่วนกรณีการออกหมายจับจับบุคคลชื่อนายอิซาน ที่มีกระแสข่าวว่าเป็นผู้บงการรวมถึงผู้สั่งการในเหตุการณ์ระเบิดนั้น ตอนนี้ยังเป็นเพียงกระแสข่าว และรายงานข่าวของสื่อมวลชน ซึ่งขณะนี้หลักฐานที่ตำรวจมียังไม่ถึงคนคนนี้ และยังไม่สามารถให้รายละเอียดใดๆได้” พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าว
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานที่แห่งที่สี่ ที่เจ้าหน้าที่คุมตัวนายยูซูฟูมาชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพคือ ซอยรามคำแหง 22 ซึ่งเป็นจุดที่นายยูซูฟูนั่งแท็กซี่จากหน้าห้างประตูน้ำเซ็นเตอร์มายังหน้าธนาคารกรุงเทพสาขาหัวหมาก ซอยรามคำแหง 22 โดยจุดนี้จากแนวทางการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ประกอบกับภาพจากวงจรปิดในวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา พบว่านายยูซูฟูและนายอิซานเดินทางมายังธนาคารเพียงแค่สองคน เพื่อมาทำธุรกรรมทางการเงิน โดยได้ทำการโอนเงินจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามรายละเอียดในส่วนปลายทางของบัญชีที่โอนไปว่าเป็นเงินค่าจ้างหรือไม่นั้น เจ้าหน้าตำรวจอยู่ในระหว่างตรวจสอบ ภายหลังจากชี้จุดทำแผนเสร็จสิ้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายยูซูฟูเดินทางกลับไปที่ สน.มีนบุรี จากนั้นจะนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรี เพื่อฝากขังผลัดแรกเป็นเวลา 12 วัน ในเวลา 15.00 น.ต่อไป

 
          เมื่อเวลา 12.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยอรินทราช 26 ได้ควบคุมตัวนายไมไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาในคดีระเบิดที่ราชประสงค์ ไปสอบสวนเพิ่มเติม ภายหลังจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 12 จุด 4 สถานที่ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
        
          รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น นายยูซูฟู  ยังไม่มีการพูดถึงเรื่องชนิดระเบิดว่า เป็นแบบอัตโนมัติ หรือกดชนวน และการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดจากธนาคารย่านรามคำแหง ที่สามารถบันทึกภาพนายยูซูฟู  พบว่า ได้เข้าไปทำธุรกรรมภายในธนาคารกับเพื่อนอีกคนก่อนวันเกิดเหตุนั้น ส่วนจะเข้าไปทำอะไรอยู่ระหว่างตรวจสอบ 
             
          รายงานข่าวอีกว่า นายยูซูฟู  มีสภาพจิตใจดี ไม่เครียด พร้อมทั้งพูดขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ที่ดูแลเป็นอย่างดี ทั้งเรื่องของการอำนวยความสะดวก และอาหาร ซึ่งอาหารกลางวันในวันนี้ นายยูซูฟู  ได้รับประทานคือข้าวเนื้อผัดพริกหยวก ที่สั่งทำจากร้านอิสลาม 
   
         ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอรินทราช 26 ได้ควบคุมตัวนายยูซูฟู  ไปทำพิธีละหมาดตามศาสนา โดยมีการควบคุมอย่างเข้มงวด พร้อมนำเสื้อเกราะให้ผู้ต้องหาใส่ หลังจากเสร็จจากทำพิธีละหมาด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จะนำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรี เพื่อฝากขังเป็นผัดแรก 12 วันต่อไป