
ตร.นำตัวยูซูฟูทำแผนประกอบรับสารภาพ
ตร.นำตัวยูซูฟูทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยอมรับหิ้วเป้ดำส่งชายเสื้อเหลือง ขณะที่ผบ.ตร.ระบุพักร่วมห้องอาเดมจ่อเอาผิดแท็กซี่ ด้าน ดอน เผยไร้วี่แวววรรณามอบตัว
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 8 กันยายน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผบช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.น.3 พ.ต.อ.วัฒนา ยี่จีน รองผบก.น.3 รรท.ผกก.สน.มีนบุรี ร่วมกันประชุมกำหนดแผนการควบคุมตัวนายไมไรลี ยูซูฟู อายุ 26 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พร้อมของกลาง เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ผ่านมา ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สารมารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย จากนั้นได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 3 สถานที่หลัก ได้แก่ อาคารพูลอนันต์อพาร์ทเม้นต์ ย่านหนองจอก ซึ่งเป็นสถานที่ใช้พักอาศัย และพบอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิด โดยมีดีเอ็นเอ กับลายนิ้วมือตรงกับนายยูซูฟู ,อาคารไมมูณา การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี สถานที่พักอาศัยและพบปุ๋ยยูเรีย ดินดำ รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบวัตถุระเบิด และร้านขายเคมีภัณฑ์ย่านบึงกุ่ม โดยระหว่างเส้นทางทำแผน 3 สถานที่หลัก จะทำการชี้จุดที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมของนายยูซูฟูรวมทั้งสิ้น 12 จุด
พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่าวันนี้(8 ก.ย.)จะนำตัวนายยูซูฟูไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพใน 3 แห่งหลักย่านหนองจอกและมีนบุรี ส่วนที่จุดที่ราชประสงค์บริเวณสกายวอล์กช่วงห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ และสถานีรถไฟหัวลำโพง จะไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและชี้จุดในวันที่ 9 ก.ย. แต่เวลาใดยังไม่สามารถระบุได้ ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเช้า เนื่องจากต้องฝากขังผู้ต้องหาก่อนเวลา 13.00 น. ตามกำหนดเวลา อย่างไรก็ตามที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการโอนคดีไปยังศาลทหารนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปว่าจะโอนหรือไม่ หรือดำเนินการอย่างไร เพราะทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการสอบสวน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวนานยูซูฟูขึ้นรถตู้ และออกเดินทางทันที โดยมีหน่วยอรินทราช 26 พร้อมชุดรักษาความปลอดภัยของทหาร และตำรวจ สน.มีนบุรี อย่างเข้มงวด พร้อมนำเสื้อเกราะให้ผู้ต้องหาสวมก่อนออกเดินทางอีกด้วย ท่ากลางสื่อมวลชนทุกแขนงทั้งไทยและต่างประเทศเกาะติดการบันทึกภาพทำข่าว โดยระหว่างทำแผนประกอบคำรับสารภาพก็ได้รับความสนใจจากประชาชนมามุงดูเป็นจำนวนมากเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อเจ้าหน้าที่คุมตัวนายยูซูฟูทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้นแล้ว จะควบคุมตัวมาที่ สน.มีนบุรี เพื่อสอบสวนและคุมตัวในห้องขังของ สน.มีนบุรี อีกครั้ง จากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 9 ก.ย. เจ้าหน้าที่จะดำเนินการคุมตัวนายยูซูฟูไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่สถานีรถไฟหัวลำโพง ซึ่งจุดที่นำระเบิดไปส่งให้ชายเสื้อเหลือง และสกายวอร์ค บริเวณห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยเป็นจุดที่ถ่ายรูปหลังเหตุการณ์ระเบิด เมื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้นจึงจะควบคุมตัวมาขออำนาจศาลจังหวัดมีนบุรีฝากขังผลัดแรกต่อไป
‘ยูซูฟู’ยอมรับหิ้วเป้ดำส่งชายเสื้อเหลือง
รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนายไมไรลี ยูซูฟู ส่งให้คณะพนักงานสอบสวน บช.น.ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย ป.วิอาญาต่อ โดยพนักสอบสวน บก.น.3 ได้สอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อหา ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ครองครองโดยผิดกฎหมาย โดยใช้เวลาสอบปากคำนาน 14 ชั่วโมง
เบื้องต้นนายยูซูฟู ให้การเป็นประโยชน์ โดยยอมรับว่า อยู่ร่วมในขบวนการดังกล่าวจริง และพักอาศัยอยู่ที่หอพักมูไมณา การ์เด้นโฮม ซอยราษฎร์อุทิศ 25/8 ทั้งนี้ ในวันเกิดเหตุได้เดินทางไปที่พูลอนันต์ อพาร์ตเม้น เลขที่ 134/5 ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 ย่านหนองจอก กทม.จากนั้นได้นั่งรถแท็กซี่เพียงคนเดียวนำกระเป๋าสะพายสีดำไปด้วย แต่ยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นว่าในการประกอบระเบิด และยืนยันว่า ไม่ทราบว่าของในกระเป๋านั้นเป็นระเบิดที่นำมาใช้ก่อเหตุหรือไม่ จากนั้นได้นำมาส่งให้กับชายสวมเสื้อเหลืองที่มารู้จักกันที่ประเทศไทยในช่วงก่อนเกิดเหตุที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง ก่อนจะเดินทางไปบริเวณสกายวอล์ก หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อถ่ายรูปหลังเหตุระเบิดด้วยกล้องถ่ายรูป แต่ไม่ได้เป็นผู้กดชนวนระเบิด และเมื่อเกิดเหตุก็ได้เดินทางออกจากบริเวณดังกล่าวทันที
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการสอบปากคำนายไมไรลี ยูซูฟู ยืนยันว่า รู้จักกับชายสวมเสื้อสีฟ้าที่ก่อเหตุหย่อนระเบิดลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือสาทร เพราะอยู่ร่วมกันที่ห้องพักดังกล่าว โดยมีนายอิซาน อายุ 28 ปี เป็นคนพาทุกคนมารวมกัน และวางแผนแบ่งหน้าที่ให้แต่ละคนทำงาน และก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน(16 ส.ค.) นายอิซาน ได้เดินทางออกนอกประเทศไป ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามข้อมูลว่า นายอีซาน เดินทางออกไปยังประเทศใด ส่วนหมายจับผู้ต้องหา 2 รายที่อยู่ร่วมห้องพักในพื้นที่บก.น.3 นั้น ยังอยู่ะหว่างการขออนุมัติหมายจับตามภาพต่อไป
เบื้องต้นทางคณะพนักงานสอบสวนจะเรียกประชุมเพื่อสรุปรวมสำนวนที่เกิดเหตุทั้ง 3 จุดหลัก ประกอบด้วย บริเวณพื้นที่ สน.มีนบุรี และสน.หนองจอก กรณีสำนวนคดีจับผู้ต้องหาพร้อมวัตถุพยานประกอบระเบิดในพื้นที่ สน.ลุมพินี กรณีสำนวนคดีเหตุระเบิดพื้นที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และบริเวณพื้นที่สน.ยานนาวา สำนวนคดีเหตุระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร โดยผู้ต้องหาที่จับกุมได้ให้การเป็นประโยชน์ และเหตุการณ์ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ภายหลังจากนำตัวผู้ต้องหาทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพแล้ว พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน จะนำเรื่องดังกล่าวพิจารณาต่อไป
โฆษกตร.เผยยังไม่ออกหมายจับแก๊งบึ้มเพิ่ม
พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวยืนยันว่า ยังไม่มีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทรเพิ่มเติมในวันนี้ (8 ก.ย.) แต่มีแนวโน้มจะขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมแน่นอน ขณะเดียวกัน วันนี้จะนำตัวนายเมียไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวได้ที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเชื่อมโยงเหตุระเบิด ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณพูลอนันต์ อพาร์ทเมนต์ ย่านหนองจอก และไมมูณา การ์เด้นโฮม ย่านมีนบุรี ส่วนจุดที่เหลืออยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะนำไปทำแผนเมื่อใดที่จะไม่ให้กระทบประชาชนโดยรวม เนื่องจากยังมีเวลาควบคุมตัวภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนนำตัวไปฝากขังต่อศาลวันพรุ่งนี้(9 ก.ย.) ก่อนเวลา 15.00 น.
โฆษก ตร. กล่าวต่อว่า การสอบสวนนายเมียไรลี ให้การเป็นประโยชน์ แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ว่า มีการให้การไปถึงตัวผู้บงการหรือไม่ แต่ยืนยันว่า นายเมียไรลี เป็นผู้ที่มีส่วนสำคัญในคดี ซึ่งอาจมีการแจ้งข้อหา ทำให้เกิดระเบิดฯ เพิ่มเติม ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับคนอื่นๆ ยังไม่ยืนยันว่า ออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่
ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ประวุฒิ ยังตำหนิฝ่ายสืบสวนที่ปล่อยให้มีภาพการสืบสวนนายเมียไรลี หลุดไปถึงสื่อมวลชน ตลอดจนภาพผู้ต้องสงสัยต่างๆ พร้อมระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องไม่จริง ขอให้สื่อระมัดระวังการนำเสนอข่าวด้วย
ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิเสธกรณีข่าวการหลบหนีออกนอกประเทศของชายเสื้อเหลืองที่วางระเบิดแยกราชประสงค์ โดยระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงาน แต่ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ได้มีการติดตามเบาะแสทุกด้าน โดยเฉพาะจากคำให้การของนายเมียไรลี ซึ่งให้การมีประโยชน์จนทำให้ตำรวจรู้ถึงวิธีการ และขบวนการทั้งหมด
ผบ.ตร.ระบุพักร่วมห้อง‘อาเดม’จ่อเอาผิดแท็กซี่
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีการวางระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ และจากคำให้การของนายไมไรลี ยูซูฟู ก็ยอมรับกับพยานหลักฐาน จนสามารถที่จะนำไปสู่การดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป และมีความเป็นไปได้ว่านายยูซูฟู อยู่กับนายอาเดม คาราดัก อยู่ร่วมห้องกัน ซึ่งนายอาเดมเป็นคนเฝ้าห้อง แต่ทั้งนี้ ยังไม่สามารถที่จะระบุได้ชัดเจนว่าผู้ร่วมขบวนการนี้มีจำนวนเท่าใด แต่มั่นใจมีมากกว่า 10 คน ทุกคนไม่น่าจะรู้จักกันทั้งหมด โดยนายยูซูฟูเอง ก็เป็นเพียงผู้ทำงาน และอาจจะไม่รู้จักกับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ประกอบกับการก่อเหตุครั้งนี้ มีการวางแผนมาเป็นอย่างดี จึงมีคนสั่งการเป็นทอดๆ มีความสลับซับซ้อนทั้งกระบวนการคิด วิธีการสื่อสารที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ยากต่อการแกะรอยติดตาม รวมถึงการกำหนดวิธีการหากถูกจับได้ ซึ่งในส่วนนี้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความรู้ความสามารถในการสืบสวนสอบสวน
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามสอบปากคำนายยูซูฟู เนื่องจากตำรวจสามารถควบคุมตัวได้เพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้น ขณะที่การสอบปากคำพยานที่เป็นคนขับแท็กซี่ พบว่าคนขับแท็กซี่ให้การวกไปวนมาปกปิดข้อมูล แต่เมื่อกดดันโดยพยานหลักฐานทั้งกล้องวงจรปิดต่างๆ จึงยอมรับสารภาพ ช่วงแรกคนขับแท็กซี่บอกว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและไม่รู้จักชายชาวต่างชาติ แต่เมื่อตรวจสอบจากการใช้โทรศัพท์ กลับพบว่ามีการโทรคุยกับชาวต่างชาติระยะเวลา 20 นาที และมีการไปรับ ไปส่งกันเป็นประจำ แต่เชื่อว่าคนขับแท็กซี่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ ซึ่งอาจเป็นผู้รับการจ้างวาน โดยได้รับเงินเป็นจำนวนมาก จนเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าคนขับแท็กซี่จะไม่ทราบว่าชาวต่างชาติ จะไปทำอะไรก็ตาม ก็ต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายหากมีพยานหลักฐานชัดเจน
"สำหรับความคืบหน้าการติดตามจับกุมชายเสื้อเหลืองและเสื้อฟ้าที่มีกระแสข่าวว่าได้หลบหนีออกจากประเทศไทยแล้วนั้น รวมถึงกระแสข่าวที่ตัวผู้บงการใช้เส้นทางการหลบหนีผ่านทางสนามบินสุวรรณภูมิ และ กระแสข่าวที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมชายเสื้อเหลืองที่ด่านชายแดนภาคใต้นั้น ผมยังไม่ได้รับรายงาน และยังไม่สามารถยืนยันได้ ซึ่งเป็นเรื่องของพนักงานสืบสวนที่จะต้องตรวจสอบและดำเนินการ ก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ชื่อทั้งหมดรวมถึงความเคลื่อนไหวต่างๆ ผมก็ทราบจากสื่อที่เสนอข่าว แต่ยังยืนยันว่ายังไม่มีการจับชายเสื้อเหลืองตามที่เป็นข่าว ส่วนกระแสข่าวที่มีการระบุว่ามีเงินจากตุรกีโอนเข้ามายังประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการก่อเหตุในครั้งนี้ ทางตำรวจได้ประสานการดำเนินงานตรวจสอบไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. แล้ว ซึ่งต้องรอการยืนยันที่ชัดเจนอีกครั้ง" ผบ.ตร. กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ ยังกล่าวถึงการสั่งการให้ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองคุมเข้มด่านตรวจมากยิ่งขึ้นเมื่อวานนี้(7 ก.ย) เนื่องจากได้รับการร้องเรียกมาจากประชาชนและบริษัททัวร์หรือท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบ รวมถึงการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ว่าสิ่งที่เขาทำมีผลต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความมั่นคง ส่วนที่มีการตั้งโต๊ะรับเรียกเงินหลายรูปแบบ หลังจากนี้หากตรวจสอบพบ ก็จะทำการโยกย้ายทันที ส่วนกรณีที่ตำรวจบางคนไม่เกรงกลัวเพราะว่าใกล้เกษียณราช กรณีนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ว่าที่ ผบ.ตร.ก็นั่งฟังอยู่ ส่วนตนก็จะรายงานนายกรัฐมนตรีโดยยืนยันว่าหากทำได้ตนก็ต้องการที่จะขจัดสิ่งนี้ให้หมดไปทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสืบสวนสอบสวนคดีการวางระเบิดบริเวณสี่เแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ซึ่งล่าสุดมีข้อมูลยืนยันค่อนข้างแน่ชัด ว่า นายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรือ อิซาน เป็นบุคคลผู้ที่วางแผน สั่งการ และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการก่อเหตุการวางระเบิดดังกล่าว และอาจเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วตั้งแต่วันที่16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดขึ้น 1 วัน ขณะเดียวกัน สำหรับการสอบปากคำ นายไมไรลี ยูซูฟู ผู้ต้องหาที่ถูกจับในชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้วนั้นให้การซัดทอดในทางนี้เช่นกัน
ทั้งนี้สำหรับกระแสข่าวที่มีการโอนเงินสนับสนุนการก่อเหตุจากต่างประเทศมายังประเทศไทยนั้น ในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความชัดเจน แต่ในเบื้องต้นรูปแบบการก่อเหตุเป็นขบวนการที่มีความเกี่ยวข้องกับต่างประเทศแน่นอน
‘ดอน’เผยไร้วี่แวว‘วรรณา’มอบตัวที่ตุรกี
นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีนางวรรณา สวนสัน ผู้ถูกออกหมายจับฐานอาจมีส่วนรู้เห็นในเหตุระเบิดบริเวณศาลพระพรหม ที่แยกราชประสงค์ จะติดต่อขอมอบตัวกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการา ประเทศตุรกีว่า เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการา ประเทศตุรกี รายงานว่า ขณะนี้นางวรรณายังไม่ได้มีการติดต่อมาแต่อย่างใด และไม่ทราบว่า สุดท้ายแล้วนางวรรณาอยู่ในประเทศตุรกีจริงหรือไม่ ที่ผ่านมามีแต่ข่าวอ้างว่าอยู่ตุรกีเท่านั้น ส่วนการติดตามตัวว่านางวรรณาอยู่ประเทศใดนั้น เนื่องจากไทยไม่มีกฎระเบียบที่แน่นอนว่า จะให้คนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศต้องมาลงทะเบียนกับสถานทูต ทำให้เวลาบุคคลใดไปต่างประเทศแล้วไม่มาแจ้งสถานทูต ไม่มีการลงทะเบียน หรือโทรศัพท์ติดต่อมา จะไม่มีหลักฐานหรือรายการว่า บุคคลนั้นๆ อยู่ประเทศใด ยกเว้นมีคนไทยคนอื่นมาแจ้งว่าเห็นอยู่ที่นั่น
ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถขอตรวจลงตรากับประเทศตุรกีได้หรือไม่ นายดอนกล่าวว่า ได้ แต่ต้องไปขอกับทางการตุรกี ส่วนการประสานขอตัวหากพบอยู่ประเทศตุรกีจริงสามารถทำได้ แต่ทั้งหมดต้องมาจากฝ่ายตำรวจที่ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวนเรียบร้อยและส่งให้อัยการฟ้อง จากนั้นจะแจ้งให้กระทรวงต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่ติดต่อประสานไปยังประเทศนั้นๆ
เมื่อถามว่า การประสานงานกับทางการตุรกีติดขัดอะไรหรือไม่ นายดอน กล่าวว่า ไม่มีอะไรติดขัด มีความสัมพันธ์ที่ดีมาก โดยหลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 ส.ค. รมว.ต่างประเทศตุรกียังแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย ขณะที่ในส่วนของผู้ต้องหาขณะนี้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนเองก็ยังไม่ได้ยืนยันว่า เป็นชาวตุรกีหรือไม่ ส่วนเรื่องพาสปอร์ตก็ยังต้องตรวจสอบกันอยู่ ประเด็นนี้ไม่มีสิ่งใดที่เราได้รับการต่อจากตุรกีโดยตรง



