ข่าว

สปช.คืน1.7ล.บริจาคใครก็ได้

สปช.คืน1.7ล.บริจาคใครก็ได้

08 ก.ย. 2558

'วิษณุ' ชี้ สปช.คืน 1.7 ล. บริจาคใครก็ได้ ระบุ อดีต กมธ.ยกร่างฯ นั่งร่างรธน.ชุดใหม่ได้ ปัดมีชื่อ 'สมบัติ' ปธ. 'นรนิติ-สมคิด' ไม่รับงาน เปิดทางคนใหม่

 
                      8 ก.ย. 58  เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล  นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม ครม.ถึงการพิจารณาแต่งตั้งบุคคลมาเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ ว่า ไม่มีอะไรห้าม กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดเดิม ก็สามารถเข้ามาเป็นได้ ส่วนจะได้รับการพิจารณาจากหัวหน้า คสช.หรือไม่นั้น ไม่ทราบ และไม่รู้ว่าบุคคลเหล่านี้จะยินดีเข้ามาหรือไม่ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่ามีชื่อของนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีต สปช. มาเป็นประธานกรรมการร่างฯ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายสิระ เจนจาคะ อดีต สปช. ระบุจะคืนเงิน 1.7 ล้านบาท ที่ได้รับจากเงินเดือน สปช.กลับคืน นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะตอนที่รับเงินมีการหักภาษีไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น วิธีที่จะคืนง่ายๆ คือ ทำเป็นการบริจาคคืน จะบริจาคใครก็ได้
  
 
 
'นรนิติ-สมคิด' ไม่รับงาน เปิดทางคนใหม่
 
 
                      นายนรนิติ เศรษฐบุตร สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ปฏิเสธว่า ตนไม่เคยได้รับการทาบทามให้เข้าร่วมเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้แต่งตั้งจำนวน 21 คน ทั้งนี้ตนไม่ทราบว่าชื่อของตนปรากฏเป็นข่าวได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้อาจเป็นข่าวปล่อยเท่านั้น โดยส่วนตัวไม่ขอรับงานยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใดๆ อีก เนื่องจากอายุเยอะแล้ว และผ่านการทำรัฐธรรมนูญมาแล้ว จำนวน 2 ฉบับ คือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ดังนั้น การทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรปล่อยให้เป็นเรื่องของคนหน้าใหม่มาทำงานจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะถูกกล่าวหาเป็นคนหน้าเก่ามาทำงานอีก
 
                      ด้านนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ สมาชิก สนช. ให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ในกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เนื่องจากปัจจุบันมีภารกิจที่ค่อนข้างยุ่ง อีกทั้งตนฐานะอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต้องทำงานดังกล่าวเต็มเวลา 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงไม่มีเวลารับงานร่างรัฐธรรมนูญอีก อย่างไรก็ตาม ตนผ่านการยกร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว จำนวน 2 ฉบับ คือ รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาแล้ว ดังนั้นร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรให้บุคคลที่ยังไม่มีโอกาสเข้ามาทำงานดังกล่าวมาทำ จะเหมาะสมกว่า
 
                      นายสมคิด กล่าวด้วยว่า สำหรับกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่จะเข้ามาทำงาน ตนมองว่า ควรนำรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 และรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 รวมถึงร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2558 ที่ไม่ผ่านความเห็นชอบของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มาพิจารณาในเนื้อหาด้วย โดยเฉพาะร่างรัฐธรรมนธญ พ.ศ. 2558 ที่ผ่านการรับฟังความเห็นของประชาชน ซึ่งยอมรับว่าเนื้อหามีทั้งข้อดีจำนวนมาก อาทิ การรับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน แม้จะมีข้อเสียอยู่บ้างตามที่แต่ละฝ่ายท้วงติง ดังนั้นคณะกรรมการร่างรัฐธรมนูญชุดใหม่ ที่จะมาทำหน้าที่ต้องพิจารณาถึงจุดกึ่งกลางของเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญด้วย
 
                      "ผมมองว่า อันดับแรกของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องมาพูดคุยและตกลงกันให้ได้ก่อนว่าจะทำรัฐธรรมนูญฉบับที่เป็นประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์ หรือรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยเปลี่ยนผ่าน"
 
                      ทางด้านนายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีชื่อปรากฏว่าได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญชุดใหม่ ระบุเพียงว่า "ไม่มีประเด็น และไม่ประสงค์จะให้สัมภาษณ์"