ข่าว

แม่สายของบ 100 ล้านปรับปรุงด่าน รับเขตศก.พิเศษเชียงราย

แม่สายของบ 100 ล้านปรับปรุงด่าน รับเขตศก.พิเศษเชียงราย

09 ก.ย. 2558

แม่สายของบ 100 ล้านปรับปรุงด่าน พร้อมรับเขตเศรษฐกิจพิเศษเชียงราย

 
                      หลังจากรัฐบาลกำหนดเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 รวม 5 จังหวัด 13 อำเภอ 5 ตำบล และหนึ่งในนั้นมี จ.เชียงราย รวมอยู่ด้วย พบว่าขณะนี้มีความก้าวหน้าไปมาก โดยจากการลงพื้นที่เพื่อติดตามและประเมินผลของหน่วยงานภาครัฐพบว่าเป็นพื้นที่มีศักยภาพมากในเชิงการเกษตร เป็นแหล่งผลิตอาหารและสินค้าเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ ประกอบกับมีพื้นที่อำเภอชายแดน 3 อำเภอ คือ อ.แม่สาย อ.เชียงแสน และอ.เชียงของ  ทำให้ขณะนี้แม่สายกำลังจะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่เชื่อมต่อไปยัง  3 ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ คือ สหภาพพม่า สปป.ลาว และจีนตอนใต้  ซึ่งเบื้องต้นอาจเลือกพื้นที่บริเวณต.โปร่งผา อ.แม่สาย เนื้อที่กว่า 900 ไร่ ให้เป็นทำเลที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะได้รับการสนับสนุนการลงทุนจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาษี หรืออื่นๆนายศิริชัย คุณาบุตร นายด่านศุลกากรแม่สาย จ.เชียงราย กล่าวว่า จากนโยบายสนับสนุนให้เชียงรายเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษของรัฐบาล และกรมศุลกากรเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ด้วย จึงเห็นว่าบริเวณดังกล่าวเป็นแหลงต้นน้ำที่สำคัญเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่มีประชากรอยู่อาศัยจำนวนมาก หากมีการสนับสนุนการลงทุนรัฐบาลต้องคำนึงถึงวิสาหกิจชุมชนที่มีอาชีพดั้งเดิมให้สามารถอยู่ได้และได้รับประโยชน์จากมาตรการต่างๆ ด้วย นอกเหนือจากการสนับสนุนให้นักลงทุนต่างถิ่นเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และที่สำคัญต้องดำเนินการส่งเสริมการค้าการลงทุนควบคู่ไปกับการพัฒนาเชียงรายให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืนด้วย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศพื้นที่อย่างเป็นทางการ คงต้องรอให้คณะกรรมการนโบายเขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) เห็นชอบก่อนจึงจะดำเนินการในขั้นตอนต่อไป โดยในอนาคตแม่สายหรือเชียงรายนอกจากเป็นด่านการค้าและศูนย์กระจายสินค้าแล้วยังจะเป็นแหล่งผลิตสินค้าด้วย
 
                      สำหรับด่านศุลกากรแม่สายเองก็ต้องเตรียมพร้อมรองรับการพัฒนาที่เกิดขึ้นในฐานะที่เป็นหน้าด่านด้านการค้าระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านแม้ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจและบรรยากาศการค้าขายแดนจะซบเซาลงไปบ้าง แต่ในอนาคตมองมองว่าหลังจากเปิดเออีซีปลายปีนี้และมีเขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคตน่าจะสร้างบรรยากาศการค้าขายให้กลับมาคึกคักยิ่งขึ้น จึงเสนอของบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เพื่อเร่งปรับปรุงด่านแม่สาย  เพราะถือเป็นด่านการค้าชายแดนที่สำคัญในการส่งสินค้าของผู้ประกอบการไปขายที่ประเทศพม่า และลาว รวมถึงจีนตอนใต้  โดยเฉพาะด้านบริเวณท่าขี้เหล็กหรือสะพาน 1 ที่เปิดใช้งานมากว่า 80 ปี และไม่เคยมีการซ่อมแซมมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันมีการสัญจรไปมาทั้งชาวพม่าที่เข้ามาทำงานฝั่งไทยแบบเช้าไปเย็นกลับ มีการเดินทางเข้าออกของนักท่องเที่ยวและคนไทยที่ข้ามไปซื้อของฝั่งท่าขี้เหล็กและรถขนถ่ายสินค้าที่ผ่านข้ามแดนทำให้ไม่ค่อยสะดวกและไม่ปลอดภัย จึงจะมีการซ่อมสะพานใหม่ให้แข็งแรงและมีการสร้างอาคารด่านศุลกากรด้วย โดยทำชั้นบนให้เป็นทางคนเดินและชั้นล่างเป็นทางสำหรับรถวิ่งผ่านแยกกันชัดเจน ซึ่งส่วนของสะพานน่าจะเริ่มดำเนินการได้หลังเดือนตุลาคมนี้ เพราะในเบื้องต้นได้รับงบมาประมาณมาแล้ว 6 ล้านบาท  ส่วนการสร้างอาคารและด่านใหม่นั้น เพิ่งเสนอของบประมาณไป คงต้องรอการพิจารณาอนุมัติจากฝ่ายนโยบายและน่าจะใช้เวลาก่อสร้างเป็นปี ซึ่งระหว่างที่่มีการก่อสร้างก็ต้องให้รถขนสินค้าไปใช้ด่านศุลกากรแม่สายที่สะพาน 2 แทนทั้งหมด
 
                      นายศิริชัย ให้ข้อมูลว่า ค่าสินค้าที่ผ่านด่านแม่สายส่วนใหญ่เป็นสินค้าส่งออกจากไทยคิดเป็นมูลค่าประมาณเดือนละกว่า 1,400 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาท สินค้าที่สำคัญ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง สุรา เบียร์ เครื่องดื่ม ปูนซีเมนต์ รถยนต์และอะไหล่ และเครื่องใช้อุปโภคบริโภคต่างๆ ส่วนสินค้าที่นำเข้าจากพม่ามีมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาทต่อเดือน เช่น ใบชา แร่แมงกานีส เปลือกส้ม เป็นต้น ซึ่งการที่ไทยนำเข้าสินค้าจากพม่าจำนวนไม่มากทำให้การเก็บภาษีนำเข้าน้อยตามไปด้วย โดยการจัดเก็บภาษีอากรในปีงบประมาณ 2558 ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมาสามารถจัดเก็บได้ 25 ล้านบาท แต่มีการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแทนกรมสรรพากรสูงถึง 6,000 กว่าล้านบาท และยอมรับว่า ในอนาคตการจัดเก็บอากรนำเข้าของกรมศุลกากรก็จะลดลงเรื่อยๆ เพราะอัตราภาษีส่วนใหญ่เหลือ 0% แต่กรมยังมีหน้าที่หลักในการจัดเก็บภาษีแทนหน่วยงานอื่น
 
                      “หากยกระดับด่านแม่สายให้เป็นทางเดินชั้นบนและมีรถผ่านได้ด้านล่างน่าจะช่วยอำนวยความสะดวกทั้งด้านการค้าและการท่องเที่ยวหรือสัญจรไปมาของคนไทยและคนพม่า ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ด้วย เพราะปัจจุบันการขยายด่านจากปิด 6 โมงเย็นเป็นสามทุ่มนั้น ทำให้คนพม่าที่เข้ามาเรียนหนังสือและมาใช้บริการด้านการรักษาพยาบาลได้รับประโยชน์มากขึ้น แต่แม้จะมีการผ่อนปรนเรื่องเวลาการปิดด่าน แต่เจ้าหน้าที่ศุลกากรยังมีการตรวจตรารถยน์เข้าออกอย่างเข้มงวด ทั้งการตรวจวัตถุระเบิดและสิ่งเสพติด เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล” นายศิริชัย กล่าว