
บริหารความไว้ใจของประชาชน
บริหารความไว้ใจของประชาชน : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น
บทสรุปของร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป ที่ “อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่นำโดย ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ตั้งใจยกร่างเนื้อหา โดยวาง 4 เจตนารมณ์เป็นกรอบหลัก คือ พลเมืองเป็นใหญ่-การเมืองใสสะอาดและสมดุล-หนุนสังคมที่เป็นธรรม-นำชาติสู่สันติสุข คือ การจบ! ชนิดที่เรียกว่า ศพไม่สวย
ด้วยเหตุผลที่ว่า สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 135 คน ที่โหวตไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเพราะถือประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง และอยู่เหนือประโยชน์ของประชาชน
ซึ่งคำกล่าวของ “ดร.บวรศักดิ์” หลังจากที่รู้มติของสปช.อย่างเป็นทางการ ถือเป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นภาพที่ชัด “ขอบคุณ นายทหาร 3 ท่านที่ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนนายทหาร...ท่านผู้อื่นก็ต้องฟังผู้ใหญ่ของท่าน เป็นธรรมดาและเป็นธรรมชาติ เพราะท่านต้องอยู่ในราชการต่อไป ดังนั้นเป็นที่เข้าใจได้และต้องเห็นใจ”
เมื่อพิจารณาเกียรติประวัติของ “สปช.” ที่โหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ สามารถแยกเป็น 2 สาย คือ สายที่อยู่ในวงงานราชการ และมีตำแหน่งหน้าที่ที่สามารถขยับเป็นใหญ่เป็นโตได้ และสายที่เป็นภาคการเมืองและอิงแอบกับกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง
ดังนั้น คำพูดของ “ดร.บวรศักดิ์” ที่แจ้งต่อสาธารณะจึงกลายเป็นบทสรุปที่ว่า “ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร”
ส่วนเสียง สปช. จำนวน 105 เสียง ที่ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ หากตัดส่วน สปช.ที่เป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 20 คนออกไป จะเหลือเนื้อแท้ของสปช. จำนวน 85 คนที่รับได้กับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ
หากสังเคราะห์จากรายชื่อส่วนใหญ่เป็นผู้มาจากสายงานปฏิรูป ทั้งนักธุรกิจ-นักวิชาการ-นักเคลื่อนไหวภาคประชาชน ดังนั้น พลันที่มติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญออกมา จึงทำให้พวกเขารู้สึกผิดหวังกับมติ และมีความรู้สึกว่า “ถูกหักหลัง”
อย่าง “หาญณรงค์ เยาวเลิศ อดีตสปช. ในฐานะเอ็นจีโอ-นักพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม” ที่ระบายความรู้สึกทันทีที่จบสิ้นการทำหน้าที่ สปช. ว่า เหมือนกับภาคประชาชนถูกหักหลังจากฝ่ายผู้มีอำนาจ หน้าฉากเหมือนเขาให้การสนับสนุน แต่ลับหลังกลับพบว่ามีการเล่นเกม
นอกจากนั้นยังมี อดีตสปช.สายเอ็นจีโอ ที่ฝากสื่อมวลชนให้จับตา กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะแต่งตั้ง จำนวน 21 คน ว่าจะมาทำงานอย่างไร และำบทบัญญัติที่เกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูป หรือสิทธิ-เสรีภาพประชาชนจะมีอยู่มากเหมือนเดิม หรือถูกลดทอนไป หลังจากที่บทบัญญัติบางเรื่อง เปิดช่องให้ประชาชนตรวจสอบอำนาจรัฐมากจนเกินไป
ถือเป็นงานหนักของ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และ คสช. ที่ต้องตัดสินใจให้ดี เพราะจากปรากฏการณ์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ทำให้ความเชื่อมั่น-และความไว้วางใจของประชาชน ต่อ “ตัวแทน คสช.” ที่จะเข้ามาทำงานเพื่อวางกติกาสูงสุดของประเทศ นั้นลดลง!! เพราะเขาปักใจเชื่อแล้วว่า ผู้มีอำนาจมักคิดถึงแต่ประโยชน์ของตนเอง อยู่เหนือประโยชน์ของประชาชนอยู่วันยังค่ำ



