ข่าว

วิกฤติกรีซเปลี่ยนวิธีคิดอาหารเหลือทิ้ง

วิกฤติกรีซเปลี่ยนวิธีคิดอาหารเหลือทิ้ง

08 ก.ย. 2558

วิกฤติกรีซเปลี่ยนวิธีคิดอาหารเหลือทิ้ง

              วิกฤติการเงินและเศรษฐกิจในกรีซอาจไม่ใช่ข่าวใหญ่พาดหัวทั่วโลกอีกแล้ว หลังจากบรรลุความตกลงเงื่อนไขเงินกู้พยุงสถานะประเทศงวดที่สามกับเจ้าหนี้ยุโรปและกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้เมื่อเดือนกรกฎาคม แต่คำถามที่ว่า วิกฤติครั้งนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด ยังคงไม่มีคำตอบ ขณะเงินกู้งวดที่สามกำลังจะมาพร้อมเงื่อนไขการตัดลดรายจ่าย เศรษฐกิจยังถดถอย คนว่างงานและหิวโหยมากขึ้น

              สภาพเช่นนี้ที่อยู่กับกรีซมานานหลายปีแล้ว เกิดเป็นความพยายามหาหนทางใหม่ๆ ในการช่วยเหลือคนยากไร้ ให้มีอาหารใส่ท้อง ขณะเดียวกันยังเป็นทางออกของปัญหาอาหารเหลือทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ กับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อการรับประทานอาหารไปโดยปริยาย

              อย่าง เซเนีย ปาปาสตาฟโร มีแนวคิดง่ายๆ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ด้วยการไปรับอาหารที่ขายไม่ออกจากร้านค้าและร้านอาหาร มาให้เพื่อนร่วมชาติผู้หิวโหย ที่นับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อวิกฤติการเงินฝังรากลึก ด้วยการก่อตั้งองค์กร Boroume (พวกเราทำได้) ทำหน้าที่จับคู่องค์กรการกุศลที่ต้องการกับอาหารที่ได้บริจาคมา ไม่ว่าจะเป็นผัก ขนมปัง หรือแม้แต่ทีโรปีตา หรือ ชีสพาย ที่เหลือจากขายตามร้านขนมปัง

              ปาปาสตาฟโร กล่าวที่สำนักงานของเธอ ที่ตั้งอยู่หลังตลาดกลาง ในกรุงเอเธนส์ ว่า เมื่อเดือนมิถุนายนได้รับเมลอน 3,000 กิโลกรัม เดือนสิงหาคม ได้นม 7,200 กล่อง ทุกวันนี้อาหารนานาชนิดจากองค์กร Boroume สามารถใช้เป็นอาหารให้แก่ผู้คนทั่วกรีซ ตั้งแต่เอเธนส์ ถึงเมืองเทสซาโลนิคิ เฉลี่ย 2,500 มื้อต่อวัน

              สตรีวัย 39 ผู้นี้ กล่าวว่า กรีซเป็นประเทศที่ทิ้งอาหารเหลือปริมาณมาก ตามร้านอาหารทั่วไป หากจานหนึ่งไม่มีอาหารกองสูงเป็นพีระมิดจะถือว่าอาหารที่กินกับเพื่อนสนิทมิตรสหายมื้อนั้นเป็นมื้อที่ล้มหลว ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครใส่ใจกับเรื่องนี้ โดยมากคิดกันว่า ฉันจ่ายเงินซื้อแล้ว จะทำอย่างไรกับอาหารก็ได้อย่างที่อยากทำ

              แต่ความยากลำบากแร้นแค้นหลายปีที่ผ่านมา เห็นได้จากตัวเลขทางการที่พบว่า ประชาชน 1 ใน 4 เสี่ยงอยู่ในภาวะยากจนเริ่มเปลี่ยนนิสัยและพฤติกรรมในประเทศ

              โทเนีย คาเทรินี สถาปนิกหญิงที่แบ่งเวลา 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มาเป็นอาสาสมัครให้แก่ “เซซูลา” ร้านสหกรณ์ของชำ ในย่านเอซาร์เชีย กลางเอเธนส์ กล่าวว่า ผู้คนในกรีซชอบคิดว่าของแพงคือของดี แต่เมื่อประเทศเข้าสู่ภาวะถดถอย 6 ปีมาตั้งแต่วิกฤติการเงินปี 2551 คนเริ่มคิดจริงจังว่า เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่

              สำหรับร้านของชำแห่งนี้ คาเทรินี กล่าวว่า ข้าว ถั่วเลนทิล และน้ำมันมะกอกในร้าน ราคาถูกกว่าในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป 10-15% การได้ราคานี้มาได้ วิธีการไม่ต่างจากร้านสหกรณ์อื่นๆ อีก 11 แห่งที่ผุดขึ้นในเอเธนส์หลายปีมานี้ นั่นก็คือ การตัดวงจรพ่อค้าคนกลางออกไปจากระบบและเจรจาโดยตรงกับผู้ผลิต

              แนวคิดลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับกรีซแล้ว เป็นการเติบโตต่อยอดมาจากขบวนการมันฝรั่ง ที่ถือกำเนิดเมื่อ 3 ปีก่อน เกษตรกรกลุ่มหนึ่งรวมตัวกันขายมันฝรั่งโดยตรงถึงมือลูกค้าจากกระบะหลังรถ แทนส่งขายให้ซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วได้กำไรน้อยนิด บางครั้งถึงกับขาดทุนก็มี

              ผลที่ได้คือ นอกจากคนปลูกมีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ผู้บริโภคโดยเฉพาะครอบครัวปากกัดตีนถีบยังได้ซื้อในราคาถูกลง

              จากมันฝรั่ง ก็ขยายไปยังพืชผลการเกษตรอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะกอก แป้ง ข้าว และน้ำผึ้ง

              คาเทรินี กล่าวว่า วิกฤติบังคับให้เราเลิกคิดถึงแต่ตัวเอง แล้วหันมามองว่าอะไรที่พวกเราสามารถช่วยเหลือกันและกันให้พ้นจากความยุ่งยากได้

              รัฐบาลจำต้องลดรายจ่ายมหาศาลเพื่อแลกกับเงินกู้ก้อนใหญ่จากเจ้าหนี้ต่างชาติมาตั้งแต่ปี 2553 ขณะที่ประชากร 1 ใน 4 ว่างงานและครอบครัวไม่สามารถรับมือได้ และเมื่อเงินบำนาญกำลังจะถูกตัดลดอันเป็นส่วนหนึ่งของแผนขอกู้เจ้าหนี้ต่างชาติก้อนที่สาม และครอบครัวจำนวนมากได้ใช้เงินออมที่มีเกือบหมดในช่วงเวลายากลำบากที่ผ่านมา สังคมจึงต้องยื่นมือช่วย สำหรับเธอ โครงการลักษณะนี้มีความสำคัญ ไม่เพียงช่วยคนที่ต้องการจริงๆ แต่ยังสะท้อนถึงการเริ่มต้นสร้างสังคมใหม่ สังคมที่เป็นประชาธิปไตยโดยตรง ไม่มีลำดับชั้น คนรับผิดชอบชีวิตตัวเอง

              คาเทรินี กล่าวด้วยว่า ขณะที่กรีซเริ่มดำเนินการตามเงื่อนไขแผนกู้เงินงวดที่สาม สังเกตว่ามีคนมาต่อแถวรับอาหารยาวกว่าเดิม จำนวนมากเป็นผู้สูงวัย แต่ก็พบเห็นผู้เป็นแม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

              6 ปีก่อน มีคนเพียง 80 คนเท่านั้นที่มาต่อแถวรอรับซุปที่ครัวในย่านโซกราโฟ ในกรุงเอเธนส์ เป็นประจำ แต่วันนี้มีมากถึง 500 คน

              หมายเหตุ : กรีซกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 20 กันยายน ผลหยั่งเสียงล่าสุดพบว่า พรรคแนวซ้าย ซิรีซา ของรักษาการนายกรัฐมนตรีอเล็กซีส ซีพราส กับคู่แข่งพรรคแนวอนุรักษนิยม “ประชาธิปไตยใหม่” คะแนนนิยมสูสีชนิดหายใจรดต้นคอ ยากที่พรรคใดพรรคหนึ่งจะได้เสียงข้างมากเด็ดขาด