ข่าว

คว่ำรธน.คสช.พลาด'รสนา'ชี้ขัดแย้ง

คว่ำรธน.คสช.พลาด'รสนา'ชี้ขัดแย้ง

07 ก.ย. 2558

'รสนา' ชี้ คสช.พลาด 'คว่ำร่างรธน.' วิเคราะห์ 135 สปช.คิดต่างขั้ว เชื่อกระบวนการร่างรธน.ใหม่ 'ขัดแย้ง' แนะจับตาลดสิทธิ์ ปชช.

 
                      7 ก.ย. 58  น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า ตนขอให้จับตาการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ภายใต้กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 21 คน ที่มาจากการแต่งตั้งของคณะรักษาความแห่งชาติ (คสช.) ว่า จะเป็นไปอย่างราบรื่นหรือไม่ เพราะจากการประเมินของตนเอง เสียงอดีต สปช.ที่ลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 135 คน ที่ผ่านมา พบว่า เป็นกลุ่ม สปช.ที่อยู่ต่างขั้วกัน แต่กลับมีความเห็นไปในทิศทางเดียว หรือเรียกว่ามีเป้าหมายเดียวกัน อาทิ กลุ่มที่ต้องการให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และต้องการให้ ส.ว.มาจากการสรรหาทั้งหมด กลับลงมติไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ หรือกลุ่มที่ไม่ต้องการให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ แต่ประเด็นดังกล่าวกลับเป็นที่ต้องการ นอกจากนั้นแล้ว ในกลุ่มที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ จากการสังเคราะห์ของสื่อมวลชนที่แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. กลุ่มที่ต้องการให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความเป็นประชาธิปไตย 2. ต้องการยืดเวลาให้ คสช.อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป และส่งผลให้การเลือกตั้ง ส.ส.ยืดเวลาออกไป และ 3. กลุ่มที่มีผลประโยชน์แลกเปลี่ยน ซึ่งเกิดจากการต่อรองในเรื่องต่างๆ ดังนั้น ถือเป็นจุดที่ต้องจับตามองอย่างยิ่งว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น อาจเกิดความขัดแย้ง เพราะความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน
 
                      "การลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นจุดพลาดครั้งใหญ่ของผู้มีอำนาจ เพราะหากคิดว่าการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจะต่ออายุให้รัฐบาลได้ หรือต้องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย หรือตามความต้องการของตนเอง โดยไม่มี สปช.มาขัดขวางเหมือนรอบที่ผ่านมา แต่การกระทำในวันนี้ จะส่งผลเป็นปฏิกิริยาตอบกลับในอนาคต เมื่อการลงมติรอบนี้เพื่อผลประโยชน์ หรือคงอำนาจของตนเอง คิดหรือว่าในขั้นตอนของการทำประชามติจะไม่มีความขัดแย้ง หากช่วงทำประชามติเป็นช่วงขาลงของรัฐบาล กระแสด้านลบอาจจะเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ อีกทั้งกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ต่อจากนี้ไป จะไม่มีกระบวนการเตรียมความรู้ ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ เหมือนที่ สปช.เคยทำมา อาจทำให้เป็นจุดที่อันตราย"
 
                      น.ส.รสนา กล่าวด้วยว่า สำหรับกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ขอให้จับตาว่ากลไกที่สร้างกระบวนการทำงานของประชาชนให้มีส่วนร่วม เช่น บทบัญญัติให้มีองค์กรอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ที่เดิมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอให้ตัดออก จะยังคงอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต้องสร้างความสมดุลทางอำนาจ ไม่ใช่คำนึงถึงแต่อำนาจสูงสุด ในความหมายของคำว่าประชาธิปไตย หรือความมั่นคงเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงสมดุลของพลังประชาชนด้วย ทั้งนี้ตนมีสิ่งที่กังวลว่า หากไม่มีส่วนของภาคประชาชนที่ร่วมตรวจสอบอำนาจรัฐแล้ว จะทำให้เกิดการคอร์รัปชั่นและทุจริตอย่างมากขึ้นได้