
คว่ำรธน.'สิระ'คืน1.7ล.-บริจาคการกุศล
07 ก.ย. 2558
'สิระ' คืนเงิน 1.7 ล้าน บริจาคการกุศล ไม่พิจารณา 'วัดอ้อน้อย - กปปส.' เรียกร้อง สปช.แสดงความรับผิดชอบ หลังคว่ำร่างรธน. ระบุ เสนอมารับหมดทุกตำแหน่ง
7 ก.ย. 58 เมื่อเวลา 12.40 น. นายสิระ เจนจาคะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้นำเงินสดจำนวน 1.7 ล้านบาท โชว์ต่อหน้าสื่อมวลชน พร้อมกล่าวว่า วันนี้เอาเงินมาคืนกับเลขารัฐสภา แต่ทางเลขาได้ระบุว่า ไม่มีระเบียบเอาเงินคืนจากอดีต สปช. ดังนั้น จึงขอคืนเงินในรูปแบบของการบริจาคให้กับมูลนิธิสาธารณะเพื่อการกุศล วัด หรือผู้ประสบปัญหาต่างๆ ที่อยากเอาเงินส่วนนี้ไปพัฒนาหรือช่วยเหลือสังคม ให้แจ้งยื่นความจำนงไปที่ บริษัท บ้านทรงไทยแจ้งวัฒนะ จำกัด ซึ่งอยู่ตรงข้ามศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ แล้วตนจะพิจารณาต่อไปว่าให้มูลนิธิอะไรอย่างเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ตนขอตัดสิทธิ์ไม่พิจารณาวัดอ้อน้อยของพระพุทธะอิสระ เพราะมีความรู้สึกว่าเล่นละครตบตา หรือมูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับการเมือง อย่างมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เป็นต้น
นายสิระ กล่าวอีกว่า ตนสมัครอาสาเป็น สปช. เข้ามาเพื่อผลักดันร่างรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปประเทศ ซึ่งในวันนี้เราได้ทำหน้าที่กันอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ไม่สำเร็จ จึงได้พิจารณาว่าควรรับผิดชอบอย่างไรกับเงินเดือนที่ได้จากการดำรงตำแหน่งนี้ และอยากให้ สปช.นำเงินเดือนของตัวเอง ทำแบบตนก็ได้ จะเอาไปทำบุญหรือบริจาคก็ว่ากันไป อย่านำไปใช้เลย ส่วน สปช.บางท่านที่ใช้เงินซื้อรถไปแล้ว ก็เป็นเรื่องของแต่ละท่านจะพิจารณาหาทางรับผิดชอบต่อไป วันนี้จะไม่ขอพูดเรื่องการเมือง แต่ในอนาคตใครจะได้รับตำแหน่งอะไรเป็นเรื่องของแต่ละท่าน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หากได้รับการเสนอให้รับตำแหน่งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ นายสิระ กล่าวว่า หากมีการเสนอให้รับตำแหน่งรัฐมนตรี ก็รับ ไม่จำเป็นต้องสภาขับเคลื่อนฯ เสมอไป ขอรับหมดทุกตำแหน่ง
'จเร' ระบุ คืนเงินได้ ในรูปแบบการบริจาคให้สำนักเลขาฯ เป็นรายได้ของแผ่นดิน
นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการคืนเงินเดือนจากการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 1.7 ล้านบาทของ นายสิระ อดีตสมาชิก สปช. ว่า โดยระเบียบแล้วไม่ได้ระบุถึงการคืนเงินประจำตำแหน่งและเงินประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ซึ่งก่อนหน้านี้ นายสิระได้เข้าพบตนก่อนที่จะมีการแถลงข่าว โดยได้ถามตนว่า การคืนเงินนั้นจะทำได้หรือไม่ ซึ่งตนได้บอกไปว่า การคืนเงินนั้นสามารถทำได้ในลักษณะของการบริจาค หากให้สำนักงานเลขาฯ ก็จะถือว่าเป็นรายได้ของแผ่นดิน จากนั้นก็จะส่งคืนกระทรวงการคลัง ดังนั้นการแถลงข่าวของนายสิระในวันนี้ เป็นการเข้าใจระเบียบที่ไม่ตรงกัน จึงทำให้เกิดปัญหาในการตีความเล็กน้อย ซึ่งนายสิระคงตีความว่า หากคืนไม่ได้ก็จะไปบริจาคให้มูลนิธิ โดยตนได้พยายามอธิบาย แต่นายสิระ บอกว่า หากเป็นเช่นนั้นก็จะนำเงินไปบริจาคมูลนิธิดีกว่า
เมื่อถามว่า สปช.มีสิทธิ์ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์หรือไม่ นายเจร กล่าวว่า ระเบียบในเรื่องนี้อยู่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี กับคณะกรรมการฝ่ายบริหาร ที่จะเป็นฝ่ายพิจารณาว่าจะให้หรือไม่ แต่ทางสำนักงานเลขาฯ ได้ทำเรื่องเสนอไปตามปกติ ตามขั้นตอนแล้ว ทั้งนี้สมาชิก สปช.จะไม่มีสิทธิ์เข้าเป็นสมาชิกกองทุน ผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จะมีเฉพาะอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เท่านั้น ที่ได้รับสิทธิ์นี้
เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้สรุปตัวเลขการใช้งบประมาณของ สปช.ทั้งหมด ในการทำงานช่วงดำรงตำแหน่ง นายจเร กล่าวว่า ยังบอกตัวเลขโดยสรุปทั้งหมดไม่ได้ ส่วนงบประมาณที่จะเตรียมให้กับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศนั้น ก็ต้องดูกฎหมายงบประมาณ แต่เบื้องต้นได้ตั้งไปตามปกติ ซึ่งเดิมทีจำนวนผู้ดำรงตำแหน่ง สปช.มี 250 คน แต่ในส่วนของสภาขับเคลื่อนฯ จะเหลือ 200 คน ทั้งนี้หลักเกณฑ์ต่างๆ ก็จะใช้เหมือนกัน ส่วนระเบียบใหม่ในเรื่องของสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ช่วยหรือที่ปรึกษา ก็ต้องดูกันอีกทีว่าจะมีการกำหนดใหม่อย่างไร อาทิ จำนวนผู้ช่วย และที่ปรึกษา จะมีได้กี่คน เป็นต้น



