ข่าว

เจ้าของร้านยันเอาผิด‘พ.ต.ท.เบ่งกินฟรี’ไม่มียอมความ

เจ้าของร้านยันเอาผิด‘พ.ต.ท.เบ่งกินฟรี’ไม่มียอมความ

07 ก.ย. 2558

เจ้าของร้านตัวจริงระบุ ตร.ผู้ก่อเหตุรู้จักน้องชายของตนจริง แต่ไม่ใช่เรื่องเข้าใจผิด วงจรปิดจับภาพข่มขู่และทำร้ายประชาชนชัดเจน ยืนยันต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

 
 
          วันที่ 7 กันยายน 2558 ความคืบหน้า กรณี พ.ต.ท.ปราการ กอปรสิริพัฒน์ หรือ “สารวัตรต้น สารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรคง จ.นครราชสีมา พร้อมเพื่อนอีก 2 คนมีพฤติกรรมเสื่อมเสีย ต่อวงการข้าราชการตำรวจ ในลักษณะไปกล่าวอ้างอวดเบ่งกินอาหารฟรี และร่วมกันทำร้ายร่างกายพนักงานในร้านอาหารจนได้รับบาดเจ็บสาหัสดั้งจมูกหัก โดยเหตุเกิดภายในร้านอาหาร ส.สุนทร ถนนช้างเผือก ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา เมื่อคืนวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา และมีทีท่าว่าจะเป็นข่าวเข้าใจผิดกัน เนื่องจากมีผู้โพสต์ลงในเฟชบุ๊ก ใช้ชื่อว่า “วรชิต แพงไพรี” โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของร้าน ส.สุนทร ซึ่งเป็นผู้ที่อนุญาตให้ตำรวจนายนี้เข้ามาทานอาหารฟรี เพราะรู้จักคุ้นเคยกันดี แต่ไม่ได้บอกให้พนักงานในร้านทราบก่อน จึงเป็นการเข้าใจผิดกันเท่านั้น”
 
          ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อสอบถามนายสุนทร แพงไพรี เจ้าของร้าน ส.สุนทร ซึ่งได้ยืนยันว่า ผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว คือน้องชายของตนเอง ซึ่งไม่ได้เป็นเจ้าของร้านที่แท้จริง แต่อาจจะรู้จักกับสารวัตรต้นมาก่อน โดยตนยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีการเข้าใจผิดกันแน่นอน เพราะภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกให้เห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ที่พ.ต.ท.ปราการ เข้ามาทำร้ายร่างกายพนักงานในร้าน 
 
          ทั้งนี้ตนได้โทรศัพท์ไปคุยกับนายวรชิต น้องชายแล้ว ซึ่งน้องชายก็ยอมรับว่ารู้จักกับสารวัตรต้นจริง โดยครั้งแรกได้โพสต์ลงในเฟชบุ๊กส่วนตัว เพราะเห็นว่าเป็นคนรู้จักกันจึงอยากจะช่วย แต่เมื่อเห็นภาพคลิปวิดีโอแล้วก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วผู้หญิงที่ไปกับสารวัตรต้น ก็ได้นำโพสต์ดังกล่าวมาแชร์ต่อ ซึ่งการทำร้ายร่างกายพนักงานแคชเชียร์ของร้าน จนดั้งจมูกหัก ต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกว่า 45 วันนี้ ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ตนจะไม่ยอมความแน่นอน จะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด โดยขณะนี้ได้ให้ทนายความของร้าน ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เรียบร้อยแล้ว
 
          ด้าน พล.ต.ต.ฐากูร นัทธีศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า คดีนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของร้าน พนักงานร้าน ผู้ที่ก่อเหตุ และพยานแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าของร้านจะแจ้งความอย่างไร ก็เป็นสิทธิ์ของเจ้าของร้าน ซึ่งตนยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน