ข่าว

ปมเหตุร่างรธน.ไม่ผ่านสปช.

ปมเหตุร่างรธน.ไม่ผ่านสปช.

07 ก.ย. 2558

ปมเหตุร่างรธน.ไม่ผ่านสปช. : มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ โดยสำนักข่าวเนชั่น

          ถูกคว่ำไปเรียบร้อยสำหรับร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เสียงข้างมากลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

           ขั้นตอนต่อไป ภายใน 30 วัน ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้ง “คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ขึ้นมาใหม่จำนวนไม่เกิน 21 คน เพื่อทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายใน 180 วันนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง จากนั้นจัดให้มีการทำประชามติ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย แต่ถ้าหากไม่ผ่านประชามติก็จะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวน 21 คน อีกครั้ง และจัดทำประชามติ แต่อาจเกิดกรณีที่ทำประชามติรอบสองแล้วร่างรัฐธรรมนูญก็ยังไม่ผ่านอีก ก็อาจต้องทำประชามติรอบต่อๆ ไป หรือนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาประกาศใช้

           ผลของการที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ทำให้โรดแม็พเลือกตั้งต้องยืดออกไป นั่นก็หมายความว่า “รัฐบาล คสช.” อยู่ได้นานมากขึ้น เพราะตาม “ไทม์ไลน์” เดิม หาก สปช.ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญและผ่านความเห็นชอบจากประชาชนในการทำประชามติ ก็จะเลือกตั้งกันได้ประมาณกันยายน 2559 แต่เมื่อขณะนี้ สปช.ไม่ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเสียแล้ว ก็ต้องเสียเวลาในการยกร่างรัฐธรรมนูญกันใหม่ แล้วนำไปทำประชามติถามประชาชน หากผ่านประชามติก็จะเลือกตั้งกันได้ประมาณมีนาคม 2560

           ส่วนผลจากการที่ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน สปช.ก็คงมาจากหลายสาเหตุรวมๆ กัน ดังนี้

           -สปช.บางส่วน อาจมองไปที่สถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ ที่กำลังมีปัญหาเศรษฐกิจ จึงต้องการให้ทอดเวลาออกไปเพื่อให้รัฐบาลมีเวลาในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ดีขึ้น รวมทั้งเรื่องของการลดความขัดแย้งในสังคม และแก้ไขปัญหาต่างๆของประชาชน ในระยะเวลาประมาณ 6-7 เดือนที่ยืดออกไป และเมื่อทุกอย่างดีขึ้นแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญก็เสร็จพอดี ซึ่งนำไปสู่ขั้นตอนการทำประชามติต่อไป

           -สปช.บางส่วน ดูที่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ และเห็นว่า หากปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน นอกจากจะไม่ช่วยแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นแล้ว กลับจะยิ่งส่งผลให้เกิดปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน เช่น อำนาจของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ในการใช้มาตรการต่างๆ เพื่อจัดการสถานการณ์ความขัดแย้งหรือสถานการณ์ที่วิกฤติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีหรือกลไกที่มีอยู่ปกติ ไม่สามารถดำเนินการจัดการได้, นายกรัฐมนตรีคนนอก ซึ่งมีการต้านจาก สปช. และพรรคการเมือง อย่างมาก รวมทั้งประเด็นที่มาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

           -สปช.บางส่วน มองว่า หากปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน สปช. แล้วไปทำประชามติ ก็คงไม่ผ่าน ซึ่งจะทำให้สูญเสียงบประมาณแผ่นดินจำนวนมากถึง 3,000 ล้านบาท ในการทำประชามติ และการปล่อยให้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีหลายภาคส่วนยังเห็นขัดแย้งกันอยู่ ไปสู่การทำประชามติ ยิ่งทำให้ปัญหาความขัดแย้งขยายในวงกว้างยิ่งขึ้นไปอีก ยากแก่การควบคุม

           แต่ที่เป็นตัวชี้ขาดในการทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน สปช.ในครั้งนี้ ก็คือ สปช.สายทหาร-ตำรวจ จำนวน 31 คน ที่โหวต “ไม่รับ” ร่างรัฐธรรมนูญ จากทั้งหมดที่มี 36 คน (ทหาร 30 คน ตำรวจ 6 คน) ท่ามกลางข่าวลือว่ามี “ใบสั่ง” จาก คสช. ที่ต้องการให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพราะมองว่า หากร่างรัฐธรรมนูญนี้ผ่าน สปช.ไปสู่การทำประชามติ จะทำให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองขยายเป็นวงกว้าง อีกทั้งหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านในขั้นทำประชามติจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของ “รัฐบาล คสช.” มากกว่า

           และอีกสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้น ก็คือ การตั้ง “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” จำนวนไม่เกิน 200 คน ซึ่งนายกฯ ต้องแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ สปช.สิ้่นสุดลง ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของรัฐบาล ที่ต้องทำให้การปฏิรูปเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จากการที่รัฐบาลได้รับการต่ออายุในครั้งนี้