
บวรศักดิ์เผยมีสัญญาณคว่ำร่างรธน.
บวรศักดิ์เผยมีสัญญาณคว่ำร่างรธน. ยันจะไม่รับร่างรธน.ฉบับใดๆอีกต่อไป ภาคประชาชนผิดหวังชี้เหมือนถูกหลอก
6ก.ย.58 นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยอดีต มธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้แก่ นายคำนูณ สิทธิสมาน , นางถวิลวดี บุรีกุล, น.ส.สุภัทรา นาคะผิว, นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล แถลงข่าวขอบคุณสื่อมวลชนและอดีตสมาชิกสปช. ที่ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ตนขอขอบคุณอดีตสมาชิกสปช. ที่ลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 105 คนและขอบคุณเป็นเฉพาะกับ 3 นายทหารใหญ่ ได้แก่ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, พล.อ.นคร สุขประเสริฐ และ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ที่ลงมติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นการทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายด้วยความตั้งใจ จริงใจ ด้วยการนำปัญหาของบ้านเมืองเป็นตัวตั้ง ไม่ได้นำปัญหาของตนเองเป็นหลัก พร้อมกับนำประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นตัวตั้ง ตามที่ได้ปฏิญาณต่อพระแก้วมรกต และ ต่อพระสยามเทวาธิราช ถือว่าได้ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์และเป็นความภูมิใจ
“หลังจากนี้พวกผมจะไปทำหน้าที่ประชาชนคนไทยธรรมดา และอาจเจอในสถานที่ต่างๆ แต่ไม่ใช่ในฐานะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผมยืนยันว่าจะไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญอีกต่อไป ทั้งนี้ผมเสียดายสิ่งที่เขียนไว้ให้ประชาชนให้พลเมืองเป็นใหญ่ ให้ความสำคัญกับชุมชน ผู้หญิง คนยากไร้ ผู้ด้อยโอกาสที่จะหมดไป ผมเสียดายเรื่องการปฏิรูปที่ดีๆ ที่จะบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญและอยู่ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวถึงประชาชนโดยตรง แต่น่าเห็นใจเพราะประชาชนเป็นคนไม่มีเสียง เพราะเสียงที่อยู่ในสื่อมวลชนไทยนั้นเป็นเสียงที่ดังของนักการเมืองทั้งสิ้น ผมก็เสียดาย แต่ก็เข้าใจว่าพวกเราฐานะประชาชนต้องพยายามดูว่าเขาร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะคิดถึงประชาชนมากน้อยหรือไม่ ประชาชนจะเป็นใหญ่หรือให้ความสำคัญหรือไม่ และการปฏิรูปจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ต้องจับตามอง”นายบวรศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามองอย่างไรกรณีที่สปช.สายทหาร ยกเว้นนายพล 3 คนนั้น ที่ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า “ท่านผู้อื่นก็ต้องฟังผู้ใหญ่ของท่าน เป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติเราเข้าใจกัน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คนหนึ่ง ที่เป็น พล.อ. หมาดๆ ยังงดออกเสียงเลย ซึ่งท่านต้องอยู่ในราชการต่อไป ก็ต้องเป็นอย่างนั้น เป็นที่เข้าใจได้และต้องเห็นใจท่านด้วย” เมื่อถามย้ำว่าที่ว่าต้องฟังผู้ใหญ่นั้น มีการกำกับมาใช่หรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า “พวกคุณพูดเอง ผมไม่ได้พูด”
เมื่อถามว่า ได้ประเมินถึงเหตุผลที่สปช.ลงมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญเพราะเกิดจากการล็อบบี้อย่างหนักหรือไม่ นายบวรศักดิ์ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพราะเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนการแถลงข่าว นายบวรศักดิ์ ได้นำพระเครื่องรุ่นหลวงปู่ดี ธรรธีโร วัดเทพากร บางพลัด กทม. 18 ก.ย. 2553 แจกกับสื่อมวลชนและกล่าวทีเล่นทีจริงว่า เป็นรุ่นไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ
ด้านนายคำนูณ กล่าวขอบคุณสื่อมวลชน และระบุว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาอยู่ในสภาพที่กดดัน แม้อยากเปิดเผยหรือแถลงต่อสื่อมวลชน แต่ในบางกรณีภายใต้สภาพบ้านเมืองแบบนี้ยากที่จะทำได้ ส่วนอดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นกรรมการร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะไม่ใช่ผู้แต่งตั้งและไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของอดีตกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ
ส่วน น.ส.สุภัทรา กล่าวว่าตนเสียดายประเด็นที่ดีที่ร่างรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ และไม่สามารถเปิดมหาวิทยาลัยสำหรับประชาชนในเรื่องรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ประชาชนควรมีโอกาสเรียนรู้และตัดสินใจ อย่างไรก็ตามตนเคารพความเห็นของสปช. ที่ได้ออกเสียง ทั้งนี้ตนคาดหวังว่าร่างรัฐธรมนูญที่จะทำใหม่ จะดีกว่าเดิม
ทางด้านนางถวิลวดี กล่าวว่าตนขอฝากสื่อมวลชนติดตามประเด็นใหม่ๆ ของร่างรัฐธรรมนูญ เช่น เพศสภาพ, สัดส่วนหญิง-ชาย และสิทธิของประชาชนที่เพิ่มเติมในส่วนผู้ด้อยโอกาส จะนำมาเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จะทำขึ้นใหม่หรือไม่
สุริยะใสมองวาระปฏิรูปกลับไปอยู่บนบ่าคสช.เต็มที่
นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงมติ สปช. คว่ำร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ว่า ถูกชี้ขาดด้วย สปช. สายทหาร-ตำรวจกว่า 30 คน ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่า คสช.ไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะด้วยเหตุผลประการใดเป็นสาเหตุสำคัญก็ตาม แต่จากนี้ไปจะทำให้วาระปฏิรูปประเทศไปอยู่บนบ่า คสช.เต็มๆ ต่อไป
ภาคประชาชนผิดหวังชี้เหมือนถูกหลอก
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งเป็นกลุ่มนักเคลื่อนไหวภาคประชาชน กล่าวว่า เหมือนกับภาคประชาชนถูกหักหลังจากฝ่ายผู้มีอำนาจ เพราะดูหน้าฉากทางนัั้นให้การสนับสนุน แต่ลับหลังกลับพบว่า ทางนั้นเดินเกมไม่ให้ผ่านความเห็นชอบของสปช. ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วยว่า หากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งกรรมการร่างรัฐธรมนูญ อีก 21 คน ประชาชนจะเชื่อมั่นในการทำหน้าที่ได้อย่างเดิมหรือไม่ อีกทั้งการทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังไม่มีสิ่งใดเป็นหลักประกันที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบเหมือนกับที่ให้สปช. เป็นผู้ให้ความเห็นข้อเสนอแนะและพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญในท้ายที่สุด



