ข่าว

ไหม้รถปิกอัพ‘ลุงวัย67’ดับปริศนา

ไหม้รถปิกอัพ‘ลุงวัย67’ดับปริศนา

06 ก.ย. 2558

เกิดเหตุเพลิงไหม้รถปิกอัพ "ลุงวัย 67 ปี" เสียชีวิตปริศนา

 
          วันที่ 6 กันยายน 2558 เมื่อเวลา 01.30 น.  ร.ต.ท ชาญชัย แสงพยับ พนักงานสอบสวน.สภ.บางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติหน้าที่ในอำเภอบางไทร ว่ามีรถปิกอัพ ถูกไฟไหม้อยู่กลางลานวัดสนามไชย หมู่6 ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร จึงเดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ
 
          เมื่อไปถึงพบรถดับเพลิงของเทศบาลตำบลบ้านเลน และ อบต.สนามไชยและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยอยุธยารวมใจเข้าทำการดับไฟ จนควบคุมเพลิงไว้ได้ กลางลานวัดห่างจากโบสถ์ประมาณ 50 เมตร พบรถปิกอัพดัดแปลงเป็นรถสองแถวเล้ก ยี่ห้อมาสด้า สภาพเก่า สีเทา ทะเบียน นข1430 พระนครศรีอยุธยา ถูกไฟเผาด้านท้าย หลังคาผ้าใบ ภายในห้องโดยสารไหม้เกรียม ตรวจสอบภายในรถบริเวณที่นั่งคนขับพบศพชาย ถูกไฟเผาไหม้เกรียมเหลือแต่หัวกระโหลก ในที่เกิดเหตุตำรวจไม่พบหลักฐานอื่นใด และพบว่าต้นเพลิงได้ลุกลามจากเบาะภายในห้องผู้โดยสารของรถยนต์แล้วลุกลามติดหลังคากะบะยางทั้ง 4เส้น ถูกไฟไหม้รวมไปด้วย
 
          จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า รถคันดังกล่าวเป็นของ นายทองชุบ สีนวล อายุ 67 ปี มีบ้านพักอยู่บ้านเลขที่30/3 หมู่ 3 ตำบลสนามไชย อำเภอบางไทร ซึ่งอยู่ติดกับวัด อาศัยอยู่กับนางจำเนียร สีนวล ภรรยาวัย 65 ปี ที่เปิดเป็นร้านขายของชำห่างจากจุดที่เกิดเหตุไปประมาณ 1 กิโลเมตร ต่อมานางจำเนียร มาดูรถจำได้ว่าเป็นรถของสามี และผู้เสียชีวิตในรถต้องเป็นสามีซึ่งยังไม่กลับบ้าน 
 
          นางจำเนียร ภรรยานายทองชุบ เปิดเผยว่า อาศัยอยู่กับสามีผู้ตายสองคนตนเองขายของชำอยู่กับบ้าน ส่วนสามีจะขับรถสองแถวรับเหมาภายในหมู่บ้านทั่วไป ไม่มีทรัพย์สินติดตัวแต่อย่างไร ก่อนหน้านี้คุณลุงป่วยเป็นโรคความดัน ต้องไปนอนรักษาตัวที่ รพ.บางไทร นานกว่า 9 วัน เพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้ 2 วัน และเมื่อช่วงหัวค่ำเวลาประมาณ 2 ทุ่ม สามียังอยู่ในบ้าน ไม่ทราบว่าขับรถออกมาตอนไหน ตามปกติสามีจะไม่ออกขับรถในเวลากลางคืน เนื่องจากสายตาไม่ดี แต่ไม่ทราบว่าทำไมลุงขับรถออกมา และมาถูกเผาอย่างไม่มีสาเหตุ ทำให้ทุกคนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาสามีไม่เคยบ่นและมีปัญหาแต่อย่างไร
 
          นายกิตติศักดิ์ สีนวล อายุ 34 ปี ลูกชายเดินทางมาดูศพ ยืนยันกับตำรวจว่าพ่อไม่เคยมีเรื่องกับใครขับรถสองแถวหารับเหมาตามหมู่บ้านส่วนใหญ่เป็นพระสงฆ์ในวัดจะเหมาไปตามงานต่างๆ ตำรวจได้สอบสวนพยานแวดล้อมหลายปากในที่เกิดเหตุทราบว่ามีคนได้ยินเสียงคล้ายเสียงระเบิดหรือปืน ในช่วงเวลาใกล้เคียงเกิดเหตุ และทราบว่าผู้ประสบเหตุครั้งแรกเป็นเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการดูแลรักษาความสงบในพื้นที่อำเภอบางไทร กลับจากตั้งด่านความมั่นคงจากฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ ขับรถผ่านหน้าวัดเห็นแสงเพลิงลุกไหม้ออกมาทางท้าย
 
          อย่างไรก็ตาม พงส.สภ.บางไทร สั่งให้กั้นที่เกิดเหตุให้อยู่ในสภาพเดิม และให้ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานเข้ามาหารายละเอียดเก็บหลักฐานอีกครั้ง ซึ่งยังไม่สามารถสรุปการการตายปริศนาได้ โดยตั้งสาเหตุไว้ 2 ประเด็นถูกลวงมาฆ่าเผาอำพราง หรือผู้ตายเกิดอาการเครียดที่ป่วยเป็นโรคต้องเข้าออกโรงพยาบาลแล้วขับรถมาเผาตัวเองฆ่าตัวตายจนเสียชีวิต หรือเกิดจากระบบภายในรถยนต์ เนื่องจากรถเก่ามาก ซึ่งอยู่ระหว่างสอบสวนเก็บหลักฐานต่อไป