
ตร.คาด2มือบึ้มเผ่นออกนอกปท.ยูซูฟูรับประกอบระเบิด
06 ก.ย. 2558
ตร.คาด 2 มือบึ้มเผ่นออกนอกประเทศ พบเงินสนับสนุนจากตุรกี ยูซูฟูรับประกอบระเบิดก่อนส่งให้มือบึ้มเสื้อเหลืองไปวาง
วันที่ 6 กันยายน 2558 ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล (บช.น.) มีรายงานข่าวแจ้งว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน ได้สั่งการให้ทางคณะพนักงานสอบสวน บช.น. สอบปากคำ นายอาเดม คาราดัค หรือนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด อายุ 29 ปี สัญชาติตุรกี หลังได้รับมอบตัวจากคณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมเจ้าหน้าที่กองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน.ร.มทบ.11) โดยผลัดกันสอบปากคำจากพนักงานสอบสวนทั้งหมด 3 ชุด ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง เบื้องต้นนายอาเดม ให้การเป็นประโยชน์ แต่ยังคงให้การภาคเสธ เนื่องจากการสอบปากคำให้การยืนยันว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการก่อเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทรเกี่ยวกับการก่อเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น แต่ยืนยันว่าอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดนั้น อยู่ในที่พักของตนเองที่พบถูกจับกุมได้ที่ห้องพักภายในพูลอนันต์อพาร์ตเม้นต์ เลขที่ 134/5 ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม.
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ส่วนกรณีการสเก๊ตซ์ภาพเตรียมออกหมายจับชายต้องสงสัยไม่ทราบชื่อและสัญชาติเพิ่มเติมอีก 1 รายนั้น เบื้องต้นทางนายอาเดมได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพียงรูปร่างหน้าตา แต่ไม่รู้จักและทราบชื่อว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร แต่ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ทำการสเก็ตซ์ภาพชายต้องสงสัยไม่ทราบสัญชาติไว้ 2 ราย อย่างไรก็ตาม ทางคณะพนักงานสอบสวน บช.น. ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับตามภาพสเก็ตซ์เพียง 1 รายเท่านั้น แต่ยังคงต้องรอการสอบปากคำเพิ่มเติมยืนยันจากนายไมไรลี ยูซูฟู เชื้อชาติจีน สัญชาติจีน อายุ 26 ปี คาดว่าอาจจะรู้จักกับชายคนดังกล่าวด้วย และอาจเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการด้วย ทั้งนี้ ทางคณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะประสานทางพนักงานสอบสวนบช.น. เพื่อส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนในวันที่ 7 ก.ย. ที่บช.น. ต่อไป
สำหรับการเตรียมออกหมายจับชายไม่ทราบชื่อ ไม่ทราบสัญชาติ ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย โดยเป็นการออกหมายจับตามภาพสเก๊ตซ์จากคำให้การของนายอาเดม คาราดัค ให้การว่าชายดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นผู้นำอุปกรณ์ประกอบระเบิดดังกล่าวมาไว้ภายในที่พักของตนเอง โดยให้การว่ารู้จักบางคนไม่รู้จักบางคนตามหมายจับที่ออกไปก่อนหน้านี้ 9 ราย แต่ยืนยันว่า ไม่รู้จักชายเสื้อเหลืองที่ถูกออกหมายจับตามภาพสเก็ตซ์แต่อย่างใด ซึ่งถือว่าชายคนดังกล่าวเป็นหมายจับลำดับที่ 10 ของขบวนการวางระเบิดศาลท้าวมหาพรมและสะพานสาทร จากแนวทางการสืบสวนทราบว่าชายตามภาพสเก๊ตซ์คนดังกล่าวพักอาศัยอยู่ห้องเดียวกับนายอาเดม ที่ห้อง 412 พูลอนันต์อพาร์ทเม้น และหลบหนีไป วันเดียวกับที่ทหารได้เข้าจับกุมนายอาเดม เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามสอบปากคำต่อไป
มีรายงานด้วยว่า สำหรับนายอาเดม ได้หลบหนีมาจากมณฑลซินเจียง ประเทศจีน เดินทางเข้ามาในประเทศไทยจากประเทศลาวผ่าน ตม.ภาคเหนือ โดยมีการประทับตราพาสปอร์ตผ่าน ตม. เข้าประเทศไทยมาอย่างถูกต้อง ส่วนการติดตามจับกุมชายเสื้อเหลืองและเสื้อฟ้า คนร้ายวางระเบิดสะพานสาทร คาดว่าถูกช่วยเหลือจากนายกามารุเด็ง สาเหาะ อายุ 38 ปี ชาว.นราธิวาส ที่ถูกทหารควบคุมตัวได้เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ช่วยเหลือมือระเบิดทั้งสองออกจากประเทศไทยไปกบดานที่ประเทศมาเลเซีย ภายหลังเกิดเหตุระเบิดทั้งสองแห่ง
นอกจากนี้ มีรายข่าวแจ้งอีกว่า จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของขบวนการนี้ทราบว่า ต้นทางการเงินถูกโอนมาจากประเทศตุรกี อย่างไรก็ตามจะโอนมาจากบุคคลใดนั้น อยู่ระหว่างตรวจสอบ และยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ ได้
“ยูซูฟู”รับประกอบระเบิดก่อนส่งให้มือบึ้มเสื้อเหลืองไปวาง
มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำนายไมไลรี่ ยูซูฟู ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ทางการสามารถจับกุมตัวได้นั้น ยอมรับสารภาพโดยเจ้าตัวให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี พร้อมให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยนายยูซูฟู ได้รับการว่าจ้างจากหัวหน้าใหญ่ ให้ทำหน้าที่ซื้อสารเคมีจากร้านเคมีภัณฑ์ ย่านมีนบุรี จากนั้นนำไปประกอบระเบิดที่ห้องพักที่อาคารพูลอนันต์ อพาร์ตเม้นต์ ย่านหนองจอก ก่อนจะเดินทางนำไปส่งมอบให้มือวางระเบิดที่สวมเสื้อสีเหลืองที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อให้คนร้ายเสื้อสีเหลืองไปก่อเหตุวินาศกรรมดังกล่าว โดยทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการสอบปากคำ นายยูซูฟู ยังยอมรับอีกว่า ตัวการของขบวนการนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศไทยไปก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับสาเหตุที่ก่อเหตุดังกล่าวนั้นมาจากความแค้นส่วนตัว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าวอีกว่า ชุดสืบสวนได้นำหลักฐานภายในห้องพักของผู้ต้องหา โดยเฉพาะบาโค้ดสินค้าไปตรวจสอบพบว่า ได้มีการซื้อสินค้าบางอย่างจากห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านมีนบุรี จึงนำกำลังไปตรวจสอบ ซึ้งทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในวันและเวลาตามที่ระบุในเวลาซื้อสินค้า พบชายที่มีตำหนิรูปพรรณคล้ายคนร้ายเสื้อสีฟ้าที่ก่อเหตุระเบิดที่ท่าเรือสาทร มาซื้อสินค้าภายในห้างดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางชุดสืบสวนต้องเร่งหาข้อมูล รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวเพิ่มเติมเพื่อหาความเชื่อมโยงของคดีนี้ต่อไป



