ข่าว

ถ้าผ่านไปแบบนี้บ้านเมืองยิ่งแย่

ถ้าผ่านไปแบบนี้บ้านเมืองยิ่งแย่

06 ก.ย. 2558

'จาตุรนต์' ถ้าผ่านไปแบบนี้บ้านเมืองยิ่งแย่ : โดย...ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี

 
                      ขณะที่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” อดีต รมว.ศึกษาธิการ และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า มีบางส่วนที่ปรับเปลี่ยนไปจากร่างฯ แรกอยู่บ้างหลังจากที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่โดยรวมที่เป็นปัญหาใหญ่ยังคงอยู่ อาทิ นายกฯ คนนอก ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งมากกว่า ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้ง องค์กรอิสระที่มีจำนวนมาก มาตรฐานเรื่องคุณธรรม จริยธรรม การทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ การตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 7 โดยศาลรัฐธรรมนูญ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำได้ยากหรือเรียกว่าไม่มีทางแก้ไขได้เลย
 
                      “สิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างมาก ไม่อาจจะยอมรับได้อยู่แล้ว แต่ยังเพิ่มเติมปัญหามากขึ้นไปอีกในเรื่องของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) ที่มีอำนาจล้นฟ้าเหนือรัฐบาล เหนือฝ่ายนิติบัญญัติ จะปลดนายกฯ ก็ได้ จะเขียนกฎหมายเองก็ได้ จะสั่งการบริหารก็ได้ โดยที่ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ จึงกลายเป็นเผด็จการแบบสุดๆ”
 
                      สำหรับกรณีที่ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญระบุว่า คปป.เป็นเหมือนทางหนีไฟ เพื่อไม่ให้เกิดการรัฐประหารอีกนั้น จาตุรนต์มองว่า จริงๆ ก็คือการรัฐประหารตามรัฐธรรมนูญ ผู้ที่มีอำนาจจริงๆ คือคปป. และเมื่อ คปป.มีมติว่าสถานการณ์วิกฤติก็จะยิ่งมีอำนาจล้นฟ้าทันที ซึ่งทั้งหมดก็ล้วนมาจากการแต่งตั้งของ สนช.ที่มาจาก คสช.นั่นเอง เรียกว่าเป็นการปกครองในรูปแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เพียงแต่แปรรูปจาก คสช.ไปเล็กน้อย แต่ยังคงมีอำนาจเกือบเท่ากับ คสช.ในปัจจุบัน
 
                      “ถือเป็นการรัฐประหารตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งน่าจะไปสู่ความขัดแย้งในกองทัพ ผู้ที่มีอำนาจด้วยกันเองก็ได้ หรืออาจจะขัดแย้งกับประชาชน เมื่อเรื่องไหนที่หาทางออกตามกติกาไม่ได้ และคปป.ไม่สามารถที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ ก็จะเกิดการรัฐประหารขึ้นอีกได้อยู่ดี เท่ากับว่ายังคงป้องกันการรัฐประหารไม่ได้อยู่ดี เพราะเมื่อสุดท้ายแล้วไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญได้ ก็มีอยู่ทางเดียวคือต้องฉีกรัฐธรรมนูญอยู่ดี”
 
                      อย่างไรก็ตาม จาตุรนต์ ระบุว่า ถึงมีการตัด คปป.ออกไป แค่นั้นยังไม่พอ ยังคงรับไม่ได้อยู่ดี และขณะนี้ก็ไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว ต้องยกร่างฯ ใหม่เท่านั้น ซึ่งหากจะมีการยกร่างฯ ใหม่ก็ต้องฟังความเห็นจากหลายๆ ฝ่าย เพราะการร่างรัฐธรรมนูญที่ดีต้องมีกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ว่า คสช.ตั้งคนมาร่างเพียงไม่กี่คน พูดเสนอความเห็นก็ไม่ได้ จะถูกเอาตัวไปลงโทษ แบบนั้นไม่มีทางได้รัฐธรรมนูญที่ดี ต้องให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนแสดงความเห็นและได้ร่วมตัดสินใจในขั้นตอนสุดท้ายด้วย
 
                      จาตุรนต์มองว่า หาก สปช.ผ่านร่างรัฐธรรมนูญนี้ออกมาก็จะเป็นการผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุด และมีโอกาสที่จะถูกนำไปบังคับใช้ ก็เท่ากับว่า สปช.มีส่วนทำให้เกิดหายนะขึ้นกับประเทศ ทั้งนี้ สปช.บางส่วนอาจจะคิดว่า หากคว่ำร่างรัฐธรรมนูญก็จะทำให้เสียชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล อาจจะไปขัดใจคนนั้นคนนี้ หรืออาจจะลงมติเพื่อแลกกับตำแหน่งในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งแสดงว่าไม่ได้คำนึงถึงบ้านเมือง เอาตัวรอดไว้ก่อน แบบนั้นถือว่าไม่ถูกต้อง แต่ถ้าหากคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ อย่างน้อยร่างรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุดก็จะถูกลบไป ร่างฯ ใหม่ก็มีโอกาสที่จะดีขึ้น เพราะคนที่มายกร่างจะต้องคำนึงถึงร่างฯ เดิมที่สังคมไม่ยอมรับ
 
                      “ถ้าเปิดให้ลงมติแบบแฟร์ๆ เชื่อว่าไม่ผ่าน ซึ่งก็ดี แต่มีบางคนบอกว่า ถ้าไม่ผ่านก็จะต้องเสียเวลามายกร่างใหม่ การเลือกตั้งก็จะถูกเลื่อนออกไปอีก ผมมองว่าถ้าปล่อยให้ผ่านประชามติไปแบบนี้ บ้านเมืองจะยิ่งแย่กว่าเดิม มีการเลือกตั้งก็เหมือนไม่มี ยิ่งผ่านร่างรัฐธรรมนูญพวกเขาก็ยิ่งอยู่นานแบบไม่มีที่สิ้นสุด แต่การลงประชามติก็ต้องเปิดให้ลงแบบเสรีด้วย ไม่ใช่มัดมือชก ปิดปากประชาชน เกณฑ์คนไปสนับสนุน ถ้าเป็นแบบนั้นสู้ไปแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแล้วบอกให้เอาไปบังคับใช้เลยยังจะดีกว่า” จาตุรนต์ กล่าวตอนท้าย
 
 
 
 
--------------------
 
('จาตุรนต์' ถ้าผ่านไปแบบนี้บ้านเมืองยิ่งแย่ : โดย...ประพันธ์ จินดาเลิศอุดมดี)