
พรีเมียร์ลีกแชมป์นักช็อป
05 ก.ย. 2558
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : พรีเมียร์ลีกแชมป์นักช็อป
ปิดฉากกันไปเรียบร้อยแล้วสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงฤดูร้อนนี้ และเป็นไปอย่างที่คาดว่าสโมสรจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังครองแชมป์การใช้เงินจับจ่ายนักเตะมากที่สุด รวมกันแล้วกว่า 1 พันล้านยูโร ถือว่าเป็นเงินมหาศาลรวมทั้งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของธุรกิจทางด้านฟุตบอล
อย่างที่ทราบกันว่าศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นลีกที่มีค่าลิขสิทธิ์ทีวีสูงที่สุดในโลก อีกทั้งบรรดาสปอนเซอร์ต่างๆ ทั่วโลก ต่างก็หวังจะแสดงสินค้าของตัวเองในลีก จึงไม่น่าแปลกใจที่ไม่ว่าจะเป็นทีมใหญ่หรือทีมเล็กๆ ต่างก็ใช้เงินมุ่งหวังในการสร้างทีมให้แข็งแกร่งที่สุด จึงเป็นอีกครั้งที่ลีกอังกฤษครองแชมป์ในเรื่องการจับจ่ายนักเตะ
นอกจากนี้ยังเป็นปีที่ 10 ติดต่อกันแล้วที่ลีกใหญ่ของยุโรปทั้ง 5 ลีกไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, บุนเดสลีกา เยอรมนี, กัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี และลาลีกา สเปน ครองแชมป์เงินหมุนเวียนในเรื่องการซื้อขายนักเตะมากกว่าที่อื่นๆในโลก
โดยจะไล่เป็นลีกกันในช่วงซัมเมอร์นี้แน่นอนว่าแชมป์ยังคงเป็นที่เกาะอังกฤษ และ กัลโช ซีรีส์ เอ แซงมาเป็นอันดับ 2 ตามด้วย ลาลีกา, บุนเดสลีกา และลีกเอิง
ซัมเมอร์นี้เป็นการยืนยันว่าฟุตบอลอังกฤษเป็นลีกที่มีอิทธิพลในเรื่องการเงินของวงการลูกหนังโลกอย่างแท้จริง เนื่องจากก่อนหน้านี้ยังไม่เคยมีชาติใดมาก่อนที่ใช้เงินกว่า 1 พันล้านยูโรในตลาดซื้อขายนักเตะเพียงรอบเดียว นอกจากนี้ในรอบ 3 ปีหลังสุดทีมในอังกฤษใช้เงินกว่า 3 พันล้านยูโรกันเข้าไปแล้ว
เรื่องกฎไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ ที่สหพันธ์ฟุตบอลยุโรปหรือยูฟ่า พยายามนำเข้ามาเพื่อให้ตลาดซื้อขายนักเตะไม่เละเทะจนเกินไป ดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ได้สำหรับฟุตบอลยุโรปซะแล้ว เมื่อยังไงบรรดาทีมใหญ่ๆ ก็สามารถหาเงินมาตบแต่งรายรับจนได้
ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือ 2 ทีมยักษ์ใหญ่จากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่จับจ่ายกันแบบไม่เกรงใจใคร อย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ทุ่มเต็มที่กับการสู่ความยิ่งใหญ่ใช้เงินกว่า 200 ล้านยูโรไปกับ ราฮีม สเตอร์ลิง, นิโคลัส โอตาเมนดี และ เควิน เดอ บรอยน์ ขณะที่ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ใช้เงินไป 182 ล้านยูโรกับ อองโธนี มาร์เชียล, เมมฟิส เดปาย, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, มัตเตโอ ดาร์เมียน, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ถึงแม้ว่าจะมีฮือฮามาก แต่ก็ใช้เงินไปไม่ใช่น้อย หลังจากที่จบเป็นอันดับ 6 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซัมเมอร์นี้จึงเสริมทีมกันยกใหญ่ตามอัตภาพใช้เงินไป 118 ล้านยูโร
ขณะที่ลีกใหญ่อื่นๆ ของยุโรปนอกเหนือจากอังกฤษ และสเปน แล้ว มีการถีบตัวในเรื่องเงินขึ้นมาสู้เช่นกัน โดยเฉพาะทีมจากกัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี ที่มีการใช้เงินอย่างผิดหูผิดตา หลังจากที่ขาดทุนกันไปเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้ใช้เงินรวมกันถึง 576 ล้านยูโร โดยที่ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ทีมแชมป์พยายามจะสร้างทีมใหม่เพื่อสู้ศึกยุโรปใช้เงินไป 109.5 ล้านยูโร และมีนักเตะมีระดับและค่าตัวแพงอย่าง พาโบล อิบาลา กับ มาริโอ มานด์ซูคิช เข้ามา
อันดับ 3 ลาลีกา อาจจะตกมาหน่อย แต่ยังถือว่าใช้จ่ายสูงขึ้น อย่างซัมเมอร์เมื่อปี 2013 ใช้ไป 412 ล้านยูโร ปีที่แล้วใช้ 474 ล้านยูโร มาปีนี้ใช้ไป 572 ล้านยูโร แม้ว่า “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา จะถูกแบนจากตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ก็ตาม
ทีมที่มาแรงในลาลีกาเป็นจะเป็น “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ที่ใช้เงินไปถึง 113 ล้านยูโร ขณะที่ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด ยักษ์ใหญ่ร่วมเมืองใช้ไปเพียง 77.5 ล้านยูโรเท่านั้น
กับบุนเดสลกา แม้ว่าจะไม่ฮือฮามาก แต่ก็ถือว่าดีขึ้น เมื่อซัมเมอร์ 2013 ใช้เงินไป 261 ล้านยูโรเพิ่มมาเป็น 410 ล้านยูโรในซัมเมอร์นี้ อาจจะเป็นเพราะค่าลิขสิทธิ์ทีวีที่ได้เพิ่มขึ้นมา และบรรดาทีมที่ไล่ตาม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค อย่าง “หมาป่า” โวล์ฟสบวร์ก, “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ และ “ห้างขายยา” เลเวอร์คูเซน พยายามปรับทีมขึ้นมาสู้
ลีกเอิง ที่ปกติจะตามหลังคู่แข่งอยู่พอควรในเรื่องการจ่ายเงิน ปีนี้ใช้เงินเยอะใช้ได้จากที่เคยใช้ 218 ล้านยูโรปเมื่อ 2 ปีที่แล้วมาเป็น 403 ล้านยูโรในปีนี้ แต่ที่น่าสนใจคือตัวเลขรายรับของลีกเอิง ที่ขายนักเตะให้ฝั่งอังกฤษรวมแล้วถึง 215 ล้านยูโร ส่วนแชมป์การซื้อมากที่สุดยังไป “เปแอสเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ใช้ไป 118 ล้านยูโร
ขณะที่บรรดาลีกรองๆ ต่างก็ใช้เงินเพิ่มจากเมื่อ 2 ปีก่อนเช่นกัน อย่าง แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ใช้เงินเพิ่มจาก 41 ล้านยูโรมาเป็น 134 ล้านยูโร, ซูเปอร์ลีก ของตุรกีที่ปีนี้มีการเสริมนักเตะดีๆ หลายคนกระโดดขึ้นมาเป็นลีกอันดับ 6 ที่ใช้เงินมากที่สุดในโลกเมื่อใช้ไป 86 ล้านยูโร โดยเฉพาะเฟเนร์บาห์เช ที่ใช้ไป 46 ล้านยูโรในการได้นักเตะอย่าง นานี, โรบิน ฟาน เพอร์ซี และไซมอน ชาร์
ส่วนลีกที่ใช้เงินลงไปแบบน่าใจหายคือ ลีกรัสเซีย จากเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่ใช้ไป 284 ล้านยูโร ปีนี้เหลือเพียงแค่ 17 ล้านยูโร, ลีกกาตาร์ เคยใช้ 65 ล้านยูโร เหลือแค่ 11 ล้านยูโร และแชมป์ขายนักเตะทำเงินเป็นลีกโปรตุเกสที่รับเงินไป 288 ล้านยูโร



