
ผนึกองค์กรรัฐ-เอกชนต้านนายทุน ผุดโปรเจกท์อนุรักษ์ป่ากลางเมืองระนอง
ระนอง - ผนึกองค์กรภาครัฐ-เอกชน ผุดโครงการอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนกลางเมืองระนอง หลังพบถูกกลุ่มทุน ชาวบ้านบุกรุกไปแล้วกว่า 3,000 ไร่ เตรียมหาทางป้องกันการบุกรุก อีกทั้งปรับปรุงฟื้นฟู
นายขนาย ทองหนูนุ้ย หน.สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 10 (เมืองระนอง) ส่วนบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนที่ 4 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า จังหวัดได้ร่วมกับสถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนฯ หน่วยคุ้มครองป้องกันป่าชายเลนที่ 13 (ระนอง) กองพันทหารที่ 2 กรมทหารราบที่ 25 สำนักงานจังหวัดระนอง ชุมชน ต.บางนอน ชุมชนบ้านท่าด่าน เป็นต้น จัดทำโครงการอนุรักษ์และพัฒนาป่าชายเลนกลางเมืองระนองขึ้น
วัตถุประสงค์เพื่อยับยั้ง ป้องกันการบุกรุก ปรับปรุง ฟื้นฟู พัฒนา และรักษาป่าชายเลนในเขตเมืองที่เหลืออยู่ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน หลังพบว่าพื้นที่ดังกล่าวในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งป่าคลองหัวเขียว และป่าคลองเกาะสุย ต.บางนอน ต.ปากน้ำ ต.เขานิเวศน์ ในเขต อ.เมืองระนอง บนเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่ ถูกบุกรุกจากกลุ่มนายทุน ผู้มีอิทธิพล ชาวบ้าน จนพื้นที่กว่า 3,000 ไร่ หมดสภาพโดยสิ้นเชิง ปัจจุบันเหลือที่ยังคงสภาพป่าอยู่ราว 2,000 ไร่
“ปัญหาที่หลายฝ่ายวิตกมากที่สุดคือ สภาพป่าชายเลนที่เหลืออยู่เสื่อมโทรมและตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะถูกทำลายจนหมดไป เนื่องจากนายทุน ผู้มีอิทธิพล ยังเข้ามาบุกรุกทำลายยึดถือครอบครองอยู่ตลอดเวลา บวกกับมีการปล่อยน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ขยะลงสู่ป่าชายเลนเป็นจำนวนมาก”
ดังนั้น จึงร่วมกันจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น โดยแผนดำเนินงานแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ 1.ยับยั้งไม่ให้มีการบุกรุกและทำลายป่าเพิ่ม 2.ฟื้นฟูป่าชายเลนที่เสื่อมโทรม จัดทำแนวเขตป่าชายเลน ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมสร้างกลุ่ม/เครือข่ายเยาวชนอนุรักษ์ป่าชายเลน และ 3 พัฒนาเป็นศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนกลางเมืองระนอง และส่งเสริมเป็นกิจกรรมเชิงอนุรักษ์
ทั้งนี้ ในอดีตรัฐได้อนุญาตให้มีการใช้ประโยชน์ป่าชายเลนนี้ในรูปประทานบัตรเหมืองแร่ สัมปทานทำไม้ป่าชายเลนและรูปแบบอื่น เช่น ให้ อบจ.ระนอง นำไปจัดสรรให้ประชาชนเช่าอยู่อาศัย เป็นต้น แต่ภายหลังประทานบัตรเหมืองแร่หมดอายุ ประชาชนจึงได้เข้าบุกรุก จับจอง และใช้ประโยชน์จากที่ดินนี้ และกลายเป็นชุมชนเมือง ทั้งที่พื้นที่เดิมคือป่าชายเลน



