
ถังเคมีซ.ราษฎร์อุทิศ34ไม่ใช่สารทำระเบิด
04 ก.ย. 2558
วินธัย เผยผลตรวจลายนิ้วมือ ยูซุฟู ตรงตามหลักฐานที่พบในห้องพักย่านหนองจอก ยันตรวจถังสารเคมีซอยราษฎร์อุทิศ34 เป็นสารตั้งต้นผลิตยาเสพติด ไม่ใช่สารผลิตระเบิด
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 4 กันยายน 2558 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.) แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถึงความคืบหน้าเหตุลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์และสาทร ว่า การติดตามสืบสวนคดีมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง จากการที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุม นายไมไรลี ยูซุฟู ที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือของนายยูซุฟู พบว่าตรงกับลายนิ้วมือแฝงบนขวดบรรจุสารระเบิดที่พบในห้องพักพูลอนันต์อพาร์ทเมนท์ เขตหนองจอก นั้น ขณะนี้ศาลได้อนุมัติออกหมายจับ นายยูซุฟู เพิ่มเติม ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย นับเป็นผู้ต้องหาคนที่ 9 ที่ถูกออกหมายจับจนถึงปัจจุบัน
พ.อ.วินธัย กล่าวว่า สำหรับการตรวจค้นบ้านพักในซอยราษฎร์อุทิศ 34 เขตมีนบุรี เมื่อ 3 ก.ย.58 ที่ผ่านมานั้น ตรวจพบถังแกลลอนบรรจุของเหลวไม่ทราบชนิด จำนวน 10 ถัง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วระบุได้ว่า เป็นสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตยาเสพติด ไม่ใช่สารเคมีที่สามารถนำไปประกอบเป็นวัตถุระเบิดได้ อย่างไรก็ดีจะต้องนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมโดยละเอียดต่อไป
นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายงานว่า แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศยังคงมีการจองที่พักล่วงหน้าอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางไปยังประเทศจีน เพื่อชี้แจงกับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวของจีน ให้เกิดความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัย และการให้บริการกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย
พ.อ.วินธัย กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยได้ผ่านห้วงเวลาวิกฤตมาระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่ดี ที่ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชน จะได้ร่วมกันและให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาความปลอดภัย สถานที่ราชการ สถานประกอบการ และชุมชนของตนเอง โดยมีการจัดหรือปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งการเฝ้าสังเกตสิ่งผิดปกติต่าง ๆ ทั้งนี้ หากส่วนงานใดต้องการคำแนะนำในการวางระบบรักษาความปลอดภัย และข้อควรระวังในเรื่องดังกล่าว สามารถติดต่อขอรับการสนับสนุนได้จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อร่วมกันทำให้สังคมไทยมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
ทหารส่งตัว ‘เอเดม’ ชายต่างชาติให้ตร.สอบต่อ ก่อนนำฝากขังศาลมีนบุรี
4 ก.ย.58 พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารร่วมกันจับกุมนายเอเดม การาดัค ผู้ต้องหาชาวต่างชาติ ที่คาดว่าจะมีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่ศาลท้าวมหาพรหมและท่าเรือสาทร ที่พูลอนันต์ อพาร์ทเม้น ซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กทม. เมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่า ในวันนี้ได้รับการประสานจากทหารว่าจะนำตัวนายเอเดม ส่งให้พนักงานสอบสวนที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เวลา 15.00 น. เพื่อทำการสอบปากคำต่อหลังจากครบกำหนดควบคุมตัว 7 วัน ตามอำนาจของทหาร โดยหลังจากสอบปากคำตามขั้นตอนเสร็จสิ้นก็นำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรีผลัดแรกในวันนี้ แต่หากส่งฝากขังไม่ทันวันนี้ จะนำตัวไปควบคุมไว้ที่ สน.มีนบุรี เพื่อคุมไปฝากขังในวันพรุ่งนี้ต่อไป เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย
พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ออกหมายจับผู้ต้องหาแล้วทั้งหมด 9 คน ส่วนจะมีการออกหมายจับบุคคลใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น หากมีพยานหลักฐานพาดพิงไปถึงใครก็จะดำเนินการออกหมายจับเพิ่ม ซึ่งต้องรอสอบปากคำนายเอเดมก่อนเอาคำให้การมาพิจารณา ส่วนผู้ต้องสงสัยรายอื่นที่ถูกทหารควบคุมตัวไว้หลังจากครบกำหนดควบคุมตัวแล้วจะมีการนำตัวส่งให้ตำรวจทำการสอบสวนต่อหรือไม่ขึ้นอยู่กับทางกองทัพ ส่วนสารเหลวที่พบในแกลลอนจำนวน 7 แกลลอน จากการเข้าตรวจค้นของตำรวจภายในบ้านพักย่านซอยราษฎร์อุทิศ 34 เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ก.ย.นั้น เบื้องต้นพบว่าเป็นยาเค
รายงานข่าวแจ้งว่า สารเหลวที่บรรจุในแกลลอนจำนวน 7 แกลลอน ภายในบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บ้านเลขที่ 59/79 หมู่บ้านขุมทรัพย์แลนด์ ซอยราษฎร์อุทิศ 34 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าเป็นยาเคผสมน้ำ ทั้งนี้ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าสารเหลวดังกล่าวสามารถนำไปผสมเป็นส่วนประกอบของระเบิดได้หรือไม่ นอกจากนี้ตำรวจยังพบกล่องใส่วัสดุไฟฟ้าอีกจำนวนมาก และจากการสอบสวนพยานในละแวกบ้านหลังดังกล่าวให้การว่าเคยเห็น น.ส.วรรณา สวนสัน อุ้มลูกมาที่บ้านเมื่อประมาณ 1 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามตำรวจต้องหาพยานหลักฐานในส่วนนี้ต่อไปว่าตัวน.ส.วรรณา เป็นผู้ที่มาเช่าบ้านหลังดังกล่าวหรือไม่



