
ย้อนรอยสระแก้วจุดจับยูซุฟูขนอุยกูร์ข้ามแดน
ย้อนรอยสระแก้วจุดจับยูซุฟู 4อำเภอแหล่งพัก-ขนอุยกูร์ข้ามแดน : ชลธิชา รอดกันภัย ผู้สื่อข่าว NOW26 รายงาน
การออกมาระบุถึงมูลเหตุจูงใจของการลอบวางระเบิดสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เป็นครั้งแรกของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวานนี้(2 ก.ย.) สะท้อนทิศทางแห่งคดีก่อวินาศกรรมครั้งประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี
พล.ต.อ.สมยศ บอกว่า เขาเชื่อว่าปมที่นำมาสู่การลอบวางระเบิด คือการเสียประโยชน์ของขบวนการค้ามนุษย์ จากมาตรการปราบปรามอย่างหนักของรัฐบาล
แม้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ได้ระบุชัดๆ ว่าเป็นแก๊งค้ามนุษย์กลุ่มใด แต่การไล่จับและออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ “นำพาอุยกูร์” ก็น่าจะชี้ชัดได้ระดับหนึ่งว่าน่าจะหมายถึงขบวนการนี้
จริงๆ แล้วประเด็นเสียประโยชน์ของขบวนการค้ามนุษย์ เป็นประเด็นหนึ่งที่ฝ่ายความมั่นคงตั้งเอาไว้ว่าอาจเป็นชนวนเหตุของการลอบวางระเบิด ตั้งแต่หลังเกิดเหตุใหม่ๆ แต่พุ่งเป้าไปที่ “ขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา” มากกว่า เพราะตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการจับกุมและออกหมายจับเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ ทั้งนักการเมืองท้องถิ่นระดับสูง กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐสีต่างๆ มากมาย
รวมถึงนายทหารในราชการระดับ “พลโท” คนหนึ่งด้วย
ทว่าข้อสันนิษฐานนี้ลดน้ำหนักลง เนื่องจากวัตถุระเบิดที่คนร้ายใช้ไม่ค่อยพบก่อเหตุในเมืองไทย ภายหลังจึงมุ่งไปที่กลุ่มขบวนการข้ามชาติมากกว่า ก่อนจะจบลงที่ “อุยกูร์”
การจับกุมชายชาวต่างชาติต้องสงสัยที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งล่าสุดถูกระบุชื่อและตั้งข้อหาแล้วว่าคือ นายยูซุฟู ไมไรลี ประกอบกับการย้ายกราวรูดตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สระแก้ว ทำให้น่าสนใจว่าพื้นที่ จ.สระแก้ว น่าจะเป็นแหล่งพักและทางผ่านใหญ่ของขบวนการนำพาอุยกูร์
จากการลงพื้นที่ของ “ทีมข่าว” พบว่า ขบวนการลักลอบนำพาอุยกูร์ จะนำพาชาวอุยกูร์ข้ามแดนมาจากเมืองปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา โดยลักลอบเข้าราชอาณาจักรไทยบริเวณตะเข็บชายแดน 4 อำเภอ คือ คลองหาด อรัญประเทศ โคกสูง และตาพระยา จ.สระแก้ว
ตะเข็บชายแดนด้านนี้ยาว 164 กิโลเมตร มีช่องทางธรรมชาติมากมาย ง่ายต่อการลักลอบเข้าไทย ขณะเดียวกันก็ยากที่เจ้าหน้าที่จะเฝ้าระวังป้องกันได้ทั้งหมด
เดิมทีขบวนการนี้มีหลายสิบกลุ่ม เริ่มต้นจากการนำพาแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายก่อน โดยมีนายหน้าทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาประสานงานติดต่อกัน ต่อมาระยะหลังจึงเริ่มมีอุยกูร์ปะปนมาด้วย โดยให้คนขับรถรับชาวกัมพูชาและอุยกูร์มาส่งบริเวณชายแดน จากนั้นจะนัดหมายกับนายหน้าชาวไทยให้ไปรับยังจุดนัดหมาย ก่อนจะมีรถตู้ หรือรถกระบะมารับอีกทอดหนึ่ง
บริเวณจุดนัดหมายพักรอ เรียกกันว่า “คอก” เมื่อมีรถมารับจาก “คอก” ก็จะนำพาชาวอุยกูร์ไปส่งยังจุดหมายปลายทางที่พวกเขาต้องการ เพราะชาวอุยกูร์ส่วนมากมีเงินติดตัว มีฐานะ และมีเครือข่ายรองรับในเมืองไทย
จากบันทึกการจับกุม พบว่าเจ้าหน้าที่เริ่มตรวจสอบพบและจับกุมขบวนการลักลอบนำพาชาวอุยกูร์ผ่านทางช่องทางอรัญประเทศเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 โดยทหารพรานกองกำลังบูรพา ร่วมกับตำรวจ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว สามารถจับกุมกลุ่มอุยกูร์ที่ลักลอบปะปนมากับชาวบังกลาเทศ เข้ามาในประเทศไทย โดยจับได้ที่ชายป่าหลังตลาด จุดผ่อนปรนบ้านเขาดิน อ.คลองหาด
รวมชาวอุยกูร์ที่ถูกจับกุมได้ในครั้งนั้น 25 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 5 เด็กชาย 5 คน และเด็กหญิงอีก 6 คน
ช่วงเวลานั้นใกล้เคียงกับช่วงที่มีการพบชาวอุยกูร์จำนวนกว่า 200 ชีวิตในป่ายางพารานอกเมืองหาดใหญ่ จ.สงขลา (ราวเดือนมีนาคม 2557) เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ก่อนจับกุมชาวอุยกูร์ได้อีก 15 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 4 คน เด็กชาย 5 คน และเด็กหญิง 5 คน เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ปีเดียวกัน โดยจับกุมได้ขณะกำลังลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ริมถนนชายป่าบ้านไร่ หมู่ 8 ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ
ต่อมาวันที่ 19 เมษายน จับกุมชาวอุยกูรย์ได้จำนวน 16 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 3 คน เด็กชาย 5 และเด็กหญิงอีก 4 คน ที่ถนนลูกรังข้างเนินเขามะก่อง ต.หนองน้ำใส อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
วันที่ 24 เมษายน ยังมีการจับกุมได้อย่างเนื่องอีก 16 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 6 คน เด็กชาย 4 คน และเด็กหญิงอีก 2 คน ที่ถนนลูกรังข้างเนินเขามะก่อง บ้านสี่แยก ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร
อีกครั้งคือวันที่ 5 ตุลาคม 2557 จับกุม จ.ส.อ.วิชิต เผื่อนงูเหลือม ขณะกำลังนำพาชาวบังกลาเทศ 2 คน และชาวอุยกูรย์ 3 คน ผ่านข้ามแดนเข้ามาบริเวณทางแยกเยื้องด่านตรวจสัตว์บ้านวังชะโด อ.อรัญประเทศ
ปัญหาขบวนการนำพาอุยกูร์ และการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งรวมถึงขบวนการค้ามนุษย์จึงไม่ใช่ปัญหาใหม่ของเมืองไทย แต่เป็นปัญหาที่หมักหมมมานานจนถึงวัน “ฝีแตก” เป็นเสียงระเบิดดังสนั่นกรุงเทพฯนั่นเอง



