
คิดถึงกล้วยไม้นึกถึงแอร์ออร์คิดส์แนวคิดพันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร
คิดถึงกล้วยไม้นึกถึงแอร์ออร์คิดส์ แนวคิด'พันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร' : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยดลมนัส กาเจ
พื้นที่กว่า 2 ไร่ ด้านติดถนนสายศาลายา-บางภาษี ด้านหลังเป็นสวนกล้วยไม้กว่า 120 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 3 ต.นราภิรมย์ อ.บางเลน จ.นครปฐม ถูกเนรมิตเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “แอร์ออร์คิดส์ แอนด์ แล็บ” ที่เต็มไปด้วยกล้วยไม้นานาพรรณในสกุลต่างๆ ที่ชูช่อดอกบานสะพรั่งให้ลูกค้าได้เชยชมและสัมผัสวันละนับแสนต้น สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง
“แอร์ออร์คิดส์ แอนด์ แล็บ” เป็นหนึ่งในธุรกิจด้านกล้วยไม้ของตระกูล “คุ้มวิเชียร” ดูแลและบริหารโดยสองพี่น้องทายาทรุ่นที่ 3 “พันธพัฒน์ คุ้มวิเชียร” ผู้พี่ ดูแลภาพรวม และ "ไชยพันธ์ คุ้มวิเชียร" ผู้เป็นน้อง จะดูแลการตลาดภายในประเทศไทยเป็นหลัก
พันธพัฒน์ บอกว่า ครอบครัวดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกล้วยไม้มาตั้งแต่รุ่นคุณตาคุณยาย เริ่มจากกล้วยไม้ตัดดอกขาย เป็นกล้วยไม้ตระกูลหวายที่เรียกว่า ดอกม่วง-ขาว มากว่า 50 ปีแล้ว พอมารุ่นคุณพ่อคุณแม่ ต่อยอดด้วยการผสมพันธุ์กล้วยไม้ และขยายการผลิตด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในห้องแล็บ พร้อมเพิ่มกล้วยไม้ในสกุลต่างๆ มากขึ้น จากตระกูลหวายเพิ่มเป็นแคทลียา หวายออนซีเดียม มีสกุลช้าง รองเท้านารี แวนด้า ดอกกล้วยไม้ป่า เป็นต้น
ที่มาแรงคือจำพวกกล้วยไม้แคระประเภทต่างๆ อาทิ เดนโดเบียน (หวาย) และออนซิเดียม ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์โดยห้องแล็บของ “แอร์ออร์คิดส์ แอนด์ แล็บ” แห่งนี้ จนกระทั่งสามารถส่งออกต้นพันธุ์กล้วยไม้ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป สหรัฐอเมริกา จีน ไต้หวัน กระทั่งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในปี 2540 ตลาดกล้วยไม้เริ่มเข้าสู่จุดอิ่มตัว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในหลายประเทศเริ่มตก ตลาดกล้วยไม้การส่งออกของไทยเริ่มอยู่ตัว จึงหันมาขยายตลาดในอาเซียน อาทิ เวียดนาม รวมถึง สปป.ลาว
“ถามว่าทุกวันนี้ตลาดกล้วยยังไปได้ไหม ก็ตอบว่ายังไปได้ เกษตรกรยังอยู่ได้ ลองคิดดูพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกกล้วยไม้ตัดดอกได้ 1.6 หมื่นต้น แต่ละต้นออกดอก 5 ช่อต่อปี ลงทุนช่อละ 1 บาท ส่งออกช่อละ 1.50 บาท ก็พออยู่ได้ แต่ไม่บูมเหมือนกับสมัยก่อนแล้ว เพราะเราตัดราคากันเอง แย่งตลาดกันเอง ประกอบกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถเก็บกักตุนดอกกล้วยไม้ไว้ได้นานขึ้น พอเราตัดราคากันเองประเทศคู่ค้ารีบซื้อกักตุนไว้เพราะราคาถูก พอถึงใกล้วันชาติของประเทศต่างๆ ที่เราคิดว่าราคาน่าจะดี ได้รับคำตอบกลับมาว่า มีสินค้าพร้อมแล้ว ฉะนั้นเราต้องหาทางออก คือเปิดตลาดในประเทศให้มากขึ้น” พันธพัฒน์ กล่าว
กระทั่งปี 2547 จึงมีความคิดจะเริ่มทำตลาดกล้วยไม้กระถางภายในประเทศ เพราะมองว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้ประกอบการด้านกล้วยไม้ส่วนใหญ่จะเน้นส่งออก ขณะที่คนไทยจำนวนไม่น้อยที่อยากมีกล้วยไม้ดีๆ เพื่อจะปลูกเองบ้าง แต่ไม่ทราบจะหาซื้อที่ไหน ในที่สุดครอบครัวจึงจัดแบ่งพื้นที่ของสวนส่วนที่ติดริมถนนจำนวน 2 ไร่ ทำเป็นหน้าร้านในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้แห่งแรกของประเทศไทย
ในช่วงแรกๆ เน้นเฉพาะกล้วยไม้ที่พัฒนาขึ้นมาเอง และของเครือญาติ จึงขาดความหลากหลาย ประกอบกับช่วงนั้นคนยังรู้จักน้อย ทำให้มีลูกค้าไม่มากนัก พอเวลาผ่านไปลูกค้าเริ่มรู้จักมากขึ้น จึงมีการปรับปรุงเพื่อเนรมิตให้ซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ แอร์ออร์คิดส์ แอนด์ แล็บ มีกล้วยไม้ที่หลากหลาย ด้วยการนำกล้วยไม้จากพันธุ์ที่ออกดอกเป็นฤดูกาลมาจากที่อื่นทั่วประเทศ อาทิ ฟาแลนนอปซิส รองเท้านารีอินทนนท์จากเชียงใหม่ รองเท้านารีจากเลย เหลืองกระบี่จากภาคใต้ หรือเหลืองจันทบูร และกล้วยไม้ตระกูลอื่นๆ ขายตั้งแต่ต้นละ 15 จนถึงหลักหมื่นบาท
สำหรับกล้วยไม้ที่เกิดจากการพัฒนาปรังปรุงสายพันธุ์ภายในฟาร์มแอร์ออร์คิดส์นั้น ที่มีชื่อเสียง อาทิ กระทิงแดง, ธนิดาบราวน์ นอกจากนี้เป็นกล้วยไม้ที่มีชื่อเสียงในด้านการเสริมสิริมงคลคือ ฮิดเดน มันนี่ มีนัยว่า ปลูกแล้วจะเก็บเงินเก็บทองได้มากจนรวย ล่าสุดที่เขาปลาบปลื้มใจมากที่สุดเท่าที่ทำกล้วยไม้มาคือ สามารถปรับปรุงสายพันธุ์ใหม่ที่มีดอกสวยงามมาก 2 สายพันธุ์ พร้อมกราบบังคมทูลขอพระราชทานนามกล้วยไม้ทั้ง 2 ชนิดจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระองค์ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อปี 2557 ว่า “ม่วงราชกุมารี” เป็นกล้วยไม้ดอกสีม่วง และ “รักตสิริน” ดอกสีแดง
ส่วนรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ ปรับปรุงให้เป็นทั้งแหล่งพักผ่อน แหล่งช็อปปิ้งหาซื้อกล้วยไม้ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ามากที่สุด จึงเน้นให้หน้าร้านเป็นสถานที่ต้องสะดวกสบาย โอ่โถง สะอาด น่ามอง ทางเดินไม่เปียกแฉะ พร้อมติดตั้งพัดลมไอน้ำและเดินสายไอหมอกเพื่อให้อากาศเย็นสบาย ห้องน้ำสะอาดถูกสุขลักษณะ เปิดเพลงสร้างบรรยากาศสดชื่น ลูกค้าต้องสามารถเลือกกล้วยไม้ได้ด้วยตนเอง หยิบได้ แตะได้ ชมได้ มีรถเข็นบริการ
“ลูกค้าต้องไม่อึดอัด ไม่มีการจำกัดเวลา ไม่จุกจิกกวนใจ คิดเสมอว่า ลูกค้าต้องเดินทางมาไกล ต้องคุ้มค่าที่เดินทาง และทุกครั้งที่ลูกค้าคิดถึงกล้วยไม้ต้องนึกถึงแอร์ออร์คิดส์ด้วย”
กรณีที่ลูกค้าใช้เวลาเลือกนานจนหิว ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้แอร์ออร์คิดส์ มีร้านอาหารจานด่วน ร้านกาแฟสด ที่พิเศษสุด น้ำดื่มและกาแฟฟรีจัดเตรียมไว้ เพื่อให้ลูกค้าบริการตนเอง ถือเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แทนคำขอบคุณที่ให้ความสนใจและแวะเที่ยวชม ส่วนด้านหลังเป็นเนิร์สเซอรี่สำหรับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และขยายสายพันธุ์กล้วยไม้ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
“รุ่นคุณตาของผมจะเน้นการปลูกกล้วยไม้ตระกูลหวายเพื่อตัดดอกขาย การขยายพันธุ์จะใช้แบบเดิมๆ คือแยกกอวางเรียงบนกาบมะพร้าว พอมารุ่นคุณพ่อจะเก่งมากในด้านการขยายพันธุ์ในห้องแล็บ ด้วยระบบเพาะเลี้ยงเนื้อเหยื่อ รุ่นผมกับน้องชายต้องเน้นในเรื่องของการตลาด ที่ผ่านมาเราจะเน้นที่ตลาดส่งออก เมื่อตลาดส่งออกถึงจุดอิ่มตัว มีคู่แข่งมากขึ้น ทั้งที่เป็นคนไทยเราเอง และคู่แข่งจากประเทศอื่นอีก ผมคิดว่าเรามีความจำเป็นที่จะต้องทำตลาดในประเทศให้มากขึ้น เราจึงสร้างซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ แอร์ออร์คิดส์ แอนด์ แล็บ ขึ้นมา เพื่อเป็นหน้าร้านสำหรับขายต้นกล้วยไม้” พันธพัฒน์ กล่าวอย่างมั่นใจ
10 ปีผ่านมา จากเดิมสัดส่วนด้านการตลาดจะเป็นการส่งออกเกือบทั้งหมด ปัจจุบันการส่งออกเหลือเพียง 60% อีก 40% เป็นตลาดในประเทศ โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะไปซื้อที่หน้าร้าน ในแต่ละวันมีลูกค้าแวะเวียนเฉลี่ยกว่า 100 คน โดยเฉพาะวันหยุดจะมีลูกค้ามากขึ้นเป็นพิเศษ ที่เดินเลือกซื้อและแวะชมกล้วยไม้นับหมื่นชนิด กว่า 1 แสนต้น
หากประเมินภาพรวมในซูเปอร์มาร์เก็ตกล้วยไม้ แอร์ออร์คิดส์ แอนด์ แล็บแห่งนี้ พันธพัฒน์ประมาณการมียอดขายกว่า 5% ของผลผลิตกล้วยไม้ทั้งฟาร์ม มีมูลค่าซื้อขายและรายได้ไม่หักต้นทุนในแต่ละเดือนหลักล้านบาท
นับเป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ที่หันมามองรูปแบบการตลาดที่หลากหลาย ในยุคที่ตลาดส่งออกกล้วยไม้ถึงจุดอิ่มตัว แม้ยอดขายจะไม่มากนัก แต่สามารถแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง



