ข่าว

โฆษกตร.เผยออกหมายจับ‘ยูซูฟู’รายที่9

โฆษกตร.เผยออกหมายจับ‘ยูซูฟู’รายที่9

03 ก.ย. 2558

โฆษกตร.เผยออกหมายจับ‘ยูซูฟู’รายที่9 บุกตรวจบ้านมีนบุรีพบสารประกอบระเบิด คาดหนุ่ม‘นราธิวาส’โยงแก๊งค้ามนุษย์

             เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 3 ก.ย.2558 พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ศาลมีนบุรีได้ออกหมายจับนายไมไรลี ยูซูฟู (Mr.Mieraili Yusufu) เชื้อชาติจีน สัญชาติจีน เลขหมายจับที่ จ.813/2558 ลงวันที่ 3 ก.ย.2558 ในข้อหาร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ใน ครอบครองโดยผิดกฎหมาย โดยเป็นการออกหมายจับตามพาสปอร์ตและหลักฐานต่าง ๆ ที่พบ ซึ่งจะมีการตรวจสอบต่อไปว่าพาสปอร์ตดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่

             นายไมไรลี ยูซูฟู เป็นชายต้องสงสัยที่เจ้าหน้าที่ได้จับกุมได้ในบริเวณป่าละเมาะริมชายแดน เขตพื้นที่บ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งมีหลักฐานยืนยันได้ว่านายไมไรลี ยูซูฟู เป็นบุคคลที่อยู่ในห้องหมายเลข 414 อพาร์ทเม้นท์ เขตหนองจอก ที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพบลายนิ้วมือติดอยู่ที่ขวดบรรจุสารเคมีที่สามารถใช้ในการประกอบระเบิดได้ พร้อมทั้งยังมีพยานชี้ตัวว่าพักอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าวจริง

             อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้ในขณะนี้เจ้าหน้าที่คาดว่า นายไมไรลี ยูซูฟู อาจไม่ใช่คนเดียวกับชายเสื้อเหลืองผู้ก่อเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังพยายามสืบสวนทางลับจึงยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ เพื่อเร่งตามจับกุมคนร้ายทั้งหมดมาดำเนินคดีเร็วที่สุด

             ส่วนกรณีที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดล้อมตรวจค้นบ้านเช่าต้องสงสัยในซอยราษฎร์อุทิศ 34 เขตมีนบุรี หลังได้รับแจ้งว่า อาจจะเป็นที่กบดาน หรือเก็บวัตถุพยาน ในคดีวางระเบิดที่ราชประสงค์ และสาทร พล.ต.ท.ประวุฒิ กล่าวว่า หลังจากเข้าตรวจค้น พบถังบรรจุสารเคมีบางอย่าง ซึ่งเป็นของเหลว จำนวน 7 ถังอยู่ภายในห้องเช่าดังกล่าว แต่ไม่เจอผู้อยู่อาศัย จึงทำการปิดล้อมพื้นที่เอาไว้ โดยขณะนี้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และ EOD เข้าตรวจสอบว่า สารดังกล่าวเป็นสารเคมีที่ใช้ประกอบระเบิดหรือไม่


บุกตรวจบ้านมีนบุรีพบสารประกอบระเบิด

             ทั้งนี้พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.น.6 เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.มีนบุรี เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์และเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบบ้านเดี่ยว 2 ชั้น บ้านเลขที่ 59/79 หมู่บ้านขุมทรัพย์แลนด์ ซอยราษฎร์อุทิศ 34 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี หลังการปูพรมตรวจค้นพื้นที่เพื่อตรวจสอบสิ่งผิดปกติ ในพื้นที่บก.น.3

             สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการตรวจค้นพูลอนันต์อพาร์ทเม้นท์ ย่านหนองจอก พบวัตถุประกอบระเบิดจำนวนมาก พร้อมจับกุมตัวนายบิลาเติร์ก มูฮัมหมัด ก่อนที่วันที่ 30สิงหาคม จะเข้าตรวจค้นหอพักไมมูณา การ์เด้น โฮม ย่านมีนบุรี พบวัตถุประกอบระเบิดจำนวนมากเช่นกัน ตรวจสอบ พบชื่อน.ส.วรรณา สวนสัน หรือไมซาเลาะห์ เป็นผู้เช่า ซึ่งถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้

             เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบสารเคมีต้องสงสัยในบ้านเลขที่ 59/79 จำนวน 7 แกลลอน ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดได้ชัดเจน อยู่ระหว่างตรวจสอบ

             จากการสอบถามเพื่อนบ้านละแวกใกล้เคียง กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านร้างมานานแล้ว ก่อนที่ 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีชาวแขกขาว ใส่ชุดโต๊ก(ชุดของชาวอาหรับ)เข้า -ออกบ้านหลังดังกล่าว โดยบางครั้งมาเพียงคนเดียว บางครั้งมา 2-3 คน ซึ่งมักจะเดินเท้าเข้ามาจากหน้าหมู่บ้าน ไม่เห็นพาหนะ


คาดหนุ่ม‘นราธิวาส’โยงแก๊งค้ามนุษย์

             มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ชุดความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดยะลาและของพื้นที่ จ.นราธิวาส ได้รับการประสานจาก หน่วยเฉพาะกิจ นราธิวาส 36 ในการส่งตัวบุคคลต้องสงสัย 1 คน คือ นายกามารุเด็ง สาเหาะ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่223 ม.5 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งเบื้องต้นเป็นผู้ต้องสงสัยว่า มีความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิดกับเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแยกราชประสงค์ในพื้นที่ราชประสงค์เมื่อ17ส.ค.ที่ผ่านมา โดยมีรายว่าการจับกุมนายกามารุเด็ง สาเหาะ มาจากการที่เจ้าหน้าที่พบการข่าว ก่อนที่เจ้าหน้าที่กำลังผสมร่วมกันเข้าไปจับกุมที่บ้านพักเลขที่ 223 ม.5 ต.ปาเสมัส อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก ส่งตัวบุคคลดังกล่าว ฝากควบคุมตัวที่ หน่วยซักถาม กรมทหารพราน 46 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส ก่อนที่เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีจะนำตัวผู้ต้องสงสัยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ มายัง มณฑลทหารบกที่ 11 จังหวัดทหารบกกรุงเทพ (มทบ.11) ถนนพระรามที่ 5 แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต เพื่อทำการสอบปากคำ

             ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบถามเบื้องต้นนายกามารุเด็ง ยังไม่มีความเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด แต่การข่าวทราบว่าเป็นเพียงคนที่เกี่ยวข้องกับการพาคนออกนอกประเทศโดยผิดกฎหมาย และเคยติดต่อกับ น.ส.วรรณา เพราะเป็นชาว อ.คุระบุรี จ.พังงา ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเป็นเส้นทางที่สามารถออกไปประเทศมาเลเซียได้ นอกจากนี้พบหลักฐานว่า น.ส.วรรณา เคยเดินทางไปประเทศมาเลเซีย โดยทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกัน คือชายคนดังกล่าวช่วยเหลือ น.ส.วรรณา ในการเดินทางไปประเทศมาเลเซีย เท่านั้น ทั้งนี้ น่าเชื่อว่ากลุ่มคนร้ายต้องรู้จักกับกลุ่มคนพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และช่วยเหลือการลำเลียงคนผ่านเส้นทาง 3 จังหวัดเพื่อไปประเทศมาเลเซีย

             นอกจากนี้ชายคนดังกล่าวให้การว่า หลังเกิดเหตุระเบิดไม่นาน ก่อนที่จะถูกทหารคุมตัวก็มีการพากลุ่มผู้ต้องหาหนีไปมาเลเซียบางส่วน โดยนายการารุเด็งไม่ยืนยันว่า มีบุคคลที่ลักษณะคล้ายมือระเบิดรวมอยู่ด้วยหรือไม่ แต่มีคนหน้าคล้ายมือระเบิดที่พาออกไปแล้วประเทศไปแล้ว

             รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับนายกามารุเด็ง สาเหาะ เดิมเป็นเจ้าหน้าที่ทำบัตรประจำด่าน อ.สุไหง-โกลก และมีส่วนพัวพันกับขบวนการพาคนต่างด้าวเข้า-ออกประเทศแบบผิดกฎหมาย ต่อมาถูกจับได้ว่ากระทำความผิดจึงถูกให้ออกจากราชการ จึงผันตัวเองมาเป็นนายหน้าพาคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองเต็มตัว นอกจากนี้ในการข่าวเชื่อว่า นายกามารุเด็งน่าจะมีส่วนพัวพันกับขบวนการขนโรฮิงญา ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นนายทหารยศนายพล ร่วม ซึ่งทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลการให้ปากคำของผู้ต้องสงสัยรายนี้ เพื่อขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป