ข่าว

ทูตแถลงผู้ต้องสงสัยถูกจับไม่ใช่ชาวตุรกี

ทูตแถลงผู้ต้องสงสัยถูกจับไม่ใช่ชาวตุรกี

03 ก.ย. 2558

สถานทูตตุรกีในไทยออกแถลงการณ์ ยืนยันผู้ต้องสงสัยทั้งหมดที่ถูกจับได้กรณีวางระเบิดไม่ใช่ชาวตุรกี จนกว่าทางการไทยจะพิสูจน์ได้ว่ามีสัญชาติตุรกี

           3ก.ย.2558 สถานเอกอัครราชทูตตุรกี ประจำประเทศไทย คำแถลงของสถานทูตเกี่ยวกับการรายงานข่าวที่ได้อ้างถึง ความเชื่อมโยงของประเทศตุรกี ในกรณีเหตุการณ์วางระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทยได้มีการร้องขอความชัดเจนโดยทำการส่งจดหมายไปยังกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย เกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมได้เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมว่าเป็นชาวตุรกี รวมถึงกรณีหนังสือเดินทางตุรกีตามข่าวที่มีการถูกเผยแพร่ทางโทรทัศน์ และได้แจ้งว่าทางสถานทูตกำลังรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากทางการไทย

           ขณะเดียวกัน ในวานนี้ (2 ก.ย.) ทางสถานทูตได้รับจดหมายจากกระทรวงการต่างประเทศของไทย แจ้งว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการของการสืบสวนสอบสวนและสัญชาติของผู้ต้องสงสัยนั้นยังไม่ได้มีการระบุได้ โดยทางกระทรวงการต่างประเทศยังรอผลการพิสูจน์หนังสือเดินทางปลอมสัญชาติตุรกีตามที่ปรากฎอยู่ในข่าวเช่นกัน

           ในส่วนที่บางรายงานข่าวได้มีการอ้างถึงการออกหมายจับคนสัญชาติตุรกีนั้น จนกระทั้งบัดนี้สถานทูตยังไม่ได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการจากทางการไทยเกี่ยวกับการออกหมายจับนั้น

           นาย Tanju Bilgiç โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐตุรกี ได้ตอบคำถามเมื่อวานนี้เกี่ยวกับการรายงานข่าวที่เชื่อมโยงชาวตุรกีกับเหตุระเบิดบริเวณศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ คำพูดของโฆษกได้มีการแปลอย่างไม่เป็นทางการได้ดังนี้

           เราได้รับทราบถึงเหตุการณ์ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 ในกรุงเทพฯ และยังได้รับรู้จากทางการไทยและสื่อไทยว่า ผู้ต้องสงสัย 2 คน ในกรณีเหตุการณ์วางระเบิดได้ถูกสอบสวนในวันที่ 29 และ 30 สิงหาคม 2558 ในรายงานข่าวได้ระบุว่า ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมตัวเมื่อวันที่ 29 สิงหาคมนั้น ได้ถือครองหนังสือเดินทางปลอมสัญชาติตุรกี จากรูปภาพจะสังเกตได้ว่าหนังสือเดินทางฉบับนี้เป็นฉบับปลอม เป็นที่น่าเสียดายว่า ในทันทีที่ผู้ต้องสงสัยถูกจับกุม ข้อมูลที่ผิดพลาดได้ถูกนำเสนอในรายงานข่าวว่า บุคคลผู้นี้เป็นชาวตุรกี อีกทั้งสถานเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทยได้ชี้แจงว่า บุคคลดังกล่าวมิได้เป็นชาวตุรกี รวมถึงสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงอังการาได้ชี้แจงตามที่ระบุในรายงานข่าวว่า ยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดในประเด็นดังกล่าว ในอีกแง่หนึ่งได้มีการรายงานในสื่อว่าผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2558 ณ บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ถือหนังสือเดินทางสัญชาติจีน ในความเป็นจริงแล้ว ทางการไทยควรมีการให้ข้อมูลที่ชัดเจนและถูกต้องเกี่ยวกับรายงานข่าวนี้

           "ขอยืนยันว่า สถานเอกอัครราชทูตตุรกีประจำประเทศไทยได้มีการติดต่อกับทางการไทย กระทรวงต่างประเทศของตุรกีก็ได้มีการติดต่อกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา กระทรวงต่างประเทศของตุรกีได้มีการร้องขอข้อมูลผ่านทางตำรวจสากล ซึ่งเรายังไม่ได้รับคำตอบ นี่คือสิ่งที่ข้าพเจ้าพูดได้ ณ ตอนนี้ ขออ้างถึงสารที่สถานเอกอัครราชทูตตุรกีที่ได้มีการประกาศเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นั้น กระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐตุรกี ได้ส่งสารแสดงความเสียใจถึงกระทรวงการต่างประเทศแห่งราชอาณาจักรไทย ว่าประเทศตุรกีขอประณามการกระทำซึ่งเป็นการก่อการร้ายในครั้งนี้ และแสดงจุดยืนที่แน่วแน่ในการต่อสู้กับการก่อการร้ายเท่านั้น" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศตุรกีกล่าว

 

บุกตรวจบ้านซ.ราษฎร์อุทิศ34พบสารเคมีหลายถัง
 
            รายงานข่าวแจ้งว่า ในช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.3 ได้ทำการปิดล้อมและตรวจค้นบ้านเช่าต้องสงสัย ซึ่งตั้งอยู่ในซอยราษฎร์อุทิศ 34 เขตมีนบุรี กทม. หลังได้รับแจ้งว่าอาจเป็นที่กบดาน หรือเก็บวัตถุพยาน ในคดีวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม บริเวณสี่แยกราชประสงค์ และสะพานสาทร ซึ่งหลังจากการเข้าตรวจค้น พบถังบรรจุสาร ซึ่งเป็นของเหลวหลายถัง ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในห้องเช่าต้องสงสัย ส่วนผู้ที่พักอาศัยนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่พบตัวแต่อย่างใด ดังนั้น จึงได้ทำการปิดล้อมห้องดังกล่าวเอาไว้ พร้อมกับประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบว่า สารดังกล่าวเป็นสารเคมีที่ใช้ประกอบระเบิดหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบ  
 
            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการเข้าตรวจค้นดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รายงานความคืบหน้าไปยัง พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. โดยพล.ต.ท.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้รายงานการเข้าตรวจค้นในครั้งนี้อย่างละเอียด  ซึ่งคาดว่าพล.ต.ท.ศรีวราห์ จะเดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุด้วยตนเอง