ข่าว

ศุกร์กับเซ็กส์ : เซ็งเซ็กส์ หลังคลอด

ศุกร์กับเซ็กส์ : เซ็งเซ็กส์ หลังคลอด

04 ก.ย. 2558

ศุกร์กับเซ็กส์ : เซ็งเซ็กส์ หลังคลอด : โดย...รัชดา ธราภาค มูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง (สคส.)

 
      “ไม่ต้องการมีเพศสัมพันธ์หลังคลอด” เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ลูกอ่อนจำนวนไม่น้อย และเป็นการสร้างความหงุดหงิดขัดเคืองใจให้กับคุณพ่อบ้าน ดีไม่ดีอาจลุกลามกระทบไปถึงความสัมพันธ์ระหว่างกันผลการศึกษาล่าสุด พบว่าคำตอบไม่ได้อยู่ที่การไปพบแพทย์เพื่อกินหยูกยาหรือซ่อมแซมร่างกายที่สึกหรอจากการคลอด แต่ฝ่ายชายต่างหากที่อาจเป็นคำตอบของเรื่องนี้
 
      โดยทั่วไปแล้ว ร่างกายของผู้หญิงหลังคลอดต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์จึงจะพร้อมสำหรับการมีเพศสัมพันธ์ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะฟื้นตัว โดยมดลูก รอยฉีกขาดจากการคลอด หรือแผลจากการผ่าตัด(กรณีที่ผ่าคลอด) กลับสู่ภาวะปกติ รวมทั้งการปรับสมดุลของระดับฮอร์โมนเพศในร่างกายที่มีส่วนในการกระตุ้นช่องคลอดให้แข็งแรง และมีนํ้าหล่อลื่นอย่างเหมาะสม
 
      นอกจากนี้ผู้หญิงหลังคลอดอาจมีอาการเจ็บคัดเต้านม เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายสร้างนํ้านมสำหรับลูกน้อย หากการให้นมลูกไม่พอดีกับการผลิต ก็จะทำให้รู้สึกเจ็บคัด พลอยไม่อยากมีเซ็กส์เพราะกลัวจะเจ็บเต้านมเพิ่มขึ้นอีกเรื่องของความคิดและจิตใจมีผลต่ออารมณ์ความต้องการทางเพศด้วยเช่นกัน ผู้หญิงหลายคนขาดความเชื่อมั่น เพราะทรวดทรงองค์เอวหลังคลอดย่อมไม่เซ็กซี่เหมือนในช่วงก่อนหน้า ยิ่งถ้าเป็นคนที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติช่องคลอดมักจะสูญเสียสมรรถนะในการบีบรัดตัว ซึ่งการบริหารด้วยการขมิบเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวเป็นวิธีที่ช่วยให้ช่องคลอดกลับมากระชับและแข็งแรงขึ้นได้
 
      แต่สาเหตุหลักที่ทำให้คุณแม่ลูกอ่อนหมดอารมณ์ จนถึงขั้นหงุดหงิดถ้าถูกสามีตามตอแย ร้อยทั้งร้อยเป็นเรื่องของการต้องทุ่มเทเวลาเพื่อดูแลเจ้าตัวเล็กจนทำให้เกิดความเครียดและเหน็ดเหนื่อย
 
      ในการประชุมสมาคมสังคมวิทยาของสหรัฐอเมริกา เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งมลรัฐจอร์เจีย นำเสนอผลการสำรวจข้อมูลจาก 487 ครอบครัวที่มีรายได้ระดับปานกลางถึงปานกลางค่อนข้างตํ่า พบว่า ผู้หญิงหลังคลอดที่ใช้เวลาเลี้ยงดูลูกเกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ จะมีผลต่อคุณภาพความสัมพันธ์และชีวิตทางเพศของคู่สามีภรรยา
 
      เมื่อเทียบกับครอบครัวที่ผู้ชายเป็นฝ่ายเลี้ยงดูลูก ทั้งแบบพาร์ตไทม์และฟูลไทม์ กลับพบว่า ผู้ชายได้รับแรงกดดันน้อยกว่า ทำให้เครียดน้อยกว่า และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและเพศสัมพันธ์น้อยกว่า
 
      นักวิชาการตั้งข้อสังเกตถึงความแตกต่างดังกล่าว ว่าน่าจะเป็นผลมาจากการที่ผู้ชายไม่ได้ถูกคาดหวังว่าจะต้องลงไม้ลงมือเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง ทำให้คนที่หันมาเลี้ยงดูลูกเอง เป็นเรื่องของความสมัครใจ หลายคนในกลุ่มสำรวจเป็นคนรุ่นใหม่ที่เลือกจะใช้เวลากับครอบครัว โดยการทำงานที่ยืดหยุ่นเวลาได้ และคนเหล่านี้ก็มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องของความสัมพันธ์ในครอบครัวค่อนข้างมาก ขณะที่ความเครียดมักจะเกิดกับผู้หญิงที่ต้องแบกรับภาระทั้งการดูแลลูกงานบ้าน และงานนอกบ้านแบบครบวงจร
 
      ผลการวิจัยในครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุสำคัญอันเป็นที่มาของอาการ“หน่ายเซ็กส์” ของบรรดาคุณแม่ลูกอ่อน ซึ่งการเยียวยารักษาไม่จำเป็นต้องพึ่งหมอพึ่งยา แต่คู่ชีวิตที่คอยใส่ใจความทุกข์ความสุข และพร้อมจะแบ่งเบาภาระรับผิดชอบต่างหาก ที่จะเป็นหัวใจของชีวิตคู่และชีวิตทางเพศที่มีสุขอย่างยั่งยืน