ข่าว

‘ผบ.ตร.’คุมมือยิง‘สมยศ’แถลง

‘ผบ.ตร.’คุมมือยิง‘สมยศ’แถลง

03 ก.ย. 2558

‘ผบ.ตร.’ คุมมือยิง ‘เสี่ยสมยศ’ แถลงที่สตช. รับสารภาพก่อเหตุจริง ได้ค่าจ้าง 3 แสนบาท อ้างทำไปเพราะต้องการทดแทนบุญคุณ ตำรวจหิ้วตัวไปทำแผน - คุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก1

 
       เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ย.58 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. ,พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ,พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ,พล.ต.ต.อัครเดช พิมลศรี ผบก.ป. และพล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. ร่วมแถลงข่าวจับกุม นายภานุพงษ์ หรือแจ้ รัศนา อายุ 32 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ที่ 359/2558 ลงวันที่ 1 ก.ย. 2558 มือปืนผู้ลงมือสังหารนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่ พระราม9 จนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมของกลาง โทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่อง รถจยย.ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสแมช สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน บมฉ 540 กทม. โดยสามารถจับกุมได้บริเวณหน้าโรงเรียนอุบลรัตนราชกัญญาราชวิทยาลัย ซ.จรัญสนิทวงศ์35 ถ.ปากน้ำวัดแก้ว แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่เหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์”
 
       พล.ต.ต.สมบัติ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางหลบหนีของคนร้าย พร้อมทั้งได้ข้อมูลลักษณะคนร้ายจากวินรถจยย. บริเวณซอยศรีวิชัย 11 จึงทำการสืบสวนจนทราบว่านายภานุพงษ์ เป็นคนร้ายในคดีนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวนายภานุพงษ์ พร้อมของกลางดังกล่าว แล้วจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
       จากการสอบสวนนายภานุพงษ์ให้การรับสารภาพว่า ลงมือยิงนายสมยศจริง โดยได้รับเงินจ้างวานจากนายชม ไชยณรงค์ ก้อนแรกเป็นเงิน 30,000 บาท และหลังก่อเหตุอีก 270,000 บาท รวมทั้งสิ้น จำนวน 300,000 บาท ซึ่งภายหลังก่อเหตุได้นำอาวุธปืนที่มีผู้จัดหามาให้ก่อเหตุ นำไปทิ้งที่แม่น้ำเจ้าพระยา กลางสะพานพระปิ่นเกล้า ทั้งนี้ผู้ต้องหาอ้างว่าไม่เคยใช้อาวุธปืนมาก่อนและไม่รู้จักกับนายสมยศ แต่ก่อเหตุเพราะต้องการทดแทนบุญคุณ เนื่องจากผู้จ้างวานเคยเลี้ยงดูมา
 
       ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ได้ควบคุมตัวนายชม หรืออาจารย์ ไชยณรงค์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่จ.245/2556 เป็นผู้รับงานจากผู้จ้างวาน ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ โดยได้รับค่าจ้างจำนวน 1 ล้านบาท มาแบ่งกัน โดยนายชมรับเงินมาจำนวน 1 แสนบาท จากนั้นจึงติดต่อนายหนู ไม่ทราบชื่อสกุล เป็นคนขับรถจักรยานยนตร์ให้นายแจ้ลงมือสังหาร
 
       พล.ต.ต.อัคราเดช กล่าวว่า สาเหตุการสังหารนั้นมาจากปัญหาการว่าความให้กับผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนเงินหลายล้านบาท โดยการเดินคดีไม่สำเร็จ เนื่องจากเกิดการหักหลัง และหลังจากเกิดเหตุ นายชมได้หลบซ่อนตัวอยู่ที่จ.เพชรบุรี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนและขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่านายชม เคยมีประวัติอาชญากรรมอยู่มาก โดยเฉพาะเป็นผู้ร่วมขบวนการเดียวกันกับ พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีต สว.สส.สภ.อ.เมืองปราจีนบุรี ในคดีอุ้มฆ่าแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ และคดีอุ้มฆ่าในพื้นที่จ.สระแก้ว รวมถึงคดีอุฉกรรจในพื้นที่จ.ปราจีนบุรี ด้วย
 
       จากการสอบสวนนายชม ให้การรับสารภาพว่า ในวันเกิดเหตุมีคนพาไปดูพื้นที่บริเวณร้านเฮงหูฉลามและรับเงินว่าจ้างจัดชุดทีมสังหารเอง