ข่าว

'เต้น'ชูคว่ำร่างรธน.ไม่หวั่นนอนคุก!

'เต้น'ชูคว่ำร่างรธน.ไม่หวั่นนอนคุก!

03 ก.ย. 2558

'เต้น' ไม่กลัว 'ถอนประกัน' ทุ่มเวลารณรงค์ไม่รับร่างรธน. เหน็บคนกินน้ำข้าวเผด็จการ 'เบ่งกล้าม' แสดงความเห็น 6 ก.ย. แกนนำ นปช.ครบทีม ปัดปลุกปั่น หวัง คสช.อนุญาต

 
                      3 ก.ย. 58  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การแสดงความเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญของตน ยืนอยู่บนหลักการประชาธิปไตย หาก สปช.รับร่างรัฐธรรมนูญ การประกาศจุดยืนว่าไม่รับในชั้นประชามติ ก็เป็นสิทธิ์โดยชอบเหมือนที่หลายฝ่ายดำเนินการอยู่ตอนนี้ อย่างไรก็ตาม หากพูดถึงการรณรงค์ ก็จะเป็นไปโดยสงบ ไม่มีการเคลื่อนขบวนมวลชน ไม่มีความวุ่นวายใดๆ เพราะตนมั่นใจว่า ประชาชนพร้อมรับฟังเหตุผลและเข้าใจหลักการประชาธิปไตย แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจ คือ สปช.บางคน จะถือเอาเหตุแบบนี้ไปยื่นถอนประกันได้อย่างไร เป็นธรรมดาของเผด็จการทุกยุค ที่มีการใช้อำนาจกดดัน หรือคุกคามประชาชนที่เห็นต่าง แต่ไม่นึกว่า คนที่กินน้ำข้าวเผด็จการไปนานๆ จะลุกขึ้นมาเบ่งกล้ามกับเขาด้วย
 
                      "ตั้งแต่ยึดอำนาจ ก็เข้าใจสถานการณ์ดีว่าอิสรภาพของผมแขวนอยู่บนเส้นด้าย ก็ให้รู้ไปว่า จะต้องถูกจำขังเพราะไม่เห็นด้วยกับการเอาประชาธิปไตยไปพันธนาการ ผมไม่ได้ท้าทายใคร แต่อยากฝากถึงหางเครื่องรัฐประหารบางคนว่า 10 ปีที่แล้วผมชื่อณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถึงวันนี้ผมก็ยังเป็นผมแบบนี้ ท่านมีอะไรจะไปทำ หรือไปตามใจแป๊ะอย่างไร ก็ทำไปเถิด อย่าเสียเวลามาข่มขู่เลย ผมไม่มีเวลากลัว เพราะต้องทุ่มเทเวลาให้กับการรณรงค์ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ"
 
 
 
หวัง คสช.อนุญาตแถลงความเห็น 'ร่างรธน.'
 
 
                      เมื่อเวลา 11.00 น.  นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) มอบหมายให้นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษก นปช. พร้อมด้วยนายสมหวัง อัสราษี อดีตเลขานุการ รมว.พาณิชย์ ในฐานะแกนนำ นปช. เป็นตัวแทนยื่นหนังสือขออนุญาตจัดการแถลงข่าวเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 6 ก.ย. ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เวลา 14.00 - 16.00 น. โดยมี พล.ต.หญิง บุษบง นุตสถิต ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เป็นตัวแทนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับหนังสือ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.นางเลิ้ง และเจ้าหน้าที่ทหารจากกองทัพบก ร่วมสังเกตการณ์ดูแลความเรียบร้อย
 
                      นายธนาวุฒิ กล่าวว่า ถือเป็นการแสดงจุดยืนของกลุ่ม นปช.ต่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะมีการโหวตรับหรือไม่รับ ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ ถือเป็นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน (กปปส.) เคยจัดแถลงข่าวมาก่อนหน้านี้ พร้อมทั้งยืนยันว่า ที่ผ่านมากลุ่ม นปช.ได้ทำตามกฎหมาย และกติกาของรัฐบาลและ คสช.ที่ให้ไว้ จึงหวังว่าจะได้รับการอนุญาตให้จัดการแถลงข่าวดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้รับความคิดเห็นรอบด้าน และเป็นประโยชน์ต่อการนำไปสู่การทำประชามติ ทั้งนี้นายวิษณุ เครืองาม รองนายรัฐมนตรี ระบุว่า ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญได้ เพราะสุดท้ายร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับกับคนทั้งประเทศ
 
                      "ถือเป็นการแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่การปลุกระดม หรือปลุกปั่นให้เกิดความวุ่นวายใดๆ ทั้งสิ้น เป็นการแสดงท่าที และจุดยืนของกลุ่ม นปช. โดยการแถลงข่าวในวันนั้น จะไม่มีมวลชน มีเพียงนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวีระกานต์ มุกสิกพงศ์ นางธิดา โตจิราการ นพ.เหวง โตจิราการ ตลอดจนถึงแกนนำ นปช.คนอื่นๆ"
 
 
 
คว่ำร่างรธน.ไม่ใช่เรื่องเสียหน้า
 
 
                      นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่ปรึกษาคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่ 6 ก.ย.ว่า สปช.ทุกท่านต้องตัดสินใจให้ดีระหว่างการโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แนวทางไหนที่จะเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติสูงสุด ซึ่งถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านมติของ สปช.นั้นน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าผ่านมติของ สปช. ประเทศจะได้กลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยเร็วขึ้น ที่สำคัญคือประเทศสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึง 3,000 ล้านบาทในการทำประชามติอีกด้วย
 
                      ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ถือเป็นความหวังกรณีที่มีเสียงต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายบวรศักดิ์มากขึ้นเรื่อยๆ เชื่อว่าถึงวันโหวตนั้น คะแนนของกลุ่มต้านจะมากขึ้นจนอาจแซงกลุ่มหนุนก็เป็นได้ สปช.ต้องตัดสินใจให้ดี ถ้าลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญจะก่อให้เกิดปัญหาตามมามากมายจนอาจจะรับผิดชอบไม่ไหว แต่ละฝ่ายที่อยู่ข้างนอกได้แสดงและย้ำจุดยืนมาโดยตลอด ท่านจะเดินฝ่าความเห็นต้านของประชาชนไปอย่างไร สู้เหยียบเบรกเสียตั้งแต่วันนี้ดีกว่า ทั้งนี้ หาก สปช.ลงมติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ใช่เรื่องเสียหน้า กรรมาธิการยกร่างฯ ก็ไม่ต้องคืนเบี้ยประชุม กลับไปตั้งกรรมาธิการยกร่างฯ มาใหม่ ยอมเสียเวลาอีก 180 วัน ยังดีกว่าให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านไปทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นร่างที่จะสร้างปัญหาตามมามากมาย