ข่าว

‘เอก’เยี่ยมศูนย์PIPOภูเก็ต-ไม่พบทำผิดก.ม.

‘เอก’เยี่ยมศูนย์PIPOภูเก็ต-ไม่พบทำผิดก.ม.

03 ก.ย. 2558

‘พล.ต.อ.เอก’ รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่จ.ภูเก็ต ติดตามผลปฏิบัติงาน PIPO ชื่นชมการทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ-ไม่พบการทำผิดกฎหมาย

 
       เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 กันยายน 2558 ที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต (องค์การสะพานปลา) อ.เมือง จ.ภูเก็ต พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติในการควบคุมการแก้ไขปัญหาประมงและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ของศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้า-ออก (PIPO) พร้อมกันนี้ยังได้มีการประชุมเพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานของศูนย์ดังกล่าว
 
       พล.ต.อ.เอก กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามการปฏิบัติงานของศูนย์ควบคุมเรือเข้าออกจังหวัดภูเก็ต บริเวณท่าเรือประมงภูเก็ต ว่า ตั้งแต่มีการจัดตั้งศูนย์ควบคุมเรือเข้าออกจังหวัดภูเก็ต ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเรือประมง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและชุดปฏิบัติการสนับสนุนการปฏิบัติของศูนย์ควบคุมเรือเข้าออกจังหวัดภูเก็ต ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นอย่างดี เบื้องต้นขอชมเชยการปฏิบัติการของศูนย์ฯ ภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์ขนาดใหญ่ โดยแต่ละวันมีเรือประมงมาแจ้งเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก นับเป็นความโชคดีที่มีภูมิประเทศในการกำกับดูแลค่อนข้างได้เปรียบจังหวัดอื่นๆ เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ไม่ยากลำบากในการเดินทาง แม้ว่าจะมีอัตรากำลังจำกัด
 
       ซึ่งในส่วนของตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตก็ได้มีการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในการกำกับดูแลมาร่วมปฏิบัติงานด้วย ซึ่งมีภารกิจครอบคลุมทุกอย่าง โดยมองภาพรวมว่าการกำกับดูแลให้มีการทำประมงให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อแก้ปัญหาการถูกใบเหลืองของอียูเป็นภารกิจร่วมกัน โดยมีผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันปราบปรามและแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย
 
       “ในกรณีของแรงงานประมงผิดกฎหมายนั้น จากการที่ได้ไปตรวจติดตามการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ พบว่าไม่มีปัญหา และได้มีการเพิ่มความเข้ม ซึ่งคาดหวังว่าการดำเนินการทั้งหมด ซึ่งมีการประชุมเร่งรัดแก้ไข โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมอบหมายให้ตนดูแลรับผิดชอบเข้าร่วมการประชุมและติดตามการดำเนินการดังกล่าว มั่นใจว่าในการปฏิบัติงานที่มีการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ" พล.ต.อ.เอก กล่าว
 
       อย่างไรก็ตาม ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ เป็นช่วงที่สำคัญ จะเป็นการติดตามรวบรวมผลการประเมินการปฏิบัติงาน ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหาการค้ามนุษย์ หรือการใช้แรงงานประมงที่ผิดกฎหมาย เรือและอุปกรณ์ในเรือที่ออกไปทำประมงมีความถูกต้องตามหลักเกณฑ์ ซึ่งพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยสามารถปลดล็อคใบเหลืองจากอียูได้ต่อไป
 
       ด้าน น.อ.ปรีชา ตันติรักส์ (ร.น.) หัวหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือ จังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงผลการปฎิบัติงานนับตั้งแต่ตั้งศูนย์ฯ ว่า ในช่วงแรกๆ ของการตั้งศูนย์ฯ มีปัญหาบ้างเนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ และเป็นปัญหาที่สะสมมานาน แต่ขณะนี้ปัญหาต่างๆ ได้คลี่คลายไปเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของเรือ อาชญาบัตร และแรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งได้รับการสนับสนุนกำลังจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเน้นเรื่องการป้องกันมากกว่าปราบปราม นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากทางสำนักงานจัดหางาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ดูแลเรื่องการจดทะเบียนแรงงาน สัญญาจ้าง และสิทธิต่างๆ ของแรงงาน จนปัจจุบัน สำหรนับเรือพาณิชย์ที่ศูนย์ฯ รับผิดชอบ ไม่พบการกระทำผิดแต่อย่างใด ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเป็นอย่างดี โดยเรือพาณิชย์ที่มีขนาด 30 ตันกรอสขึ้นไป ที่จดทะเบียนภูเก็ตมีจำนวน 120ลำ แต่หากรวมเรือพาณิชย์จากที่อื่นซึ่งเข้า-ออกที่ท่าภูเก็ตด้วยจะมีจำนวน 280 ลำ