ข่าว

อภิสิทธิ์ระบุต่ออายุ"ธานี"สอบคดีสนธิต้องมีกม.รองรับ

อภิสิทธิ์ระบุต่ออายุ"ธานี"สอบคดีสนธิต้องมีกม.รองรับ

21 ก.ค. 2552

ดีเอสไอนัดให้ปากคำพนักงานสอบสวน 23 ก.ค. แจง"ส.ต.ท.วรวุฒิ" ไม่เคยเบิกใช้รถยนต์และอุปกรณ์สืบสวน ด้านพล.อ.เชษฐา รับรู้จัก"พ.อ.สุนัย" ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวคดียิง"สนธิ" ยันตัวเองไม่เกี่ยวข้อง ขณะที่กลาโหม ระบุ กองทัพไม่ป้องทหารเอี่ยวยิงแกนนำพธม. "เสธ.แดง”ฟันธงคด

(21ก.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอสอบสวนเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถยนต์หมายเลขทะบียน สษ 1785 กทม. ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดียิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น ส.ต.ท.วรวุฒิ มุ่งสันติ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีดังกล่าว ไม่เคยทำเรื่องเบิกอาวุธปืน รถยนต์ หรืออุปกรณ์สืบสวนพิเศษของดีเอสไอไปใช้แต่อย่างใด โดยวันที่ 23 ก.ค.นี้ พ.อ.สุรศักดิ์ ณ ลำปาง ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและการตรวจสอบ จะรับผิดชอบหาตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรถเลขทะเบียน สษ 1785 มาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน สตช. นอกจากนี้พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ ยังประสานโดยตรงไปยังพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ว่า ดีเอสไอพร้อมให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนในการหาข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว

 พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สตช.ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า รถยนต์ในความรับผิดชอบของดีเอสไอ เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรกับคดียิงนายสนธิ เนื่องจากไม่ใช่รถยนต์ที่ใช่ก่อเหตุยิง ในเบื้องต้นจึงเป็นการประสานเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์คันดังกล่าว  

 “ในส่วนการเบิกใช้อาวุธปืนและอุปกรณ์สืบสวนพิเศษนั้น ดีเอสไอยืนยันได้ว่า มีระเบียบควบคุมการเบิกใช้อุปกรณ์พิเศษอย่างเข้มงวดและมีกฎหมายดูแลการใช้งานอย่างรัดกุม โดยก่อนเบิกใช้อุปกรณ์พิเศษจะต้องได้รับการอนุมัติจากศาลก่อนทุกครั้ง มิเช่นนั้นจะมีความผิดทางอาญา ” รองอธิบดีดีเอสไอระบุ

 ด้านพล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร อดีตผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า รู้จักพ.อ.สุนัย ที่มีข่าวว่าอาจเป็นบุคคลหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับในคดีลอบยิงนายสนธิ เพียงผิวเผิน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยทำงานร่วมกับ พ.อ.สุนัย แต่อย่างใด เพราะต่างคนต่างทำงานคนละหน่วยกัน ส่วนที่มีบางฝ่ายพยามยามผูกโยง พ.อ.สุนัยเกี่ยวข้องกับตน เช่นเดียวกับกรณีของ จ.ส.อ.ปัญญา หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับนั้น ตนขอยืนยันว่า ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน
 พล.อ.เชษฐา กล่าวว่า รู้สึกเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้นมาก เพราะสื่อมวลชนต่างกระหน่ำโทรศัพท์มาสอบถามแทบจะทุก 1 นาที ทั้งที่ตนก็พูดไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง
 
 ขณะที่ พ.อ.จิตตสักก์ เจริญสมบัติ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวกรณีตำรวจทำหนังสือขอตัวจ.ส.อ.ปัญญา ศรีเหรา ทหารหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) จ.ลพบุรี ไปดำเนินคดี หลังตกเป็นผู้ต้องหาคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า กองทัพบกกำลังดำเนินการอยู่ ขั้นตอนการดำเนินการต่างๆเหมือนคดีทั่วไป คือเมื่อมีการดำเนินการตามกฎหมายก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการต่อไป ซึ่งคงเป็นไปตามหลักการที่มีอยู่ ซึ่งทางรมว.กลาโหมยืนยันว่า ขอให้เป็นไปตามกฎหมาย ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรคงอยู่อีกหลายขั้นตอนที่จะต้องดำเนินการไปตามกระบวนการ ดังนั้นในส่วนต้นสังกัด หากมีการติดต่อมาขอให้หน่วยต้นสังกัดดำเนินการไปตามกฎหมาย

 เมื่อถามว่า มีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ว่า จ.ส.อ.ปัญญาเป็นคนก่อเหตุ พ.อ.จิตตสักก์ กล่าว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับตำรวจกองทัพบกให้ความร่วมมือการดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนในรูปคดีเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ เมื่อถามว่า กองทัพได้ส่งนายทหารกรมพระธรรมนูญไปร่วมดูแลหรือยัง พ.อ.จิตตสักก์ กล่าวว่า ในขั้นต้นคงต้องอยู่ในกระบวนการ หากได้รับการร้องขอจากตำรวจมา ขั้นตอนต่อไปต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งขึ้นอยู่กับรูปคดีว่า คดีเป็นไปลักษณะอย่างไร ส่วนกรณีของ พ.อ.สุนัย ประภูชะเน หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอีกคนนั้น เพิ่งทราบข่าวว่า ทางตำรวจทำเรื่องขอตัวพ.อ.สุนัย มาแล้ว แต่ไม่ทราบรายละเอียด

 “ยืนยันว่า รมว.กลาโหมและผบ.เหล่าทัพที่รับผิดชอบจะไม่ปกป้อง และจะดำเนินการไปตามกฎหมาย ทั้งนี้เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงข่าวคงจะไม่นำข่าวมาเกี่ยวข้องกับรูปคดี จึงไม่อยากประเด็นข่าวทำให้เรื่องต่างๆไขว้เขว และทำให้ประชาชนเข้าใจรูปคดีผิด ส่วนที่มีคนมองว่ากองทัพตกเป็นแพะในคดีนี้นั้น ผมไม่คิดแบบนั้น แต่ต้องทำความจริงให้ปรากฏ เรื่องทั้งหลายต้องทำให้เป็นความจริง ทั้งนี้รมว.กลาโหมไม่รู้สึกหนักใจเพราะเรื่องต่างๆจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งในส่วนของกองทัพจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ใต้บังคับบัญชา ” โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว  

"เสธ.แดง”ฟันธงคดียิง“สนธิ”มวยล้มต้มคนดู

 ด้านพล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาทางทหารตามลำดับชั้นไม่ใช่ว่า ตำรวจพูดอะไรแล้วจะจับไปส่ง ผู้บังคับบัญชาต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา เพราะขณะนี้ตำรวจไม่ได้เกรงกลัวทหารเหมือนเมื่อก่อน และไม่ใช่ว่าตำรวจตั้งข้อหาแล้วเราไปสั่งพักราชการ หากเขาบริสุทธิ์ ใครจะรับผิดชอบ ดังนั้นการที่ตำรวจจะมาขอตัวผู้ใต้บังคับบัญชาไปดำเนินคดีต้องขอดูเอกสารหลักฐานให้แน่ชัดว่ามีความผิดอะไร จึงควบคุมตัวได้ ไม่ใช่ปล่อยให้ถูกควบคุมตัวไป

 “ยืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบของกลางเมื่อไหร่จึงจะพบผู้กระทำความผิด ซึ่งรถของกลางที่จับได้เป็นคนละคันกับที่ก่อเหตุ ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป็นการสร้างหลักฐานขึ้นมา สุดท้ายคดีนี้เป็นมวยล้มต้มคนดู เพราะมีพยานกว่า 50 คน แต่สอบสวนยังไปไม่ถึงไหน ทั้งนี้พอถึงวันที่ 30 ก.ย.นี้ พล.ต.ท.ธานี ต้องเกษียณอายุราชการไปก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร เชื่อว่า สุดท้ายคดีนี้ก็จับใครไม่ได้  เรื่องนี้นายสนธิรู้ดีว่า ใครเป็นคนยิง” พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

"อภิสิทธิ์" ระบุต่ออายุ"ธานี"ต้องมีกฎหมายรองรับ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างที่ได้ย้ำไปแล้วว่าตนและพล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ทรัพย์ รองผบ.ตร. ซึ่งดูแลคดีดังกล่าวได้มีการพูดคุยกันเป็นระยะๆ ก็ยังไม่มีปัญหาอุปสรรคอะไรในการเดินหน้าคดี เมื่อถามว่า แต่ล่าสุดพล.ต.อ.ธานี ระบุว่ายังไม่แน่ใจว่าจะสามารถหาตัวผู้บงการได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราก็ต้องทำไปตามพยานหลักฐาน ก็ต้องเริ่มจากตัวผู้ปฏิบัติการก่อน จากนั้นก็ค่อยๆขยายผลต่อไป การเชื่อมโยงหรือข้อสันนิษฐานต่างๆก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็ต้องเดินหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น

 เมื่อถามว่าหากพล.ต.อ.ธานีเกษียณอายุราชการในเดือนก.ย.นี้ไปก่อนที่จะสาวหาตัวผู้บงการได้จะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ก็พยายามเร่งรัดกันอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า จะถึงขั้นต้องต่ออายุราชการให้พล.ต.อ.ธานีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “การต่ออายุมันต้องมีกฎหมายรองรับ ซึ่งเข้าใจว่าขณะนี้ไม่มีกฎหมายอะไรรองรับ เพราะฉะนั้นก็พยายามเร่งรัดคดีต่อไป”