ข่าว

‘อะลาคอมปาณย์’‘ตลาดพอเพียง’ฝรั่งเศสสไตล์

‘อะลาคอมปาณย์’‘ตลาดพอเพียง’ฝรั่งเศสสไตล์

03 ก.ย. 2558

‘อะลาคอมปาณย์’‘ตลาดพอเพียง’ฝรั่งเศสสไตล์ : คมคิด โดย - ธานี กุลแพทย์

             ชุมชนในรูปแบบธุรกิจตลาดพอเพียง คอมมูนิตี้ มอลล์ แห่งแรกของเมืองพัทยา A’ La Campagne (อะลาคอมปาณย์) นอกจากจะต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของตระกูล “ชาญเชี่ยววิชัย” แล้ว ยังเป็นการเติมเต็มความฝันของชายหนุ่ม “อรรณพ ชาญเชี่ยววิชัย” ทายาทรุ่นลูก หวังตอบโจทย์ความต้องการของคนในสังคมเมืองยุคปัจจุบันที่โหยหาความเป็นธรรมชาติ ผ่านรูปแบบสิ่งปลูกสร้างสไตล์ยุโรป พร้อมแล้วกับการอวดสายตาให้ผู้มาเยือน ด้วยเฟสแรกของโครงการ ที่ใช้งบลงทุนกว่า 120 ล้านบาท ในรูปร้านอาหาร ช็อปต่างๆ แปลงเกษตรปลอดสารฯ

             “อรรณพ” หรือ “ณพ” ผู้บริหารหนุ่มของโครงการ เล่าว่า อะลาคอมปาณย์ เป็นการเติมเต็มความฝันของตนเอง ที่มาจากความสนใจและความชื่นชอบเป็นการส่วนตัวจากการเดินทางไปในหลายๆ ประเทศ ทำให้หลงใหลในศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะการได้เดินทางไปท่องเที่ยวในประเทศฝรั่งเศส จึงได้เกิดเป็นโครงการอะลาคอมปาณย์ บนพื้นที่ 45 ไร่ ณ พัทยาใต้ เมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยทุนการดำเนินงานตั้งไว้ 300 ล้านบาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ของโครงการ เป็นเมืองที่ถูกทิ้งร้างแต่ยังคงความงดงามทางสถาปัตยกรรม อันจะถูกนำกลับมาสร้างสรรค์เป็นตลาดที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง ในรูปการจัดสรรสไตล์ยุโรปที่ยึดโยงกับความเป็นชนบท เกษตรธรรมชาติ ผสมผสานการท่องเที่ยว

             โครงการจะประกอบไปด้วย ตลาดของหมู่บ้าน ซึ่งรวบรวมหลากธุรกิจ ในบรรยากาศการค้าขายที่จำลองวิถีของเมืองชนบทเล็กๆ ในแถบฝรั่งเศสตอนใต้ ซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์แห่งความเรียบง่าย จริงใจและเป็นมิตร อีกทั้งแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งทำเกษตรธรรมชาติ ต่อด้วยฟาร์มเลี้ยงม้า และธุรกิจบ้านพักอาศัย ซึ่งณพบอกว่า จะไม่เน้นเรื่องบ้านพักอาศัยมากนัก แต่จะพยายามสร้างให้พื้นที่นี้เป็นเสมือนตลาดที่มีชีวิต มีกิจกรรม องค์ประกอบของครอบครัวเพื่อนฝูงที่ต้องการแสวงหาความสุขร่วมกัน จนเกิดเป็นการแลกเปลี่ยนความคิด เป็นศูนย์กลางการค้าขาย ยั่งยืนในแบบพอเพียง ซึ่งจะเป็นแห่งแรกของเมืองพัทยา

             “ผลจากการบริโภคอาหารที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพและเป็นที่มาของโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยตระหนักและเข้าใจถึงผลเสียจากอุตสาหกรรมการเกษตรที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน ผมมองว่าการเกษตรธรรมชาติ เป็นอีกทางเลือกที่จะช่วยให้ธุรกิจอสังหาฯ อยู่ได้อย่างยั่งยืน จึงนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำโครงการนี้"

             โดย อะลาคอมปาณย์ เปิดตัวแล้วเฟสแรกด้วยการลงทุน 120 ล้านบาท เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา ประเดิมด้วยการผุดร้านอาหารไทย-อีสาน “ส้มตำวิลล่า" (Somtum Villa) ที่ตกแต่งจนให้บรรยากาศแบบโบสถ์เก่ายุโรปคลาสสิกที่ดูโล่งโปร่งสบาย ทว่าเรียบหรูสไตล์ฝรั่งเศส มีอาหารให้เลือกเกือบ 50 เมนู และนับสิบเมนูใช้วัตถุดิบหลักจากแปลงเกษตรธรรมชาติในพื้นที่ ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการขอใบรับรองเกษตรธรรมชาติ (เอ็มโอเอ)

             อย่างไรก็ตาม “ณพ” ยอมรับว่า แม้พื้นที่ในการทำสวนเกษตรขณะนี้จะยังไม่เพียงพอ แต่ในอนาคตอันใกล้จะขยายเพิ่มขึ้นแน่นอน และเน้นนำผลผลิตมาใช้ในร้านอาหารให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารว่ามีความปลอดภัย สด ใหม่เสมอ โดยจะมีเมนูซุป สลัด พาสต้า เบอร์เกอร์ รวมถึงอาหารสุขภาพ อีกทั้งเมนูพิเศษ ซึ่งจะเป็นผลผลิตตามฤดูกาล อย่างช่วงนี้จะเก็บเกี่ยวฟักทองที่ปลูกไว้มาเป็นเมนูพิเศษ และนำเสนอเป็น ซุปฟักทอง น้ำสลัดฟักทอง มูสฟักทอง ฯลฯ ส่วนเมนูผักสลัดก็จะเป็นผักที่ปลอดสารปลูกในโครงการส่วนหนึ่งและจากเครือข่ายชุมชนเกษตรธรรมชาติในพื้นที่พัทยาอีกส่วนหนึ่ง

             ภายในโครงการยังมีโซน ช็อป แอนด์ แกลเลอรี่ เป็นร้านขายสินค้าต่างๆ และร้านแกลเลอรี่ที่คัดสรรแล้ว โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นมิตรต่อธรรมชาติ และในอนาคตบริเวณนี้กำลังวางแผนจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น คลาสโยคะ เวิร์กช็อปส่งเสริมอาชีพให้แก่นักท่องเที่ยว ผู้ที่สนใจ ทำผลิตภัณฑ์ เช่น น้ำสลัด สบู่ เทียนหอม ฯลฯ ในวันธรรมดา ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ก็จะเปิดเป็น วีกเอนด์มาร์เก็ต ซึ่งจะสนับสนุนคนรุ่นใหม่ให้ออกร้านขายสินค้าประเภท อาร์ต แอนด์ คราฟท์ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมและนำเสนอผลงานของคนรุ่นใหม่เพื่อสร้างสีสันให้แก่โครงการ

             ล่าสุด ในเฟสเดียวกันนี้ “ณพ” บอกว่า กำลังจะเปิดอีกโปรเจกท์คือ ที แฟคตอรี่ แอนด์ มอร์ โดยโซนนี้จะเน้นขายเครื่องดื่มชาประเภทต่างๆ ควบคู่กับเบเกอรี่หลากรสทั้งฝั่งอเมริกา ฝั่งยุโรป โดยบรรยากาศร้านจะเป็นในลักษณะการจำลองโรงงานผลิตชาของยุโรป นำมาสร้างสรรค์ให้เป็นร้านที่ดูเก๋เรียบง่าย มีสไตล์ ท่ามกลางบรรยากาศซึ่งรายล้อมไปด้วยเหล่าต้นไม้ใหญ่น้อยที่ส่งตรงจากฝรั่งเศส

             “ตั้งเป้าไว้ว่า อีกไม่ไกล อะลาคอมปาณย์ จะเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่ผู้เข้ามาเยี่ยมเยือนโครงการ ทั้งแปลงผักผสมผสาน แปลงไม้ดอก การให้ความสำคัญกับการพัฒนาดิน การรักษาระบบนิเวศ โดยมุ่งให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของพัทยาที่มีคุณภาพและจับต้องได้”

             จากที่มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารหนุ่มมากความสามารถ “อรรณพ ชาญเชี่ยววิชัย” สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ในความเป็นตัวตนคือ ความเป็นกันเองที่แสดงออกจากความจริงใจในการสร้างสรรค์ธุรกิจบนพื้นฐานแห่งความเข้าใจธรรมชาติ เข้าใจวิถีชีวิตที่ยั่งยืน อันส่งผลไปสะท้อนให้เห็นถึงการทำธุรกิจภายใต้คำว่า “คุณภาพ” อันเกิดจากความ “ซื่อสัตย์” ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญในการทำธุรกิจของตระกูล “ชาญเชี่ยววิชัย” ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นนั่นเอง

“ซื่อสัตย์”สร้างความสำเร็จ!

             ตระกูล “ชาญเชี่ยววิชัย” เป็นเจ้าของกิจการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายแห่งในเมืองพัทยา อาทิ โรงแรม หมู่บ้านจัดสรร ฯลฯ ปัจจุบันผู้บริหารเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่ง “อรรณพ ชาญเชี่ยววิชัย” วัย 40 ปี เป็นลูกชายคนที่ 4 ของตระกูล จบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากสหรัฐอเมริกา ที่นอกจากพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวให้ประสบความสำเร็จแล้ว ยังแตกไลน์ธุรกิจสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่นำเอาวิถีเกษตรพอเพียงมาพัฒนาควบคู่กับธุรกิจอสังหาฯ ในโครงการอะลาคอมปาณย์

             “การทำธุรกิจในเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยาเต็มไปด้วยการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จ แต่ด้วยประสบการณ์ผนวกกับแนวคิดของคุณพ่อที่เน้นเรื่องความซื่อสัตย์เป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ จึงทำให้เราผ่านมาได้ด้วยดีทุกโครงการ” ตรงนี้ “ณพ” บอกว่า ได้ส่งต่อมาถึงลูกๆ ทุกคน โดยเฉพาะตนเองที่นำแนวคิดนี้มาเป็นหัวใจในการทำธุรกิจต่างๆ

             ปัจจุบัน “อรรณพ ชาญเชี่ยววิชัย” ดำรงตำแหน่งผู้บริหารโรงแรมเพจ 10 ตั้งอยู่พัทยาซอย 10 ระหว่างสาย 1 กับสาย 2 และโครงการอะลาคอมปาณย์ ซึ่งตั้งอยู่แนวถนนสุขุมวิท ตรงข้ามศาลอัยการ พัทยาใต้