
เรือแชมป์ช็อปปิ้ง'เดอบรอยน์'แพงสุด
03 ก.ย. 2558
บทสรุปหลังปิดตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรก 'แมนฯ ซิตี' ครองแชมป์ช็อปปิ้งแข้งใหม่มากที่สุดแตะหลัก 8,000 ล้าน ขณะที่ 'เควิน เดอ บรอยน์' ซิวตำแหน่งผู้เล่นค่าตัวแพงสุด
ดีลอยต์ บริษัทที่ปรึกษาการเงินชื่อดังของอังกฤษ เปิดเผยบทสรุปตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกที่เพิ่งปิดตัวลงไปเมื่อคืนวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังคงเป็นลีกลูกหนังที่เงินสะพัดมากที่สุดเหมือนปีก่อน หลังจากที่ 20 สโมสรฟุตบอลในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีทุ่มทุนซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาเสริมทัพเป็นสถิติใหม่ด้วยจำนวนเงินรวมกันสูงถึง 870 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4.35 หมื่นล้านบาท) ซึ่งมากกว่าเมื่อฤดูกาลก่อนที่ใช้จ่ายไปทั้งหมด 835 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4.17 หมื่นล้านบาท) ส่วนอันดับ 2 เป็นของศึกกัลโช ซีรีส์ เอ อิตาลี จ่ายเงินไปทั้งหมด 405 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2.02 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ศึกลาลีกา สเปน เข้าป้ายเป็นอันดับ 3 จ่ายเงินไปทั้งหมด 400 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท)
ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ทีมมหาเศรษฐีแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครองตำแหน่งแชมป์ช็อปปิ้งจากการลงทุนซื้อนักเตะหน้าใหม่มากที่สุดเพราะควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อ 4 แข้งดังอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง, ฟาเบียน เดลป์, นิโคลัส โอตาเมนดี และเควิน บรอยน์ เข้ามาเสริมทัพรวมกันสูงถึง 160 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,000 ล้านบาท) ส่วนอันดับ 2 เป็นของ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมืองจ่ายไปทั้งหมด 115.3 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,765 ล้านบาท) โดยเฉพาะการลงทุนคว้าตัว อองโธนี มาร์เชียล กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติฝรั่งเศสวัย 19 ปีมาจากโมนาโก ทีมดังในลีกสูงสุดเมืองน้ำหอม ในราคา 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) ซึ่งเป็นสถิตินักฟุตบอลอายุไม่เกิน 20 ปีที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลก ทุบสถิติเดิมของ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษของ “ปีศาจแดง” เมื่อตอนที่ย้ายมาจาก “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ในปี 2014 ด้วยราคา 31 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,550 ล้านบาท)
ส่วน เควิน เดอ บรอยน์ ปีกทีมชาติเบลเยียมขึ้นแท่นเป็นนักฟุตบอลที่มีค่าตัวแพงที่สุดในตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรก หลังจากที่แมนฯ ซิตี คว้าปีกวัย 24 ปีรายนี้มาจาก “หมาป่า” โวล์ฟสบวร์ก ทีมดังแห่งศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ด้วยค่าตัว 54 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,700 ล้านบาท) ขณะที่ ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกทีมชาติอังกฤษของ “เรือใบสีฟ้า” มีค่าตัวแพงเป็นอันดับ 2 เพราะย้ายมาจาก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คู่แข่งร่วมลีก ในราคา 49 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,450 ล้านบาท)
อเลกซ์ ธอร์ป นักวิเคราะห์จากสปอร์ต บิซิเนส กรุ๊ป ของดีลอยต์ เปิดเผยสาเหตุที่ทำให้ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีการใช้จ่ายเงินในตลาดซื้อขายนักเตะรอบแรกมากที่สุด เนื่องจากเกมฟาดแข้งระดับสูงสุดของเมืองผู้ดีเป็นลีกลูกหนังที่ทำเงินได้มากที่สุดในโลก โดยเฉพาะเงินค่าลิขสิทธิ์ส่วนแบ่งจากการถ่ายทอดสดที่เพิ่มขึ้นสูงถึง 70% และทั้ง 20 สโมสรยังสามารถโกยรายรับได้เป็นจำนวนมหาศาลจนเข้าไปติดโผ 40 อันดับแรกของทีมลูกหนังทั่วโลกได้ทั้งหมด จึงทำให้ศึกพรีเมียร์ลีกมีการใช้จ่ายเงินในตลาดซื้อขายนักเตะตลอดปี 2015 ทั้ง 2 รอบ ในช่วงฤดูหนาวเมื่อตอนต้นปีนี้ และช่วงฤดูร้อนที่เพิ่งปิดตัวลงไปด้วยมูลค่ารวมทั้งหมดมากกว่า 1,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท) เป็นครั้งแรก
---------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)



