
ไฟเขียว!ความเห็น'ร่างรธน.'
02 ก.ย. 2558
'วิษณุ' ชี้ 'ฝ่ายการเมือง' ตั้งโต๊ะแถลงความเห็น 'ร่างรธน.' ได้ ปัดส่งสัญญาณ 'สปช.' โหวตคว่ำ ระบุ ผลประชามติให้นับเสียงเกินครึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์
2 ก.ย. 58 เมื่อเวลา 13.30 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ชี้แจงความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา รับทราบแล้ว ทั้งในส่วนของเนื้อหาที่ลดลงจาก 315 มาตรา เหลือ 285 มาตรา รวมถึงอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ (คปป.) โดยที่ประชุมได้ถามถึงรายละเอียด แต่นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีข้อกังวลใดๆ และได้ชี้แจงว่า คปป.มีทั้งอำนาจในยามปกติ และอำนาจพิเศษในยามวิกฤต ตามมาตรา 280 ในร่างรัฐธรรมนูญ และจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อสภาเห็นชอบด้วยเสียง 2 ใน 3 และต้องอยู่ในภาวะที่รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจใดๆ ในการควบคุมแก้ไขวิกฤตได้แล้ว ทั้งยังต้องขอความเห็นจากประธานศาลปกครอง ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถือเป็นมาตรการที่รัดกุมตามแบบฉบับที่เขียนในรัฐธรรมนูญของต่างประเทศ นอกจากนี้ที่ประชุมไม่ได้กังวลกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของหลายฝ่าย
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชน แถลงสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นเรื่องของนายสุเทพ ตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของหลายฝ่าย ประเทศไทยเรามีหลายฝ่าย ซึ่งนายสุเทพสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด ใครก็สามารถแสดงความเห็นได้ คงไม่ใช่การชี้นำ แต่เป็นการแสดงความคิดเห็น เราไม่ได้ปิดปากอย่างที่มีการกล่าวหากัน
เมื่อถามว่า การที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ขอแถลงข่าวบ้างจะได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ ไม่มีปัญหาอะไร แถลงข่าวให้สัมภาษณ์ได้ทั้งนั้น ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั้น รัฐบาลไม่ได้ห้าม แต่ห้ามการจัดกิจกรรมทางการเมือง เพราะรัฐบาลกังวล อย่าให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยจนแตกแยกสามัคคี แต่ประเภทที่ฝ่ายหนึ่งพูดแล้วอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยอม ปิดถนน ยึดโรงพยาบาล ปิดโรงเรียน ยึดสนามบิน ตรงนี้ทำไม่ได้ เสรีภาพนั้นมีอยู่ และรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้ก็ให้เสรีภาพ
เมื่อถามว่า สมาชิกสภาปฏิรูป (สปช.) บางส่วน ระบุว่า รัฐบาลส่งสัญญาณให้โหวตคว่ำในวันที่ 6 ก.ย.นี้ เนื่องจากกลัวความขัดแย้ง นายวิษณุ กล่าวว่า วันนั้นผู้สื่อข่าวเป็นคนถาม แต่ปัญหาของคนที่ตอบคือ สื่อไม่ค่อยจะลงคำถาม เพราะตอนนั้นได้ตอบเรื่องข้อดีข้อเสียของ คปป. และจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถามว่า กลัวจะเกิดความแตกแยกแตกสามัคคีกันหรือไม่ ซึ่งตนก็ตอบว่า จะแตกแยกตอนนี้หนหนึ่ง และตอนมีรัฐบาลแล้วอีกหนหนึ่ง ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ รู้ว่าเรื่องเหล่านี้จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว และรัฐบาลก็ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไร ไม่เคยบอก ถ้าจะส่งสัญญาณตนพูดไปตรงๆ ไม่ดีกว่าหรือ
"ไม่ได้เห็นสัญญาณอะไร นายกฯ พูดเสมอว่า ให้ทุกอย่างเป็นไปตามโรดแม็พตามขั้นตอนของมัน ท่านพูดอย่างอื่นไม่ได้หรอก แม้จะอยากพูด แต่ก็เป็นความคิดส่วนตัว ในแง่ของรัฐบาล ก็ต้องพูดว่าขั้นตอนของทุกอย่างเป็นอย่างไร ซึ่งอย่างน้อยการที่รัฐบาลได้ให้เตรียมการรับมือประชามติ ที่จะใช้เวลา 4 เดือน เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่า รัฐบาลต้องเตรียมทุกเรื่องเอาไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการทำประชามติ ในระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้ระบุถึงบทลงโทษของผู้กระทำผิด เพราะในรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว กกต.ไม่สามารถลงโทษได้ จึงให้นำ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2552 มาบังคับใช้ ซึ่งมีเพียงการห้ามทั่วไป เช่น ห้ามฉีกบัตร ห้ามขัดขวางการออกเสียงประชามติ ห้ามทำโพลล์เผยแพร่ก่อนลงประชามติ 7 วัน อย่างไรก็ตาม แม้บรรดานักการเมืองจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ก็ไม่เป็นอะไร ไม่ถือเป็นความแตกแยก แต่ไปมองในเรื่องอื่นมากกว่าที่ทำให้ขัดต่อความสงบเรียบร้อย
นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนผลการประชามตินั้น ในรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว ฉบับแก้ไข พ.ศ. 2558 มาตรา 37 (7) ไม่ได้นับว่ามีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติจำนวนเท่าไหร่ แต่ให้นับว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนเท่าไหร่ และร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านการออกเสียงประชามติได้ก็ต่อเมื่อมีเสียงเกินครึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติ เพราะ พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ ปี 2552 จะต่างจากปี 2550 ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการลงประชามติในประโยชน์ของสาธารณะ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้เคยแสดงข้อกังวลว่า หลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วอาจจะเกิดความขัดแย้ง นายวิษณุ กล่าวว่า ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วคงไม่มีอะไรมาก แต่ตอนที่ร่างกฎหมายลูก ก็จะมีการถกเถียงกันเหมือนตอนร่างรัฐธรรมนูญ จะมีคนไม่พอใจออกมาวิพากษ์วิจารณ์ ดังนั้น ไม่ว่าจะร่างกฎหมายลูกกี่ฉบับ ก็จะทะเลาะกันเท่าจำนวนที่ร่าง และเมื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ก็จะมีการถกเถียงว่าพรรคนั้นพรรคนี้ได้หรือไม่ได้ มีการโกงเลือกตั้ง เรื่องเก่าๆ ก็จะกลับคืนมา แต่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการคาดการณ์ ไม่ได้แช่ง ใครที่เป็นวิญญูชนก็สามารถคาดการณ์เช่นนี้ได้ จึงจำเป็นจะต้องมีมาตรการไว้รับมือ แล้วถ้าหากไม่เกิดอะไรขึ้น ก็ถือว่าดี และมาตรการที่ว่าก็ไม่ต้องนำมาใช้
นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ว่าจะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไร ก็มีคนไม่พอใจอยู่อย่างนั้น ไม่มีรัฐธรรมนูญที่ไหนเขียนมาแล้วคนจะพอใจทั้งหมด ซึ่งในชั้น กมธ.ยกร่างฯ เอง ก็มีการโหวตโดยต้องยอมรับเสียงข้างมาก และข้างน้อย ซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่าฝ่ายเสียงข้างน้อยนั้น ไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่ได้ไปทำอะไร เรื่องก็จบ
เมื่อถามว่า คำถามพ่วงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ควรเปิดเผยให้สาธารณะได้ถกเถียงกันก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ทราบว่าทาง สปช.เตรียมการไว้แล้วในเรื่องการประชุม และการโหวต ในวันโหวตทุกคนมีสิทธิ์จะยกแนวคิดตัวเองขึ้นมา และข้อบังคับไม่ได้ระบุว่า คำถามนั้นต้องเปิดเผยก่อนวันโหวต 30 วัน ดังนั้น ทุกคนจึงสงวนความคิดตัวเองไว้แล้วค่อยยกขึ้นมาโหวตกัน ซึ่งจะมีการพูดถึงข้อดีข้อเสียของคำถาม หากไม่แน่ใจก็ไม่ต้องเลือก



